ฉากอันพร่ามัว…

15 10 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

ฉากอันพร่ามัว…

.

.

วัดอรุณ (โปสการ์ด) (เล็ก)

.

เขียนที่โต๊ะทำงาน…

กิ่งเพื่อนรัก…

โปสการ์ดใบนี้เหมาะกับกิ่งทันที่ที่ได้เห็นจ้ะ  ถึงแม้ว่าวัดในโปสการ์ดอาจจะไม่ใช่วัดป่า  หรือวัดที่อยู่บนเขาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะขึ้นไปปฏิบัติธรรม  อย่างเช่นวัดที่กิ่งไปบ่อย ๆ  แต่วัดก็คือวัดนะจ๊ะสำหรับฉัน  คือสถานที่ที่สงบ…  แม้บางวัดนั้นสิ่งก่อสร้างจะทำให้เรามองแล้วรู้สึกว่าสวยงาม  เลิศล้ำไปด้วยวัสดุที่นำมาก่อสร้าง  แต่ไม่ว่าฉันจะเข้าไปในวัดใด  จะเป็นวัดใหญ่โตอย่างวัดพระแก้ว  , วัดเล็กแถวบ้าน   หรือว่าวัดกันดารในต่างจังหวัดที่เราเคยไปถวายสังฆทานด้วยกัน  ในใจลึก ๆ ของฉันก็มีความรู้สึกเหมือนกัน  นั่นคือ…สงบเย็น

.

อาจเป็นเพราะฉันนั้นเป็นคนที่ไม่ลึกซึ้งในหัวข้อธรรม  หรือรายละเอียดในระหว่างห้วงการดำเนินวิปัสสนากรรมฐานมากนัก  ฉันจึงรู้สึกได้เพียงเท่านี้  ไม่สามารถแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยภายในมวลบรรยากาศรอบ ๆ ของแต่ละวัดได้แตกต่างกันมากไปกว่านี้

.

เมื่อนึกถึงเรื่องของศาสนา  ก็ให้คิดว่าคนเรานั้นมีศรัทธาในวิถีทางที่แตกต่างกันไป…

ฉันคิดว่ากิ่งศรัทธาในความเป็นจริงของสารัตถะทางพระพุทธธรรม  และมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามวิถีที่ศรัทธานั้นเป็นอย่างดี

ส่วนฉันศรัทธาในเหตุและผลที่มีอยู่ในทุก ๆ หลักธรรม  วิเคราะห์หลักคำสอน  แล้วจึงทดลองปฏิบัติตามด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน

.

เห็นกิ่งไปปฏิบัติธรรมแล้ว  ฉันอยากจะบอกว่า…  สักวันหนึ่งฉันจะลองไปปฏิบัติธรรมดูบ้างจ้ะ  ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า… ฉันจะสามารถนั่งสมาธิ  หลับตา  แล้วไม่คิดอะไรได้นาน ๆ

จนวันหนึ่งที่งานของฉันตึงเครียดมาก  และเส้นทางเดินก็โดนกีดขวางไว้ด้วยอุปสรรคหลาย ๆ อย่าง  ฉันไม่สามารถหันหน้าไปพึ่งพาใครได้ที่ทำงาน  หนทางข้างหน้าดูพร่ามัว  คิดอะไรไม่ออก…

สุดท้ายก็มีเพียงเพื่อนอย่างพวกเธอ  เป็นมือที่พร้อมจะยื่นความเข้าใจให้กับฉันเสมอ…

.

ครั้งนั้น…  ฉันมองเห็นตัวเองในชุดสีขาว  และได้พักสงบจิตสงบใจ…  ให้ความสว่าง  ส่องนำทางความคิดของฉันให้เดินไปตามทางที่มีทางออก  ให้ความสะอาด  ปัดกวาดอวิชชาและโทสะต่าง ๆ ของฉัน  ให้ความสงบ  ปูลาดกาลเวลาและจิตใจจนหยุดนิ่ง

เมื่อเราสามารถพังทลายฉากอันพร่ามัว    ฉันหวังว่าคำตอบที่ค้นพบจะชัดเจน…

.

.

ขอบคุณกิ่งและเพื่อน ๆ ในความรู้สึกทุกอย่างของพวกเธอ  ที่ทำให้ฉันรู้ว่า…เพื่อนคือความรักและห่วงใยหนึ่งซึ่งงดงามเสมอ…  

.

.

.

.

แด่…กิ่ง + กลุ่มเพื่อนรัก  และมนุษย์ผู้ถูกฉากอันพร่ามัวขวางกั้นความคิด

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

.

วันแม่เมื่อสองปีที่ผ่านมา รายการวิทยุรายการหนึ่งจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อแม่ขึ้นมา  โดยการจัดประกวดคำนิยามของคำว่า  “ แม่ ”  ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้ไปล่องเรือสำราญ  เจ้าพระยาครุสซ์  ไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา  และแวะทำบุญตามวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  อีกทั้งร่วมเล่นเกมเพื่อสะสมแต้มหารายได้บริจาคให้กับบ้านพักคนชราบางละมุง  ปิดท้ายด้วยการชมมินิคอนเสิร์ตระหว่างล่องเรือกลับด้วย

ตีสองของคืนหนึ่งขณะที่ฉันยังคงทำงาน  ก็ได้ยินเสียงดีเจจากวิทยุกำลังพูดรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมนี้  และบอกให้กดโทรศัพท์เข้ามาร่วมเล่นเกมกันได้  ฉันลองกดโทรศัพท์ดู  คิดว่าไม่ติดก็ไม่เป็นไร  แต่ถ้าติด  นี่ถือเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับวันเกิดแม่ของฉันที่จะมาถึงราวปลายเดือนสิงหาคม  ถึงแม้จะดูเหมือนไม่มีค่ามีราคา  ไม่ต้องลงทุนอะไร  แต่ภายในใจนั้นฉันมีความปรารถนาที่แรงกล้า  ให้แม่ได้พบกับสิ่งที่ดี  ให้แม่ได้มีความสุข…

ฉันตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินเสียงปลายสายเป็นเสียง  ตู๊ด…  ยาว ๆ  เมื่อผู้รับสายให้ฉันบอกนิยามคำว่าแม่ของฉัน  ฉันบอกไปว่า  นิยามของฉันนั้นแสนสั้น  แต่มันมีความหมายมากมายสำหรับฉัน  นิยามนั้นคือ  “ แม่คือส่วนหนึ่งของชีวิตและหัวใจ ”  ผู้รับสายหลังไมค์ถามว่า  มีความหมายมากมายยังไง  ฉันก็ตอบไปว่า 

ตั้งแต่อยู่ในท้อง…
ครึ่งหนึ่งของชีวิตลูกเป็นของแม่
จวบจนวันเติบใหญ่
ก็ยังเป็นของแม่…

ไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน
แท้จริงแล้วแม่ไปกับลูกด้วยเสมอ…
ไม่ว่าลูกจะรู้สึกอย่างไร
แท้จริงแล้วแม้รู้สึกด้วยเสมอ…

ไม่มีความรู้สึกรักใด
ที่จะมาจากหัวใจรักที่แท้จริง
เท่าความรู้สึกรักจากหัวใจแม่…  

ผู้รับสายหลังไมค์บอกให้ฉันถือสายรอสักครู่  เพราะต้องให้ดีเจเลือกนิยามที่เธอคิดว่าดีที่สุด  ฉันรออยู่สักครู่  เขาก็บอกกับฉันว่านิยามคำว่าแม่ของฉันได้รับคัดเลือก  และแสดงความยินดีกับฉันที่ฉันจะได้พาคุณแม่ไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  แล้วก็ส่งสายต่อให้พูดกับดีเจออกรายการวิทยุ  ซึ่งตื่นเต้นทีเดียว…

แล้ววันที่แม่และฉันเฝ้ารอก็มาถึง  เช้าของวันที่ 25 ส.ค. 50 วันนั้นท้องฟ้าโปร่ง  อากาศสดใส  อัตราเร็วของสายน้ำเจ้าพระยาแลดูช้าและสม่ำเสมอ  บริเวณท่าเรือริเวอร์ซิตี้เต็มไปด้วยผู้คน  มองดูแล้วประมาณ 100 คน  ทั้งเด็กวัยรุ่น  ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  รุ่นราวคราวเดียวกับฉันก็มี  ไปจนถึงอาม่าสูงอายุก็มาร่วมล่องเรือกับเราในวันนั้นด้วย

ฉันนึกไปถึงเมื่อสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย  ฉันมีความหลังกับท่าเรือบริเวณนี้มาก  นอกจากมันจะเป็นเส้นทางคมนาคมเพื่อไปยังมหาวิทยาลัยแทบทุกวันแล้ว  ที่นี่ยังเป็นจุดนัดพบของฉันกับเพื่อนรักในวันที่ทุกข์โศกที่สุดในชีวิต  ที่นี่เป็นที่ที่แม่พาฉันมาพบเพื่อน ๆ เพื่อให้ฉันมีความสุข  แต่ช่วงเวลานั้นในใจแม่คงมีแต่ความทุกข์ที่ฉันเป็นคนก่อ  แต่มาวันนี้ฉันขอลบความรู้สึกอันเลวร้ายในอดีตในใจแม่บ้าง  โดยการแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ดี  ขอให้ความสุขใจจงลบเลือนความทุกข์ใจในครานั้นไป…

.

8.30 น. ฉันออกมาจากความรู้สึกนึกคิดอีกครั้ง  เมื่อดีเจเรียกผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดให้มาลงทะเบียน  เมื่อมาครบทุกคนก็ได้เวลาขึ้นเรือ

เรือเจ้าพระยาครุสซ์มีสองชั้น  ห้องโดยสารชั้นล่างของเรือถูกจัดเป็นห้องโถงสำหรับนั่งชมการแสดง  และภายในนั้นก็กว้างใหญ่พอที่จะบรรจุผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมได้ทั้งหมด  เมื่อเรือเริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่าได้ไม่นาน  ดีเจสี่คน  ก็ขึ้นมาดำเนินรายการด้วยความสนุกสนาน  ก่อนส่งต่อให้  คุณนิรุตต์  (แชมป์แฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา)  ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์นำเราเยือนวัดในครั้งนี้

วัดกัลยาณมิตร 1 วัดกัลยาณมิตร 2

วัดแรกที่เราจะแวะลงนนัสการคือ  “ วัดกัลยาณมิตร ”  วัดกัลยาณมิตรตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนเก่าของฉัน  แต่นี่ก็เป็นครั้งที่สองเท่านั้นที่ฉันได้มาเยือนวัดนี้  คุณนิรุตต์อธิบายว่า  สมัยก่อนบริเวณที่วัดตั้งอยู่นั้น  เป็นที่ของภิกษุจีน  หรือที่เรียกกันว่า  กุฎีจีน  บุคคลผู้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น  เป็นขุนนางในสมัยรัชกาลที่สาม  มีนามว่า  เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ต้นสกุลกัลยาณมิตร  สมัยร. 3 นั้นเป็นที่รู้โดยทั่วกันว่า  การค้าขายระหว่างไทยกับจีนนั้นเจริญรุ่งเรืองมาก  และท่านโตนี้ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่นำความเจริญรุ่งเรืองนี้มาสู่เมืองไทย  เมื่อทำการค้าได้เงินทองมามาก  คนสมัยก่อนจะนิยมนำเงินมอบให้กับพ่อแม่  โดยมอบให้ในรูปแบบของบุญ  ก็คือการสร้างวัดให้  วัดกัลยาณมิตรนี้ท่านโตได้สร้างขึ้นเพื่อมอบบุญให้กับมารดาของท่านนั่นเอง  ภายในพระอุโบสถของวัดมีพระประธานขนาดใหญ่ปางเลไลย์  ชาวจีนเรียกกันว่า “ ซำปอกง ”  ซึ่งแปลได้ว่า  พระรัตนตรัย  ในวันที่เราไปเยี่ยมชมนั้นพระพุทธรูปองค์นี้กำลังได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่พอดี

ฉันพนมมืออธิษฐานกับพระประธาน…  ตั้งแต่วันอาสาฬหบูชาที่ฉันได้ไปวัดญาณเวศกวันของท่าน ป. อ. ปยุตโต  และพระท่านได้เทศน์สั่งสอนให้เรารู้จักการอธิษฐาน  “ เพื่อทำ ” ไม่ใช่อธิษฐาน  “ เพื่อขอ ”  ฉันก็ไม่เคยอธิษฐานเพื่อขออีกเลย  อาจเป็นเพราะว่าการอธิษฐานเพื่อทำนั้น  มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลตอบแทนในปัจจุบันสูง  ไม่ต้องรอหวังผลที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร  อีกอย่างหนึ่งมหัศจรรย์หรือสิ่งที่มนุษย์คิดว่าเป็นไปไม่ได้ทั้งหลาย  ก็เกิดขึ้นเพราะสองมือของมนุษย์เราไม่ใช่หรือ… 

วัดอรุณ-1 วัดอรุณ-2 งีดอรุณ-3

วัดที่สองที่เราแวะนมัสการ  อยู่ใกล้วัดแรกแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น  ไม่ทันไรเรือก็จอดเทียบท่าน้ำวัด  “ อรุณราชวราราม ”  วัดอรุณ ฯ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  ขณะที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานีถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง  เมื่อคราวที่รัชกาลที่ 1  ยกทัพไปตีเวียงจันทน์ได้  พระองค์ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตลงมาประดิษฐาน ณ พระอุโบสถของวัดอรุณ ฯ  ภายหลังเมื่อวัดพระศรีรัตนศาสดารามสร้างเสร็จ  ก็ได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตไปไว้ที่นั่น  ส่วนพระปรางค์ของวัดอรุณ ฯ นั้นได้รับการสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่สาม  และในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการปฎิสังขรณ์หลายส่วน  และรัชกาลที่ 4 ทรงนำพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ผู้เป็นพระบิดา  มาบรรจุไว้ ณ พระบรมอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย  วัดอรุณราชวรารามได้รับการปฎิสังขรณ์อีกสองครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5  และรัชกาลที่ 9

ที่นี่พวกเราได้ทำการถวายสังฆทานหมู่กัน  ดีเจบอกกับพวกเราว่ามาครั้งนี้อย่ามีเรื่องกับใคร  เดี๋ยวถวายสังฆทานแล้วเวรกรรมจะติดตัวกันไปถึงชาติหน้า  แต่ช่วงเวลาที่ถวายสังฆทานนั้น  เป็นช่วงที่ฉันทำจิตให้ว่าง  ไม่ยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งใด  การทำบุญด้วยจิตว่างนี้  ก็เหมือนการอาบน้ำด้วยน้ำสะอาด  เท่ากับได้ชำระล้างกิเลส โลภะ โมหะ โทสะ หรือสิ่งที่ทำให้จิตใจต้องเศร้าหมองต่าง ๆ  ทำบุญโดยละซึ่งตัวตนของตน เหลืออยู่แต่ความว่างหรือจิตว่าง (สุญญตา) ว่างจากการยึดมั่นถือมั่นต่อสิ่งใด ว่างจากกิเลส ตัณหาใด ๆ เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องการเอาหน้าหรือเอาเกียรติ สิ่งที่ได้รับกลับไปจากการทำบุญแบบนี้ก็คือ “  ความสะอาด สว่าง สงบ ” ในจิตใจ  ตามหลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ

ก่อนขึ้นเรือ… บริเวณใกล้กับท่าน้ำ  มีหญิงคนหนึ่งถือโปสการ์ดมากมายที่เสียบอยู่ในช่องเสียบแผ่นพลาสติกมาเร่ขาย  ปกติฉันเป็นคนชอบซื้อโปสการ์ดอยู่แล้ว  เห็นเข้าจึงช่วยเธออุดหนุนสองใบ  และโปสการ์ดใบนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น  ถ้อยคำด้านล่างนั้นเขียนว่า…กั้นความคิดไม่ได้ 

เมื่อลงเรืออีกครั้ง  ก็ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี  ที่นั่งภายในเรือถูกจัดใหม่ให้เหมาะสำหรับการรับประทานอาหาร  อาหารในวันนั้นเป็นบุฟเฟ่ต์  เราได้ขึ้นไปทานบนชั้นสองซึ่งเป็นดาดฟ้าเรือที่เปิดโล่ง  นั่งชมวิวของลำน้ำที่ไหลเอื่อย ๆ ไปทางจังหวัดนนทบุรี  ผ่านสะพานต่าง ๆ  และบ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำ  พร้อมกับรับประทานอาหารไปด้วย  อิ่มทั้งกาย  อิ่มทั้งใจ… 

หลังรับประทานอาหาร  มีการเล่นเกมบิงโกชื่อเพลงเก่าในสมัยที่คุณแม่ยังสาว  เรายังเด็ก ๆ  เช่น  เพลงกว่าจะรัก  ของ XYZ , เพลงฝันฝันหวาน ของคุณผุสชา , เพลงยากยิ่งนัก ของชาตรี , เพลงขอเป็นฝ่ายไป ของปวีณา  ชารีฟสกุล  ฯลฯ  โดยดีเจจะเปิดเพลง  แล้วให้เราหาชื่อเพลงในกระดาษที่ให้มา  ถ้ามีก็ให้กากบาท  เมื่อกากบาทเรียงตัวเป็นแถวในแนวตั้ง  แนวนอน  แนวทแยง  หรืออยู่ตรงมุมทั้งสี่  ก็ถือว่าบิงโก  แล้วทางรายการจะบริจาคเงินให้กับบ้านพักคนชราบางละมุงเป็นเงินหนึ่งหมื่นบาทต่อหนึ่งบิงโก  อีกทั้งผู้ที่ทำบิงโกได้จะได้รับรางวัลอีกหลายอย่างด้วยกัน  ฉันกับแม่สามารถกากบาทชื่อเพลงได้หลายเพลง  แต่ก็ไม่อยู่ในแนวของบิงโก  เงินบริจาคทั้งหมดที่เราร่วมกันเล่นเกมเป็นเงินรวมทั้งสิ้น  100,000  บาท  ฉันคิดว่าแม่เฒ่า  พ่อแก่ที่บ้านพักคนชราแห่งนั้น  จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นบ้างจากเงินจำนวนนี้

วัดเฉลิมพระเกียรติ-1 วัดเฉลิมพระเกียรติ-2 วัดเฉลิมพระเกีรยติ-3

วัดสุดท้ายที่เราแวะชมคือ “ วัดเฉลิมพระเกียรติ ”  ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี  ใกล้กับเกาะเกร็ด  บริเวณนั้นเป็นหมู่บ้านมอญ  บ้านเรือนของชาวมอญกับชาวไทยแตกต่างกันตรงที่  บ้านของชาวไทยจะหันหน้าสู่แม่น้ำ  แต่บ้านของชาวมอญจะหันหน้าไปทางทิศเหนือคือทางเดียวกับท่าน้ำ  คุณนิรุตต์บอกว่าอาหารที่เรากินเมื่อตอนกลางวันมีสองอย่างเป็นอาหารมอญ  นั่นคือทอดมันและขนมจีน

วัดเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้เป็นวัดที่ต่างจากสองแห่งแรกตรงที่ว่า  เป็นการผสมผสานของความเป็นวัดแบบจีนเหมือนเช่นวัดกัลยาณมิตร  กับความเป็นวัดแบบไทยเหมือนเช่นวัดอรุณราชวราราม  วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงสร้างเพื่ออุทิศบุญให้กับแม่นมของพระองค์  คือพระศรีสุราลัย  เมื่อมองขึ้นไปจากเรือก็จะเห็นว่าวัดนี้แลดูเก่าแก่และร่มรื่นมาก  เราได้ขึ้นไปนมัสการพระประธานในพระอุโบสถกัน  คุณนิรุตต์ได้นิมนต์หลวงพ่อให้มาสวดให้ศีลให้พรกับพวกเรา  ฉันเองรับศีลรับพร  แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะรับเผื่อใคร  เนื่องจากได้รู้แล้วว่าหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นบอกไว้ว่า  พระธรรมเป็น ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหี ติ คือเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยกให้กับผู้อื่นได้ พระพุทธเจ้าเป็นเพียงผู้บอกทางไปสู่แหล่งน้ำให้กับเรา เราเองต้องเป็นคนที่จะเดินไปที่แหล่งน้ำนั้น แล้วตักน้ำกินเอาเอง  ถึงแม้ฉันจะไม่อธิษฐานเผื่อใคร  แต่ฉันก็แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบุคคลอันเป็นที่รักและเจ้ากรรมนายเวร

.

ใกล้ ๆ กับวัดเฉลิมพระเกียรติมีอุทยานกาญจนาภิเษก  ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 50 ปีของในหลวงของเรา  ฉันกับแม่ได้ไปถ่ายรูปที่อุทยานกาญจนาภิเษกแห่งนี้ด้วย

ได้เวลาขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับ  การล่องเรือกลับเป็นไปด้วยความสนุกสนาน  เหล่าดีเจให้ความบันเทิงกับพวกเราอย่างเต็มที่  ฉันได้ยินเสียงแม่หัวเราะอยู่เรื่อย ๆ  ส่วนตัวฉันส่วนใหญ่จะนั่งยิ้มแล้วฟังเสียงหัวเราะของแม่  เพราะเสียงที่ได้ยินนั้นช่างเป็นเสียงที่ไพเราะสำหรับลูกมากมายเหลือเกิน…

ดีเจแต่ละคนร้องเพลงกันคนละสองเพลง  แต่ละคนก็ร้องได้ดี  บางเพลงแม่ฉันก็ร้องด้วยอีกต่างหาก  ปิดท้ายด้วยนักร้องขวัญใจคนหนึ่งของฉัน  คุณวิยะดา  โกมารกุล ณ นคร  เธอมากับลูกสาว  และเดี๋ยวนี้เธอได้เลื่อนขั้นไปเป็นคุณยายแล้วด้วย  คุณวิยะดาร้องเพลงทั้งหมด 4 เพลง  เมื่อเรือใกล้ถึงที่หมาย  เจ้าหน้าที่ของทาง Green Waveได้นำพวงมาลัยมะลิสดใส่พานมาให้กับลูก ๆ คนละหนึ่งพวง  แล้วดีเจกับคุณวิยะดาก็เริ่มร้องเพลง…อิ่มอุ่น 

นี่ถือเป็นเซอร์ไพรส์มาก ๆ สำหรับฉัน  เมื่อวันแม่ฉันตั้งใจจะกราบเท้าแม่  แต่แม่ไม่ยอมให้กราบบอกว่าเขิน  วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ฉันจะได้กราบแม่  ฉันนำพวงมาลัยวางบนตักแม่  แล้วก้มลงกราบที่ตัก  เพลงอิ่มอุ่นยังคงดำเนินไป  ให้รู้สึกอิ่มใจและอบอุ่นจริง ๆ  เงยหน้าขึ้นมาน้ำตาของแม่ไหลออกมา  ฉันกอดแม่แล้วเอาหัวซบลงตรงไหล่แม่  น้ำตาไหล…  แม้ว่านัยน์ตาของเราจะพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา  มองเห็นสิ่งรอบกายได้ไม่ชัดเจน  แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกได้ชัดเจนรอบ ๆ ตัวในตอนนั้น  ก็คือความรักของฉันและแม่ที่โอบกอดเราสองคนไว้  บางครั้งคนเราอาจไม่ชัดเจนในความรัก  แต่บางทีความพร่ามัวใด ๆ ก็มิอาจขวางกั้นความรักที่ชัดเจนได้  เพลงกำลังดำเนินถึงช่วง  “  ให้กายเรา…ใกล้กัน  ให้ดวงตา…ใกล้ตา  ให้ดวงใจเราสอง…เชื่อมโยงผูกพัน ”  ฉันได้สัมผัสกับความรู้สึกของประโยคเหล่านี้ได้แจ่มชัดและลึกซึ้ง  มันเป็นความรู้สึกดีที่ยากจะบรรยาย…

.

หลังจากเพลงอิ่มอุ่นจบก็มีพิธีอำลากันระหว่างทีมงานกรีนเวฟกับพวกเรา… 

หลังขึ้นจากเรือมาใช้ชีวิตภาคพื้นดินอีกครั้ง  ฉันรู้สึกวิงเวียน  โลกรอบตัวดูโคลงเคลงอยู่ตลอดเวลาที่ก้าวเดิน  โลกของฉันโคลงเคลงอยู่จนถึงวันถัดมา  จึงกลับมาหมุนรอบตัวเองตามปกติอีกครั้ง  การที่โลกโคลงเคลงในวันก่อนนั้น  ทำให้ฉันระลึกได้ว่าทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกากระดิกนั้น  โลกกำลังหมุนไม่หยุดอย่างช้า ๆ จนเราไม่รู้สึกตัว  และบางทีเพราะเหตุนี้อาจทำให้เราหลงลืมวันเวลาของชีวิตที่ผ่านไป  เวลาที่โลกให้กับเรานั้นเราได้ใช้ทำสิ่งที่ดีและมีคุณค่ามากแค่ไหน  วันแม่ครั้งนั้นผ่านมาสองปีกว่าแล้ว  และกำลังก้าวสู่วันแม่ปีต่อไปทุกวินาที  เราทำเพื่อแม่มากแค่ไหนแล้ว…

.

.

และคงจะเป็นการดีมิใช่น้อย…

หากทุกวินาทีเราจะ…กั้นความคิดดี ๆ ไว้ไม่ได้

.

.

.

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจากคุณนิรุตต์และกิจกรรมดี ๆ จากสถานีวิทยุ Green Wave

 

content


คำสั่งกระทำ

Information




%d bloggers like this: