Unplugged

1 12 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

Unplugged

postcard

เขียนภายใต้แสงนวลจากโคมไฟที่โต๊ะหนังสือ

.

แคทเพื่อนรัก…

ไม่แน่ใจว่าเธอเห็นโปสการ์ดใบนี้มาก่อนหรือยัง  เพราะวันที่ฉันได้มานั้นเธอก็อยู่ด้วยกัน  ยังจำวันนั้นได้ไหม…  วันที่เราได้มีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง  วันที่เราไปนั่งชมคอนเสิร์ตในสวนกันที่เสถียรธรรมสถาน

โปสการ์ดใบนี้ฉันเขียนมาเพื่อขอบคุณเธอ  ที่อยู่เคียงข้างกันในช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น  สำหรับฉันแล้ว… ความสุขจะไม่เป็นคำที่สมบูรณ์เลย  หากไม่ได้มีการถ่ายทอดหรือแบ่งปันในระหว่างกันและกัน

สาเหตุที่ฉันชวนเธอไปชมคอนเสิร์ตในวันนั้น  เนื่องจากต้องการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการงานตลอดช่วงเวลาทำงานที่ผ่านมา  กับคอนเสิร์ตเบา ๆ ฟังสบายแบบ  Acoustic Jazz  และมีความสนใจในธีมของคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นพิเศษ  ว่าคอนเสิร์ตกับธรรมะจะผสมผสานกันออกมาในรูปแบบใด

.

หลังจากคอนเสิร์ตสิ้นสุดลง  และได้รับฟังการเทศนาของท่านแม่ชีศันสนีย์แล้ว  เธอรู้ไหมว่าปลั๊กในสมองและหัวใจของฉันที่เชื่อมต่อกับสิ่งวุ่นวายจากโลกภายนอก  ซึ่งได้ผ่อนคลายไปมากแล้ว  แต่ในเวลาต่อจากนั้น…  มันได้หลุดออกจากขั้ว… ฉันรู้สึกเป็นอิสระ  อิสระจากอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งจากคอนเสิร์ต  ราวกับว่าใจเราได้มองเห็นมันโลดแล่นอยู่เพียงตรงหน้าเวทีที่เดิมตรงนั้น  มิได้เกาะกุมแน่นอยู่ในใจ  ชั่วขณะนั้นฉันเป็นอิสระจากการงานและการกระทำในช่วงวันเวลาที่ผันผ่าน  ฉันมีโอกาสได้อยู่ตรงนั้นแล้วมองย้อนกลับไป  เพื่อที่จะเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันก่อน  ว่าสิ่งเหล่านั้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางอย่างไร  สมควรหรืองดงามแล้วหรือไม่

.

.

การถอดปลั๊กตัวเราเองจากสิ่งแวดล้อมรอบกาย  เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตและจิตใจของเราได้หยุดพัก  จากการดำเนินไปตามแรงขับเคลื่อนของความอยากได้  อยากมี  อยากเป็น  ชีวิตและจิตใจจะสงบนิ่ง  แล้วพื้นที่ว่างก็จะเกิดขึ้นโดยรอบภายในใจและบนหนทางชีวิต  ให้เราได้มองเห็นและเลือกสรรความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ที่จะผ่านมาให้เราประสบด้วยใจสงบ  ไม่เป็นเหยื่อของความคิดหรืออารมณ์จากโลกภายนอกเหล่านั้น  หรือหากเราต้องเผชิญหน้ากับมัน  ก็จะสามารถพ้นผ่านไปได้ด้วย…ปัญญา

.

.

หลังคอนเสิร์ตวันนั้น…  เธอรู้สึกอย่างเดียวกันหรือไร?

.

.

.

.

แด่…แคทเพื่อนรัก  และเพื่อนมนุษย์ที่ไม่มีโอกาสได้ไปชมคอนเสิร์ต “ ตั้งใจดี ”

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

ในท่ามกลางกระแสความวุ่นวายสับสนและเสียงเสียดสีอันดีร้ายภายในใจของผู้คนในสังคม  ยังมีมุมสงบเงียบมุมหนึ่งที่แทรกตัวอยู่  สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า  เสถียรธรรมสถาน  ที่เมื่อย่างก้าวพ้นเขตประตูเข้าไปแล้ว  จิตใจซึ่งเคยร้อนรุ่มกลับผ่อนคลาย  ตั้งแต่แรกยินเสียงทักทาย “ ธรรมะสวัสดีค่ะ ”  เป็นการทักทายกันด้วยธรรมะ  เพราะ  “ สวัสดี ”  แปลว่า  ความดี  ความงาม  ความรุ่งเรืองและปลอดภัย  ให้เรารู้สึกว่า…เราจะปลอดภัยด้วยธรรมะ  ห้องนี้สอนเราว่า  คนข้างหน้าเรานั้นเป็นคนพิเศษสำหรับเรา  โดยเราจะเรียนรู้กับคนข้างหน้า  ให้เขามีชีวิตที่ไม่ทุกข์เพราะเรา  แต่หากว่าเขากำลังทุกข์  เราก็จะช่วยเป็นเพื่อนร่วมทุกข์  และทำให้ความทุกข์นั้นสงบระงับลง

ก้าวต่อไปตามทางเดินที่ร่มครึ้มจากเงาไม้ที่ทอดลงมาจากมวลพฤกษชาติอันเขียวขจี  ตรงนี้จะเป็นทางเดินสู่การสักการะพระบรมสารีริกธาตุ  ที่นี่จะมีคนจำนวนมากมานั่งพับดอกบัวเพื่อใช้ในการสักการะพระบรมสารีริกธาตุ  โดยอาศัยหลัก  “ คนจัดดอกไม้  ดอกไม้จัดใจคน ”  คนจัดดอกไม้  บางครั้งจัดไปตามกิเลส  แต่ดอกไม้จัดคนโดยไม่มีกิเลส  ดอกไม้จัดใจเราให้อยู่ในปัจจุบันขณะ  ที่นี่ทำให้เราพิจารณาว่า…ความตายเป็นสุดรอบของชีวิต  เราจึงต้องทำปัจจุบันขณะให้ดี 

เดินลึกเข้าไปอีกสักนิด  จะพบกับ  “ ธรรมศาลา ”  เป็นศาลาดินทรงกลมหลังคาสูง  ทุกเช้าวันเสาร์ – อาทิตย์  เวลา ๙.๐๐ – ๑๐.๐๐ น.  จะมีการจัดรายการวิทยุสาวิกา  สื่อเพื่อชีวิตที่ดีงามและเป็นอิสระสด ๆ กันที่นี่  โดยผู้ฟังสามารถฟังผ่าน  http://radio.ku.ac.th

มุมหนึ่งของเสถียรธรรมเป็นห้องสมุดครอบครัว  ซึ่งมีหนังสือธรรมะและสื่อสร้างสรรค์สำหรับครอบครัวจัดวางให้สามารถเลือกอ่านกันได้  เดินต่อไปอีกนิดเป็นซุ้มกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่  ที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับพ่อแม่ลูกทำร่วมกัน  เช่น  ทำลูกชุบ  เพนท์ผ้าบาติก

.

นอกจากจะมาเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมสถานแบบวันเดียวแล้ว  ที่นี่ยังเป็นมุมหนึ่งในการพักสงบใจจากโลกภายนอก  โดยการพัฒนาชีวิตด้วยอาณาปานสติภาวนา  เป็นวิธีการภาวนาที่อบรมใจให้เป็นอิสระในการภาวนา  ไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งใด  เพราะลมหายใจนั้นมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ  เพียงแต่ให้รู้จักใช้ลมหายใจให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุด  คือ  เป็นเครื่องมือภาวนาให้เกิดความสงบภายในใจ  จนสามารถใคร่ครวญธรรมและเข้าถึงสภาวะของธรรมได้  ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมหรือพัฒนาชีวิตด้วยอาณาปานสติภาวนานั้นต้องถือศีล 8 ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติธรรมนั้นด้วย

.

นอกจากนี้เสถียรธรรมสถานยังมีกิจกรรม “ ธรรมชาติบำบัด ”  คือ ศาสตร์แห่งการเยียวยาร่างกายและจิตใจ  พร้อมกับสร้างสมดุลให้กับชีวิต  โดยแก่นของธรรมชาติบำบัดนั้น  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริโภคเท่านั้น  แต่ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหญ่ของผู้คน  ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน  ซึ่งต้องเริ่มจากภายในจิตใจก่อน  แล้วจึงขยายออกไปสู่ภายนอก  กิจกรรมธรรมชาติบำบัด  อาทิ  การเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด  การฝึกโยคะและการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสม  การพอกโคลน  เป็นต้น

.

เมื่อวนกลับมายังด้านซ้ายของประตูทางเข้าเสถียรธรรมสถาน  ที่นั่นมีร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่  ของที่ระลึกที่จัดจำหน่ายมีหลากหลาย  เช่น  เสื้อยืดเพนท์ข้อความธรรมะเตือนใจในแบบต่าง ๆ  หนังสือหรือซีดีธรรมะ  ธูปเทียน  หรือเครื่องสำอาง เช่น สบู่เหลว  ที่ทำจากธรรมชาติ  และอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันได้พบเจอก็คือโปสการ์ดที่เสถียรธรรมสถานจัดทำขึ้นเอง  มี 4 ชุด  ในราคาเพียง 50 บาทต่อ 4 ชุด

.

โปสการ์ดแต่ละใบนอกจากมีภาพที่งดงามแล้วยังมีข้อความสอนใจ  เช่น  ใบนี้ที่เขียนเอาไว้ว่า  “ ถ้าเราแก้ปัญหาอย่างมีสติ   งานก็ได้  ใจก็รอด ”

ภาพในโปสการ์ดใบนี้เป็นภาพการบำบัดด้วยธรรมชาติอย่างหนึ่ง  คือการพอกโคลน  โดยหลักการแล้วผู้ที่เข้ามาในเสถียรธรรมสถานจะเกิดความสงบขึ้นภายในจิตใจ   และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของธรรมชาติบำบัด  แล้วการพอกโคลนคือการบำบัดทางร่างกาย  อันมีผลต่อผิวพรรณซึ่งเป็นที่อยู่ของจิตใจข้างใน

แต่เมื่อได้เห็นโปสการ์ดใบนี้  ทำให้ฉันรู้สึกว่า  ในช่วงขณะเวลาที่เราอยู่ภายใต้ธรรมชาติเช่นดินโคลน  หากเราทำตัวผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติ  ให้เราได้หยุดนิ่ง  ให้ใจเราเงียบสงบจากโลกภายนอก  เหมือนเราปิดสวิตซ์ข้างในใจ  ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เรียนรู้ธรรมชาติ  ซึ่งอาจรวมถึง “ ธรรม ”  อันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

.

การปิดสวิตช์ในใจนั้น   ไม่จำเป็นที่เราจะต้องปฏิบัติธรรมเจริญอาณาปานสติเท่านั้น  เราสามารถทำง่าย ๆ ที่ใจของเราเอง  เพราะหากเราไม่เรียนรู้หรือฝึกที่จะมีสติควบคุมใจเราเองในแวดล้อมของสังคมที่วุ่นวายบ้าง  ก็ยากที่เราจะปิดมันลง  หรือทำใจให้ว่างให้เงียบได้แม้เราจะอยู่ในที่เงียบสงบเพียงใด

.

และเมื่อเราสามารถปิดสวิตช์ของใจที่สับสน  ปิดเปลือกใจจากความฟุ้งซ่าน  ปล่อยวางอคติ  ในวันนั้นจะเป็นวันที่เราสามารถเดินเข้าสู่ดินแดนแห่งความเชื่อและศรัทธาในทุกดินแดนได้ด้วยสติและสันติ…

.

.

.

.

.

ขอขอบคุณ

เสถียรธรรมสถาน
เวบไซต์ http://www.sdsweb.org/th/index.php

 

สารบัญ ก้าวฯที่๔๔


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: