Hand Made – Heart Made

15 11 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

Hand Made – Heart Made

.

.

เขียนที่โต๊ะหนังสือข้างหน้าต่าง…

.

สวัสดียัยลักษณ์

เป็นคำถามเชย ๆ  แต่ก็อยากจะถามเธอว่า…  เธอสบายดีไหมเอ่ย?  พบเจอเธอทีไร  ฉันจะรู้สึกเหมือนเธอสบายดีในทุก ๆ ครั้ง  เพราะว่าเธอไม่เคยบ่นหรือรำพึงรำพันถึงความทุกข์ยากอะไรออกมาให้ฟังแม้แต่สักครั้งเดียว  แต่เมื่อฉันมองหน้าเธอ  ก็จะได้พบใบหน้างอ ๆ เหมือนแบกทุกข์ของโลกทั้งใบไว้อย่างนั้น  ฉันจึงสรุปว่า…เธอเป็นคนอมทุกข์อมสุข  ซึ่งปากแข็ง!

ความจริง…เพื่อน คือ คนที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน 

แต่สำหรับเรา… ทุกข์สุขนั้นแผ่ออกมาจากหัวใจสู่รอบตัว  แล้ววนเวียนอยู่ในพื้นที่ว่างระหว่างเรา  ไม่ต้องพูด ไม่ต้องบอกอะไรหรอก  ในความเงียบงันนั้น  ฉันรับรู้ถึงข้างในใจเธอได้เสมอ…

.

.

เห็นโปสการ์ดใบนี้แล้วก็อยากจะส่งมาให้กับเธอ  เธอได้ยินเสียงลอยออกมาจากผู้หญิงในภาพโปสการ์ดนั้นไหม?  ผู้หญิงคนนั้นเพียงต้องการถามเธอสักนิดว่า…  เธอเหนื่อยไหมกับการวิ่งตามเทคโนโลยี  ในวันที่โลกมาไกลถึงตรงนี้  เธอก็ต้องวิ่งวุ่นหาความไกลออกไปอีก…

.

ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย…  ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ชอบชวนฉันไปหาที่สงบ ๆ หยุดพักใจ  ชวนไปปฏิบัติธรรม  ฉันเห็นด้วยกับเธอนะ  บางครั้งโลกทำให้หัวใจและย่างก้าวของเราต้องเดินทางอย่างรวดเร็ว  หากเรามีสติรู้ตัว  รู้จักหยุดนิ่ง  ให้เวลากับการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา  พินิจกับปัจจุบันที่เป็นอยู่  ว่าสิ่งใดที่เราทำแล้วไม่ดี  หรือทำให้สิ่งอื่นใดต้องเดือดร้อน  หรือกับบางสิ่งที่ทำพลั้งพลาดไป  ก็น่าจะทำให้เราสามารถคิดและทำสิ่งที่อยู่ในอนาคตได้ดีขึ้น

ทุกวันนี้… ในแต่ละวันที่เราก้าวเท้าออกจากบ้าน  แม้วันนั้นจะเป็นวันที่ท้องฟ้าโปร่งใส ลมพัดเย็นสบาย นกน้อยขับขานบทเพลงไพเราะ  แต่อันตรายกลับซุกซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศทั่วไป  ก็คนเรานั้นมากมี  และความหลากหลายของคนเราก็มากมาย  ผู้คนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่กับความตึงเครียดของการงานหรือปัญหาเศรษฐกิจ  บางคนปล่อยให้ใจวิ่งวุ่นหมุนวน  ค้นหาทางออกไม่ได้  หรือระบายความรุ่มร้อนภายในใจออกมาด้วยวิถีทางที่เลวร้าย  สุดท้ายความเดือดร้อนก็บังเกิด

บางที…การที่เขาจะได้หยุดพักใจอย่างเธอบ้าง  หรือหาวิธีชะลอความเร็วของใจด้วยกิจกรรมบางอย่าง  เช่น  การทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดลออ ใช้สมาธิ  สังคมของเราคงมีพื้นที่สำหรับความไว้ใจกัน ความสบายใจ และความสุขมากขึ้นกว่านี้…

.

.

.

.

.

สักวันหนึ่ง… เราจะได้ไปปฏิบัติธรรมกัน  เพื่อที่ว่า…เราจะเป็นคนหนึ่ง  ที่หัวใจหมุนด้วยความเร็วคงที่อย่างพอดี  และเป็นคนที่จะช่วยทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น…

.

.

.

.

.

แด่… ลักษณ์เพื่อนรัก  และจิตใจที่เร็วร้อนของผู้คน

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

สาย ๆ ของวันท้องฟ้าสดใสอันผกผันกับเวลาเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน  เพื่อนรักขับรถพาฉันและเพื่อนอีก 2 คน  ออกจากจุดนัดพบใกล้ ๆ ตลาดบางแค  รถวิ่งไปตามถนนของซอยจรัญสนิทวงศ์ 13  และออกสู่ถนนสายหลักกาญจนาภิเษก  เราต่างช่วยกันมองหาถนนเล็ก ๆ ทางเข้าโรงเรียนโพธิสารพิทยาคม  ตรงข้ามกับสมาคมชาวปักษ์ใต้ในท้องที่เขตบางแค  แล้วเพื่อนรักก็เลี้ยวรถเข้ายังถนนเล็ก ๆ นั้น  วิ่งเข้าไปประมาณ 2 กม.  ก็พบตลาดแห่งหนึ่งวางตัวอยู่สองข้างทางของถนน  ไม่ใช่เรื่องง่ายนักกว่าเราจะสามารถหาที่จอดรถได้  เพราะว่าในวันหยุดเช่นนี้  ผู้คนต่างพากันมาเที่ยวที่นี่กันอย่างหนาแน่น

ตลาดแห่งนี้มีชื่อว่า “ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ”  มองดูจากไกล ๆ บริเวณที่จอดรถ  จะพบเพิงหลังคามุงจาก  สร้างเป็นแถวยาวหลาย ๆ แถว  อีกด้านหนึ่งของถนนสร้างเป็นแถวยาวแล้วหักมุมยาวไปอีกด้านหนึ่ง  เพิงหลังคามุงจากนี้วางตัวอยู่บนพื้นดินซึ่งบางช่วงแตกระแหงแห้งด้วยเปลวแดด  บางช่วงกลับอุ้มน้ำจนชื้นแฉะเนื่องด้วยอยู่ใกล้บ่อน้ำธรรมชาติหรือใกล้คลองลัดมะยม  เหนือขึ้นไปเป็นต้นมะพร้าวสูงยืนต้นตามชายขอบรอบ ๆ ตลาด

เพื่อนรักคนที่เคยมาที่นี่พาฉันเดินไปยังด้านหนึ่ง  เธอบอกกับฉันว่า “ ตรงนั้นมีที่นั่งวาดรูประบายสีอย่างที่เธอต้องการ ”  ก่อนเดินไปที่นั่นมีประตูไม้ขวางเราไว้ก่อน ป้ายไม้เหนือประตูนั้นเขียนไว้ว่า “ สวนเจียมตน ”  เห็นแล้วฉันก็ให้สงสัยว่า…ทุกคนที่จะผ่านเข้าไปได้ต้องผ่านการเจียมตนก่อนใช่หรือไม่  เจียมตนเพื่อจะพบกับสิ่งต่าง ๆ ข้างใน…

.

เมื่อเดินเข้าฉันก็ได้พบกับภาพคนกำลังจับพู่กันระบายสี…  ที่ปลายพู่กันนั้นเป็นตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ตัวหนึ่ง…  เหนือขึ้นไปจากตรงนั้น  มีตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ถูกระบายสีไว้แล้วแขวนไว้หลายตัว

“ นี่ไง… ที่เค้าระบายสีกัน ”  เพื่อนรักชี้มือพร้อมหันมาพูดกับฉัน

“ นี่มันสำหรับเด็ก ๆ นี่ ”  ฉันมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  พร้อมกับรู้สึกขำเพื่อนรักคนนี้ขึ้นมา  แต่ที่น่ารักกว่านั้น  ก็คือความปรารถนาดีของเธอนั่นเอง

.

เพื่อนคนเดิมพาพวกเราเดินไปเรื่อย ๆ ตามคันดิน  เธอบอกกับเราว่า “ ตลาดน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นบนท้องร่องสวน ”  ฉันจึงมองไปรอบ ๆ และพบว่า  ไกลออกไปจากตรงนั้นยังเป็นพื้นที่ของเรือกสวน  มีท้องร่องและมีพืชสวนขึ้นอยู่  เราเดินเข้าไปจนสุดทาง  และพบกับห้องสมุดเล็ก ๆ ตั้งอยู่  บริเวณนั้นมีลานกว้างปูด้วยไม้กระดาน  และมีแคร่อยู่ 3-4 แคร่  ช่วงที่เราไปไม่มีผู้คนผ่านเข้ามามากนัก  ฉันจึงเสนอความคิดว่า…เราควรจะเดินซื้อหาของกิน  มานั่งกินกันที่นี่

เราเดินออกไปทางเดิมอีกครั้ง  แต่คราวนี้…พวกเราเดินไปทุกซอกทุกมุมใต้หลังคามุงจากนั้น  ร้านส้มตำ ไก่ย่าง , ร้านขนมเบื้องญวน , ร้านขายน้ำหวานจากดอกไม้ เช่น อัญชัน , ร้านหมูสะเต๊ะ , ร้านขายปลาหมึกสดย่าง , ร้านขายขนมครกทะเล ฯลฯ  แล้วเราก็เดินกลับมานั่งกินกันบนแคร่ในห้องสมุดเล็ก ๆ ที่เปิดโล่ง  ท่ามกลางบรรยากาศท้องร่องสวน…

หลังจากที่นั่งทานอาหารพร้อมกับพูดคุยกันในทุก ๆ เรื่องอย่างออกรสชาติสมกับการที่นาน ๆ จะได้พบเจอกันแล้ว  เราเก็บกวาดสิ่งที่หลงเหลือทั้งหมด  ก่อนที่จะเดินออกไปเลือกซื้อหาของฝากสำหรับคนที่บ้าน  ฉันเดินไปยังซุ้มที่ขายต้นไม้  ก็พบว่าที่นั่นมีผู้คนมาเลือกซื้อต้นไม้กันมากทีเดียว  ฉันเดินดูความสวยงามของต้นไม้  แต่ก็ไม่ได้ซื้อหาติดไม้ติดมือมาสักต้นเดียว  เนื่องจากว่าพื้นที่เพาะปลูกที่บ้านนั้นเต็มไปหมดแล้ว  แต่เพียงแค่ได้มองสีเขียว ๆ ของใบไม้หรือสีสันสวยงามของดอกไม้  และได้รู้ว่ามีคนรักต้นไม้จำนวนมาก  ก็ทำให้เย็นใจขึ้นมาแล้ว…

หลังจากทุกคนได้ของฝากซื่งส่วนมากเป็นของกินฝากครอบครัวกันแล้ว  เราก็เดินมาอีกด้านหนึ่ง  ตรงนั้นมีมุมเพนท์ผ้าบาติก  ฉันสนใจอยากจะเพนท์บ้าง  แต่เมื่อมองเวลาแล้ว  น่าเสียดายที่เรามาถึงจุดนี้ช้าเกินไป  เพื่อน ๆ ต่างมีธุระที่จะต้องไปทำกันต่อหลังจากนี้  ฉันถามเจ้าของร้านว่ามีอุปกรณ์ให้ซื้อกลับไปทำที่บ้านไหม  เขาตอบว่าไม่มี  ต้องเพนท์ที่นี่  เมื่อเพนท์เสร็จแล้วเขาจะนำไปเคลือบสีด้วยโซเดียมซิลิเกต  และล้างออกจนเสร็จกรรมวิธีให้  และสามารถมารับชิ้นงานได้ในสัปดาห์ต่อไป  หรือให้ส่งไปทางไปรษณีย์ก็ได้

.

ฉันคิดเงียบ ๆ ในใจว่ามาคราวหน้าจะนั่งเพนท์สักผืน  เดินไปเปิดดูแบบผ้าที่วาดไว้ด้วยเทียนสำหรับเพนท์  ซึ่งวางตั้งอยู่บนพื้นดินหลาย ๆ ภาพ  ก็เห็นภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพดอกไม้  ภาพแอ็บสแตร็กท์  ภาพสัตว์  หรือว่าภาพตัวการ์ตูน  เห็นภาพบางภาพแล้วก็ทำให้คิดถึงใครคนหนึ่ง  คิดหวังไว้ในใจว่า…สักวันหนึ่งจะมานั่งระบายสีสันผสานความคิดถึงคน ๆนั้น…

แวะดื่มเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟสดซึ่งตั้งอยู่ข้างหลังมุมผ้าบาติก  ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังร้านขายของที่ระลึกซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังร้านกาแฟสดอีกที  ที่นี่มีของที่ระลึก  ของเล่น  ขนมโบราณ  เสื้อผ้าที่ทำขึ้นด้วยมือ  และที่ฉันได้มาจากที่นี่ก็คือ…โปสการ์ดใบนี้  โปสการ์ดภาพวาดผู้หญิง  และฉันมารู้ภายหลังว่าเป็นภาพวาดบนบานประตู  ก็เมื่อฉันได้มองเข้าไปข้างในสุดของร้าน  ที่บานประตูของร้านแห่งนี้  ถูกเพนท์ไว้ด้วยภาพผู้หญิงในโปสการ์ดนั่นเอง

แล้วก็มาถึงท้ายที่สุดของกาลเวลาที่เรามาพบกัน  เวลาสุดท้ายที่ตลาดลักมะยม  ฉันอำลาที่แห่งนั้นด้วยความรู้สึกประทับใจ  และคิดไว้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องหวนคืนกลับไปอีกครั้ง

.

ล้อรถของเพื่อนรักมาหยุดลงหน้าห้างสรรพสินค้า  หลังแยกจากกัน ฉันกับเพื่อนเดินเข้าไปในห้าง  เราแยกจากกันหลังจากนั้น  ฉันเดินไปยังสถานที่หนึ่งเพื่อไปเรียนวิชาการถักนิตติ้ง

.

.

.

.

การทำงานที่ต้องใช้ฝีมือ  ต้องใช้ความละเอียดประณีต  จะทำให้มีสมาธิมากขึ้น  และเกิดความนิ่งสงบภายในใจ  สิ่งนี้นอกจากมีผลต่อตนเอง  แล้วยังมีผลต่องานและผู้คนรอบข้าง  ที่นอกจากเราจะรู้จักรอบคอบ ละเอียดลออในงานมากขึ้นแล้ว  การปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่นก็ให้เป็นไปโดยสงบสันติมากยิ่งขึ้น  อีกสิ่งหนึ่งก็คือ…เราจะเป็นผู้ที่มีจุดหมาย  ไม่เลื่อนลอย  เพ้อฝันหรือฟุ้งซ่าน  และมันท้าทายความพยายามของเราเพื่อไปยังจุดหมายนั้นให้ได้ในที่สุด 

นอกจากนี้สิ่งที่สานก่อขึ้นด้วยมือของเราเองนั้น  จะทำให้เรามองเห็นคุณค่าในตัวเอง  ไม่ว่าจะมองชิ้นงานที่อยู่ในมือเรา  หรือเมื่อมันถูกทำขึ้นและให้เป็นของขวัญสู่มือของผู้อื่นจากใจเรา  และเมื่อเราเห็นคุณค่าในตัวเองแล้ว  ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจแม้ยามที่รู้สึกว่าไม่มีใครเห็นคุณค่าในตัวเรา…

.

.

.

.

ทำด้วยมือเรา…  ทำด้วยใจเรา…

.

.

ขอขอบคุณภาพจาก

http://www.thaiweekender.com/index.php/ladmayommkt.html

 

สารบัญ ก้าวฯที่๔๓


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: