คำแนะนำ ๒-๓ คำสำหรับการเริ่มต้น (จบ)

15 12 2009

คำแนะนำ ๒-๓ คำสำหรับการเริ่มต้น (จบ) 

โดย : จูดิธ  คร้านซ์
แปลจาก : A few words to a beginning writer
จาก : คำให้การของนักเขียนเบสต์เซลเลอร์
เจน สงสมพันธุ์ / นิศรัย หนูหล่อ
: แปลและเรียบเรียง
ธุลีดิน : ขออนุญาตถ่ายทอด

. 

๔ เอาท์ไลน์ เอาท์ไลน์และเอาท์ไลน์  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คุณกำลังเขียนหนังสือ  อาจเป็นการเขียนนิยายไปจนถึงบทความและเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปถึงขั้นสามารถเขียนบทกวีได้  การเขียนจำเป็นต้องมีการเริ่มต้น ต้องมีช่วงกลางและต้องมีการสิ้นสุดในบั้นปลาย  ต้องไม่เริ่มต้นงานออกไปจนกว่าแน่ใจแล้วว่าจะไปทางไหน ไปอย่างไร  เอาท์ไลน์จึงเป็นส่วนประกอบที่ไม่ควรหลงลืม  ในการทำงานเราต้องปรับและเปลี่ยนให้มันก้าวล้ำไปข้างหน้า และนำสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในความเป็นตัวตนของงาน

๕ สำหรับนวนิยายบันเทิงคดีนั้น ลักษณะเฉพาะตัวหรือแคแรคเตอร์ของตัวละครจะต้องชัดเจน  ทางที่ดีที่สุดก็คือการเขียน-จดลงไปเลยว่าตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกอย่างไร  มองบุคลิกของตัวละครอย่างทะลุปรุโปร่ง  จะต้องมีส่วนประกอบครบถ้วนจนคนอ่านรู้สึกร่วมในบุคลิกนั้น  มิเช่นนั้นแล้วจุดมุ่งหมายของเราที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในงานเขียนยังคงห่างไหล.. ไม่ควรเขียนไปแบบสุ่มเสี่ยง  ต้องพยายามค้นคว้าหาสิ่งใหม่ ๆ ต้องพร้อมที่จะซึมซาบสิ่งรอบข้างท่ามกลางวันเวลาที่ผ่านไป หรือระหว่างวันเวลาที่เฝ้ารอ

๖ สถานที่  ต้องเลือกสถานที่ทำงานให้เหมาะ  ที่ทำงานเขียนนั้นต้องปราศจากสิ่งรบกวนสมาธิ  ต้องเลือกทำเลที่ไกลจากสิ่งรบกวนต่าง ๆ บางครั้งอาจจะต้องติดป้ายแขวนไว้ด้วยซ้ำไป  ดิฉันใช้วิธีการนี้บ่อย  หน้าห้องทำงานนั้นปิดป้ายไว้เลยว่า ‘โปรดเถอะ, อย่ามาพบฉัน, อย่ามาเย้าแหย่, ไม่ต้องทักทาย, ไม่ต้องอำลา, อย่าถามว่ากินข้าวหรือยัง, อย่าเรียกฉันแม้ว่าจะเป็นตำรวจหรือพนักงานดับเพลิง’  งานเขียนเป็นงานที่ต้องทำเพียงลำพัง  ดิฉันแขวนป้ายไว้เพื่อบ่งบอกถึงความเคร่งเครียดของตัวเอง  อย่าพยายามกวนใจให้ฉันหงุดหงิด  ‘โทรศัพท์’ นับเป็นศัตรูตัวร้ายกาจตัวหนึ่ง  ในห้องทำงานของคุณอย่ามีโทรศัพท์โดยเด็ดขาด  อีกประการก็คืออย่าพยายามพาใครเข้ามาในห้องทำงาน  การนัดเพื่อนก็เหมือนกันอย่าพยายามนัดให้เขามาในขณะที่คุณกำลังอยู่ในชั่วโมงทำงานหรือติดพันกับชั่วโมงทำงาน

๗ ทำงานอย่างสม่ำเสมอในเวลาที่แน่นอน  ให้เวลาเป็นตัวกระตุ้นเตือน  ให้มันเป็นตัวบังคับคุณว่าในชั่วโมงนี้คุณจะต้องนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ  ควรระลึกว่า ‘๙๐% เป็นเวลาแห่งการสวมบทบาทของนักเขียน’ แต่ถ้า..คุณมีความรู้สึกว่าตัวเอง ‘ถูกบล็อค’ จนน่าอึดอัดซ้ำซากอยู่กับเก้าอี้ตัวเดิม ให้ใช้วิธีลุกขึ้นเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้อง เดินวนไปมาและ ‘แหกปาก’ เท่าที่จำเป็น  แต่ต้องไม่ออกจากห้อง พยายามเก็บกวาดสิ่งรกตารอบ ๆ ตัวออกไปให้มันน่าดู เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เสียบุคลิก เสียอารมณ์ได้ง่าย ๆ  ถ้ามีความจำเป็นต้องออกไปที่ครัว ควรเลือกดื่มแต่เครื่องดื่มพวกชาหรือกาแฟ หรือเลือกกินเพียงผลไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เพียงพอแล้ว  เสร็จแล้วต้องกลับเข้าทำงานโดยไม่วอกแวก  ถ้ามีจดหมายส่งมาอย่าไปเหลือบมองมัน..อย่ามองมัน..  อันนี้คงเหมือนกับที่นักเขียนชายเขาโกนหนวดเคราจนเกลี้ยงในเวลาทำงาน  เพื่อมิให้มันมาทำให้เขาต้องวอกแวก, รำคาญ

๘ เตรียมกระดาษและดินสออย่างดีเอาไว้ให้พร้อม  มีพร้อมอยู่ทุกจุดในบ้าน ใส่ไว้เป็นพิเศษในห้องน้ำ, ในครัว, ใกล้เตียงนอน และทำที่ใส่ไว้ตรงไหนก็ตามที่คุณอ่านหนังสือหรือดูทีวี  บ่อยไป..หลังจากเวลาแห่งการทำงานบนโต๊ะของเราเสร็จสิ้นลง แต่ ‘ความบันดาลใจ’ มักวนเวีนมาทักท้วงเอาเสมอเมื่อเวลาเราอยู่ในภาวะอื่น  นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย  ถ้าคุณไม่เขียนไม่จดมันลงไปในทันที  แน่นอนคุณอาจจะลืม  การออกนอกบ้านก็เช่นกันคุณต้องนำกระดาษติดตัวไปทุกที่ไม่ว่าจะออกไปไหน ‘แรงบันดาลใจ’ เกิดขึ้นได้ทุกขณะเมื่อเราเดินทาง แม้แต่ขณะรอคอยหมอฟัน ระหว่างทำฟัน หรืออยู่ระหว่างเช็คเอาท์  มักจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นเสมอ  แรงบันดาลใจเป็นสิ่งยั่วยวนและรัดรึงอารมณ์

๙ อย่า! อย่าบอกเล่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่คุณเขียนกับเพื่อนฝูง  นี่คือสิ่งดีที่สุดที่จะทำให้งานของคุณออกมาตามเวลา  อย่าไปพูดกับใครจนกว่างานจะได้รับการตีพิมพ์ออกมาแล้ว  ดิฉันจะต้องเขียนด้วยความรอบคอบโดยปราศจากการบอกเล่าแก่ใคร ๆ แม้แต่กับลูกหรือสามี  จนกว่ามันจะแล้วเสร็จทั้งหมด จึงมีคำถามจากสามีอยู่บ่อย ๆ ว่า "ทำเอาตอนไหน?" การชวนสนทนาจะกลายเป็นตัวร้ายที่จะมาขัดขวางพลังอันอัดแน่นที่เกิดขึ้นมาในสมองของคุณ  เมื่อเราระบายความในใจของเราออกไปแล้วพลังมันก็หมดทันที  เหมือนความคับแค้นบางอย่างได้ระบายไปโดยการร้องไห้  เอางานให้ดูเฉพาะคนที่จะให้คำปรึกษาแก่คุณได้ หรือเอาให้นักวิจารณ์ดูเท่านั้น  คนอื่น ๆ มิใช่เรื่องจำเป็นสำหรับนักเขียน  นี่คือความเป็นจริง อดใจไว้เถอะ.. สำหรับ ‘คนนอก’ ไม่มีความจำเป็นต้องให้เขามารับรู้ดอกนะ

๑๐ พยายามฝึกหัดเขียนเรื่องโดยผ่านพิมพ์ดีด  โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า ตัวเขียนนั้นเรากะคำนวณวรรคตอนและจำนวนหน้าได้ยาก  การพิมพ์ผ่านแท่นพิมพ์เราจะเห็นตัวพิมพ์เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ  เมื่อเราอ่านไปแล้วรู้ได้ทันทีว่าดีหรือไม่ดี  เก้าอี้พิมพ์ดีดต้องมีพนักอยู่ในระดับกึ่งกลางหลังขณะที่เท้าของคุณสามารถหยั่งพื้นได้พอดี

๑๑ อย่าท้อ อย่าทำให้ตัวเองท้อถอย  ต้องทำงานตะบึงไปด้วยความไม่กังวล  เมื่องานอันยิ่งใหญ่ของ Colette ได้ผ่านมาถึงครึ่งหนึ่ง คอเลทต์ได้เขียนสิ่งที่วิเศษสุดอันนั้นถึงเพื่อนของเขาว่า "มันเป็นความคิดที่น่าขนพองสยองเกล้าเหมือนอย่างเวลาที่ฉันเพิ่งเริ่มเขียน  แต่เวลานั้นฉันไม่ได้เขียนงานยาว ๆ ขนาดนี้  ฉันไม่เคยมี- ไม่เคยเห็นว่าอะไรมันจะวิเศษเท่าเลย"

๑๒ รีไรท์-ขัดเกลาอีกครั้ง  เมื่อคุณเสร็จสิ้นงานเขียนทั้งหมดแล้ว เราจักต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง  พร้อมทั้งการรีไรท์อีกที  เพราะว่าในช่วงนี้เราจะมองเห็นสิ่งเลว ๆ ได้มาก  เรามีความเป็นนักเขียนมากกว่าเมื่อเราลงมือเริ่มเขียนลงบนกระดาษแผ่นแรก  ขัดเกลาแก้ไขให้ถูกต้องสอดรับกันทั้งเรื่อง จบแล้วต้องอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์อีกครั้งอย่างละเอียดยิบ  จนกระทั่งไม่มีจุดไหนให้เกลาอีก  ไชโย! เท่านี้คุณก็เป็นนักเขียนได้แล้ว

.

“ถ้าคิดจะเขียนก็เขียนมันจริงๆ ไปเลย อย่าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ เพราะทำจริงทำเล่นก็เสียเวลาเท่ากัน ถึงจะเป็นมือสมัครเล่นก็ทำแบบซีเรียสได้นี่นา

ปล. รู้ไหมว่าการค้นพบดาวสำคัญๆ หลายดวงเป็นผลงานของนักดาราศาสตร์สมัครเล่นนะครับ”

วินทร์ เลียววาริณ

 


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: