Magic Life…

15 09 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

Magic Life…

.

.

.

.

เขียนที่…โต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างห้องนอน

.

สวัสดีจ้ะการ์…

ฉันรู้ดีว่า…เธอคงไม่ได้เปิดดูโปสการ์ดใบนี้และอ่านข้อความด้านหลังของมัน  เหตุผล…เพราะฉันเป็นเพื่อนเธอมาเกือบ 15 ปีแล้ว  รู้จักและรู้ใจเธอดี  อีกอย่างฉันไม่แน่ใจเลยว่า…ตอนนี้เธอจะอยู่ในภาวะที่อ่านข้อความต่าง ๆ ได้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง  แต่ฉันก็อยากจะเขียนเก็บเอาไว้  ในวันที่หัวใจ…คิดถึงเธอ

แม้เธอจะเกิดความเข้าใจผิดในความรู้สึกต่าง ๆ ที่ฉันมีต่อเธออยู่ในตอนนี้  แต่ฉันก็สามารถเข้าใจได้ว่านั่นเพราะเหตุใด  ฉันไม่ได้โกรธหรือโทษว่าเป็นความผิดของเธอหรอกจ้ะ  ฉันเพียงอยากรู้ว่า…เธอกำลังมีความสุขจริง ๆ ใช่ไหม?

ความจริงฉันก็ควรจะน้อยใจ  ที่เธอให้ความสำคัญกับใครคนนั้นของเธอมากกว่าเพื่อนรักที่คบกันมานานอย่างฉัน  แต่ฉันกลับไม่รู้สึกใด ๆ ต่อเรื่องของเธอ  ไม่โกรธเธอเหมือนเพื่อนบางคน  ที่คิดว่าเธอหลงงมงายไปคนเดียว  หรือไม่สนับสนุนในความคิดหรือการกระทำของเธอเหมือนเพื่อนบางคน  ที่คิดว่ามันเป็น…ความจริง

เพราะฉันเข้าใจเป็นอย่างดีว่า…เธอกำลังอยู่ในกลไกภาพมายา…บนโลกแห่งความเป็นจริง

หากเธอมีความสุขในภาวะแบบนี้  ฉันก็ยินดีด้วย  ฉันเพียงแค่รู้สึกห่วงใย  ในวันที่เธอไม่มีใคร  ที่พร้อมจะเข้าใจและยอมรับ…เท่านั้นเอง

.

ความจริงชีวิตของเธอและฉันนั้นคล้ายกันนะ  เรามีบางสิ่งเหมือน ๆ กัน  แต่น่าแปลกที่ก็มีบางสิ่งที่ต่างกันอย่างเหลือเกิน  อาจเป็นเพราะพื้นฐานของความคิดและอารมณ์เราต่างกันมากมาย  ส่วนหนึ่งเพราะพันธุกรรม  การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อมกระมัง  แต่อีกส่วนฉันคิดว่าพัฒนาการของตัวเราเองนั้นก็สำคัญ

.

พูดถึงการเลี้ยงดูทำให้ฉันคิดถึงแม่  แล้วก็คิดถึงเธอ…

เธอรู้ไหม…แม่ของฉันเคยพูดกับฉันในวันหนึ่งว่า  ฉันอย่าคิดเลยว่า…ชีวิตนี้จะมีคู่ครอง  เพราะผู้ชายที่ไหน  ที่จะมาดูแลเอาใจใส่และเข้าใจฉันเท่ากับคนในครอบครัวนั้นคงไม่มีอีกแล้ว  หรือถ้ามี…ผู้ชายคนนั้นก็คือ…คนดีมาก ๆ

พอเพื่อน ๆ ของเราได้ยินสิ่งนี้ที่ฉันนำไปเล่าให้ฟัง  ทุกคนต่างส่ายหน้าแล้วบอกว่า…ไม่จริงหรอก  อย่าไปคิดอย่างนั้น  ฉันนั่งฟังนิ่งเงียบ…  ไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้สักคำเดียว…  เพราะลึก ๆ ภายในใจแล้วฉันคิดว่า…คนที่ดีจริง ๆ นั้นไม่มีในโลกใบนี้… 

บางที…ฟ้าคงกำหนดมาแล้วว่า  ฉันต้องเกิดมาและพัฒนาตัวเอง  เพื่อเป็นผู้ให้  ผู้ที่คอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ต่าง ๆ  ซึ่งนั่นทำให้ฉันได้พบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าความสุข

บางที…ความรักสำหรับฉัน  อาจเป็นอารมณ์ความรู้สึกเบา ๆ จากบทเพลงรักที่เข้ามากระทบใจ  หรือเพียงการได้ยลมองความรักของคนรักกันในที่สาธารณะแค่เพียงเผิน ๆ  รอยยิ้มน้อย ๆ และความสุขเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นที่มุมปากและแววตาได้ไม่ยากเลย…

.

แต่สำหรับเธอนั้นต่างกัน…  ชีวิตของเธอเหมือนฟ้ากำหนดให้เกิดมาเพื่อการรอคอย  เพื่อรอรับในความรักอันใฝ่ฝันตลอดมาและ…ตลอดไป  คงจะลำบากหากเธอจะต้องใช้ชีวิตตามลำพังในอนาคต  ไม่ว่าสิ่งที่เธอต้องพบเจอต่อไปในวันข้างหน้า  จะเป็นความจริงของความฝัน  หรือเพียงมายากลจากสมองและหัวใจของใครคนใด…

.

ฉันเพียงอยากบอกกับเธอตรงนี้ว่า  ฉันพร้อมจะอยู่เคียงข้าง  ยอมรับและเข้าใจ  และจะส่งความปรารถนาดีจากหัวใจไปช่วยเหลือจิตใจเธอเสมอ  ไม่ว่าผลที่ได้รับนั้นจะร้ายหรือดีก็ตาม…

ก็เป็นเพราะว่า…เพื่อนตายนั้น  จะไม่มีวันทิ้งกันไปจนวันตาย

.

.

แต่บางที…ฉันอาจไม่สร้างความพึงพอใจให้เธอได้มากเท่าที่เธอต้องการ  ก็คงเป็นเพราะว่า…หัวใจของฉัน  ไม่เคยเล่นมายากลได้…แม้สักครั้งเดียว

.

.

.

.

.

.

แด่…เพื่อนรักของฉัน  และผู้ป่วยทางจิตที่ถูกกระทบกระเทือนทางใจทุกคน

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

รถสองแถวพื้นเมืองแล่นฝ่าความเยียบเย็นของยามเช้าตรู่ฤดูหนาวในตำบลศรีฐาน  อากาศสองข้างทางถูกโปรยไว้ด้วยสายหมอก  ฉันนั่งอยู่ที่กระบะหลังรถซึ่งมีหลังคาเหล็กคลุม  ยื่นฝ่ามือออกไปนอกรถปะทะกลุ่มหมอกที่ดูเหมือนสวนทางกันในยามที่เราเดินทางไปข้างหน้า  หยดน้ำเล็ก ๆ ซึ่งเกาะพราวบนฝ่ามือหลังจากดึงกลับเข้ามา  มองดูสดชื่น  จนเรียกรอยยิ้มน้อย ๆ เบื้องใต้ดวงตาที่สดใสออกมาได้…

เสื้อกันหนาวที่ถูกกระชับจนปิดต้นคอนั้น  ไม่นานก็ถูกคลายออกตามปกติ  สายหมอกข้างทางเริ่มบางจางและเลือนหายไปกับตา  ราวกับว่าลำแสงจากดวงอาทิตย์นั้นทำหน้าที่เป็นไม้คฑาเสกสรรของธรรมชาติ  เราผ่านป้ายไม้ขนาดใหญ่  มีอักษรสีเหลืองว่า…อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

.

ไม่ไกลจากสายตา  ภูเขาหินทรายยอดตัดซึ่งมีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ด้านบน  วางตัวทะมึนอย่างเงียบขรึมอยู่ภายใต้ท้องฟ้าสดใส  อีกไม่กี่นาทีต่อมารถกระบะที่เรานั่งมาก็หยุดลงใกล้กับฐานของภูเขายอดตัดนั้น  มุมมองในระยะประชิดนี้ทำให้ฉันได้เห็นต้นไม้ใหญ่น้อยซึ่งยืนต้นอยู่บนพื้นหินทรายสีน้ำตาลแดงประสมกับก้อนหินที่วางตัวอยู่ตามทางดินนั้น  บ้างใหญ่จนนั่งพิงได้  บ้างโผล่ขึ้นมาเพียงบางส่วน  ต้นไม้ใบไม่ครึ้มนักเหล่านั้นเรียงตัวไปตามลาดเขา  เมื่อเดินผ่านต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าขึ้นไป  จะมีพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับให้เราได้หยุดพักที่เรียกว่า ซำ   เช่น  ซำแฮก , ซำบอน , ซำกกอก , ซำกกหว้า , ซำกกไผ่ , ซำกกโตน , และซำแคร่  ตามซำต่าง ๆ นอกจากเป็นบริเวณให้พักเหนื่อยและซึมซับกับวิวทิวทิศน์  สังเกตและสัมผัสธรรมชาติแล้ว  ยังเป็นบริเวณที่พักเติมกำลังจากอาหารต่าง ๆ ที่มีขายอยู่อีกด้วย

.

จากซำแคร่… เราจะต้องไต่เชือกปีนหินก้อนใหญ่ขึ้นไปเป็นระยะทางประมาณ 1020 เมตร  เพื่อขึ้นไปบนที่ราบด้านบนของภูกระดึง  ซึ่งเรียกว่า…หลังแป  ภูกระดึงก็เช่นกันกับสายหมอก  ที่ถูกไม้คฑาธรรมชาติเสกสรรจนกลายร่างเป็นภูเขายอดตัดดังที่เห็นนี้  ไม้คฑาของน้ำหรือลมสัมผัสเสกสรรให้บางส่วนของภูเขาขนาดใหญ่นั้นกร่อนลงเหลือเพียงส่วนที่แข็งแกร่งซึ่งยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้

.

บนหลังแปเป็นที่ราบกว้างใหญ่  มีป่าไม้โปร่ง  นาน ๆ เราจะได้เห็นต้นสนสามใบสูงใหญ่สักต้นไกล ๆ  จึงทำให้ฉันสนใจสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนรอบ ๆ กายได้ง่ายดายกว่า  สิ่งเหล่านั้นคือผู้คนที่ขึ้นมาท่องเที่ยวกันมากมายนั่นเอง  ฉันได้เห็นการช่วยกันขนสัมภาระ  กระเป๋า  เสบียง  อุปกรณ์ถ่ายภาพ  กีตาร์ ฯลฯ  ในอิริยาบทต่าง ๆ  บางผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส  บางผู้คนบ่นกระปอดกระแปด  ใช้วาจาต่อว่ากระทบกระเทียบ ประชดประชันกัน  แต่ทั้งหมดนั้นก็ในบรรยากาศของความเป็น “ เพื่อน ”  คำนี้แม้แสนสั้น  แต่มีความรู้สึกอยู่ข้างในนั้นมากมาย  ซึ่งอาจจะต้องเก็บเกี่ยวกันไปจนวันตายจากกัน…

ฉันกับเพื่อน ๆ ใช้เวลาบนหลังแปของภูกระดึง  ในการท่องเที่ยวชื่นชมกับกล(ไก)ความจริงทาง “ ธรรมชาติ ”  อันแพรวพราว ไม่ว่าจะเป็นสีสันของท้องฟ้าที่แปรเปลี่ยนในยามพระอาทิตย์เผยตัวจากกลุ่มเมฆหมอกปลายขอบฟ้าในยามเช้า  หรือตกลงสู่ส่วนนูนของเปลือกโลกที่เรียกว่าขุนเขาทางฝั่งตรงข้ามหน้าผาที่ยื่นออกจากพื้นราบในยามเย็น  อากาศที่มีอุณหภูมิต่ำลงในทันทีทันใดที่ดาวฤกษ์ดวงโตสีแดงลับตา  ดวงดาวที่จรัสแสงพร่างพราวฟากฟ้าเหนือเต็นท์  สายลมที่ลู่ล้อเหล่าสนให้เสียดสีบรรเลงเพลงสนสู่ลม  ใบไม้ที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาลปลิดปลิวหล่นคว้างไปตามเหตุผลของธรรมชาติ  แล้วล่องลอยเหนือลำธารใสเย็น….

ความรู้สึกอันหลากหลายระหว่างมวลมิตรภายใต้กล(ไก)ธรรมชาติอันงดงามเหล่านั้น  ได้ถูกฉันบรรจุอัดไว้ภายในคำว่า “ เพื่อน ”  อย่างทะนุถนอม  ไม่เคยมีวันใดที่คำ ๆ นี้จะมองดูแล้วให้ความรู้สึกที่ไม่ดี  หากมันกลับมองแล้วให้คุณค่าทางใจแก่ฉันมากขึ้นตามกาลเวลา… 

.

.

ฉันหยิบโปสการ์ดชุดภูกระดึงจากชั้นเสียบโปสการ์ดจากร้านค้าชื่อดังแห่งหนึ่งของที่นั่น  ในเวลาสุดท้ายก่อนลาจากภูกระดึง…

.

.

นอกจากธรรมชาติจะเสกสรรความงดงามทางธรรมชาติด้วยกันเองแล้ว  ธรรมชาติยังเสกสรรความสุข  ความรัก  ความอบอุ่น  และมิตรภาพให้กับดวงใจอันพิสุทธิ์ของทุกผู้คนเสมอ…

แต่หากวันใดในใจของผู้คนมืดมัวและในมือนั้นกำไม้คฑาแห่งอำนาจ  ก็ขอให้สิ่งที่มนุษย์เสกสรรแก่ธรรมชาติ  นั้นเป็นเพียง…มายากล 

.

.

image005 image006

.

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
-วิกิพีเดีย
http://www.geocities.com/sci123th/m10.html

.

.สารบัญ ก้าวฯที่๓๙


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: