ตอง…ต่อง…ต้อง…ต๊อง…ต๋อง

1 09 2009

ปลิวไปตาม 'รมณ์  -  ปรัชญา พงษ์พานิช

ตอง…ต่อง…ต้อง…ต๊อง…ต๋อง
โดย
ปรัชญา  พงษ์พานิช

.

.

๑.

.
หากจะให้เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มรูปร่างผอมบางแก้มตอบจนกระดูกโปนดูคล้ายคนติดยา  ผิวสีหมึกยืนฉีกยิ้มเผยฟันขาวสว่างใต้แสงนีออนจากเสาไฟฟ้าตรงหน้าของผมตอนนี้  ผมคงต้องทบทวนความทรงจำย้อนหลังกลับไปราวสิบห้าปีที่แล้วน่าจะได้  เขาในวัยนั้นเป็นเพียงนักเลงรุ่นจิ๋วชั้นปลายแถวประจำซอย  มีงานหลักประจำในชีวิตที่ประพฤติจนเป็นกิจวัตรนั่นคือการวิ่งยั่วหมาฝรั่งพันธุ์โดเบอร์แมนอยู่นอกรั้วบ้านของผมให้กระโจนเห่ากรรโชกดุดันด้วยความอาฆาตแค้น  จนบางครั้งผมนึกสงสัยว่าหากไอ้โจ้หมาพันธุ์โดเบอร์แมนตัวสูงใหญ่ปานสะเอวเกิดหลุดออกไปนอกรั้วขึ้นมาสักวัน  เขาในตอนนั้นซึ่งยังคงเป็นเด็กชั้นประถมหนึ่งหรือสอง ผมไม่แน่ใจร่างอันเล็กจ้อยนั้นจะมีเศษอวัยวะเหลือพอให้ชันสูตรได้หรือไม่  แต่อีกใจก็อดตั้งคำถามกับไอ้โจ้หมาพันธุ์ยักษ์ของผมไม่ได้อีกเหมือนกัน ว่านอกจากกรรโชกเห่าด้วยสำเนียงอาฆาตมาดร้ายแล้วมันจะมีปัญญากัดใครได้หรือไม่  ที่ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้คงเพราะนอกจากร่างกายอันกำยำล่ำสันและเสียงเห่าอันน่าเกรงขามแล้ว  ไอ้โจ้ไม่มีอะไรพอจะเป็นพิษเป็นภัยกับใครเขาเลย  จีบสาวก็ไม่เก่งเท่าที่ลองบันทึกสถิติไอ้โจ้อกหักไม่ได้ทับสาวเลยแทบจะตลอดชีวิตหมาของมัน  ยิ่งเรื่องการต่อสู้บู๊ล้างผลาญมิพักต้องเอ่ยถึงไอ้โจ้เป็นหมารักสันติ  เพียงหมาอื่นแยกเขี้ยวขู่เข้าใส่ไอ้โจ้ก็พร้อมจะทำหูตูบกระดิกหางระริกลงไปหมอบเลียเล็บงามได้อย่างไม่ขัดเขิน  แต่ไอ้โจ้เกลียดเขาในร่างอันเล็กจ้อยนั้น  มันจดจำเสียงฝีเท้าของเขาได้อย่างแม่นยำราวกับว่ามันมีพลังจิตหยั่งรู้  และทุกครั้งหากเดินผ่านหน้าบ้านของผม  เขาเป็นต้องยั่วให้ไอ้โจ้คลุ้มคลั่ง

นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่ทำให้ภาพของเขากลับมาฉายชัดขึ้นอีกครั้ง…

.

๒.

.
บุหรี่โชยควันสีขาวในห้วงความมืดเสียงนกกลางคืนแว่วจากที่ไหนสักที่บนเวิ้งฟ้าสีดำสนิท  ดาวบางดวงกะพริบคล้ายยักคิ้วหลิ่วตากับความเปลี่ยวเหงาที่โปรยปรายไปทั่วอาณาบริเวณ  จันทร์เสี้ยวแขวนดวงแหงนหน้าปิดปากหัวเราะเยาะหยันให้กับความพ่ายแพ้ของหัวใจใครบางคน  เสียงไซเรนดังกระชั้นถี่แล้วค่อยคลายจังหวะไกลห่างออกไปตามระยะและหนทางแห่งความร้อนรน  กรอมแก้วส่งรัศนีสีขาวครอบคลุมจากแสงหลอดนีออนบนเสาไฟฟ้า  ฝีเท้าของใครสักคนกำลังย่ำเดินมาจากท้ายซอย  ผมโยนก้นบุหรี่ข้ามรั้ว  ระบายควันที่เหลือคั่งค้าง  ดอกวาสนาฟุ้งกลิ่นหอมเย็น ๆ กลบควันบุหรี่ที่กำลังลอยตัวอย่างเนิบช้าราวกับนางงามผู้เจนเวที  ฝีเท้าของใครบางคนคืบใกล้เข้ามา  ผมล้วงหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่จากกระเป๋ากางเกงมองตัวเลขบอกเวลาบนหน้าปัดและกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้าน  เป็นเวลาเดียวกับเสียงฝีเท้ามาหยุดลงตรงหน้ารั้วบ้านของผมหมาสองตัวในบ้านเห่ากรรโชกคนแปลกหน้า  ผมเหลียวหลังกลับไปมองก็พบกับฟันขาวสว่างกับรอยยิ้มของเขา

เขาถามถึงไอ้โจ้หมาคู่อาฆาตของเขา  และเล่าเรื่องราวในชีวิตหลังจากหายหน้าหายตาไป  พ่อแม่และเขาประสบอุบัติเหตุแต่มีเพียงเขาที่รอดชีวิตมาได้ทว่าร่างกายบอบช้ำสาหัส  ตามสายตาผมคาดคะเนว่าอาการบาดเจ็บของเขาน่าจะส่งผลกระทบกระเทือนกับระบบประสาท  ด้วยท่าทางหลุกหลิกไม่พยายามสบตาเวลาสนทนากัน  และรอยบากลากยาวบนหน้าผากตั้งแต่ตีนผมจรดหัวคิ้วขวา  หลังจากขาดพ่อแม่เป็นที่พึ่งเขาเคว้งคว้างและไม่เป็นที่ต้องการของญาติพี่น้อง  สุดท้ายเขาถูกขอร้องแกมบังคับให้แฝงกายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาเป็นสามเณรเพื่อจะมีโอกาสศึกษาเล่าเรียน 

เขาใช้เวลาในร่มกาสาวพัสตร์ราวสองปีและเป็นสองปีแห่งห้วงทุกข์ทรมาน  เมื่อบาลีไม่เคยจำพระธรรมไม่เคยเข้าหัวแล้วชีวิตของการเป็นนักการศึกษาจะมีความสุขอยู่ได้อย่างไร  เขาชอบท่องเที่ยวย่ำเดินไปบนถนนแห่งหัวใจปรารถนา  ไม่ใช่จับเจ่าอยู่แต่ในเขตอภัยทานที่มีรั้วรอบขอบชิดอย่างนี้  เขาสลัดผ้าเหลืองที่คลุมร่างทิ้งอย่างไม่เหลือเยื่อใยและก้าวออกจากสถานกักกันจิตวิญญาณของเขาอย่างทะนงองอาจ  แม้น้ำย่อยจะกัดกินผนังกระเพาะอยู่บ้างเป็นบางครั้งเมื่อไม่มีอาหารตกถึงท้อง  แม้ที่ซุกหัวนอนจะเป็นเพียงกล่องกระดาษเก่า ๆ จากกองขยะ  และแม้ว่าชีวิตจะต้องเหนื่อยยากลำบากกว่าเก่าแต่ก็ยังดีกว่านั่ง ๆ นอน ๆ อยู่แต่ในวัด  และถึงแม้ว่าสติปัญญาของเขาจะต้อยต่ำกว่าคนอื่นแต่เขาก็ค้นพบพละกำลังอันมหาศาลที่จะใช้ทำงานแลกเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ 

สุดท้ายเขาถามผมว่าผมจำเขาได้ไหม  ผมพยักหน้าตอบรับ  และควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ  ผมยื่นซองบุหรี่ให้เขา  เขาส่ายหน้าปฏิเสธ  หากเขาไม่ถามถึงไอ้โจ้ผมคงยังจะจำเขาไม่ได้เป็นแน่  เพราะทั้งชีวิตหมาของไอ้โจ้มันมีคู่อาฆาตอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นคือเขาที่กำลังยืนตรงหน้าของผมซึ่งมีเพียงรั้วเหล็กดัดกางกั้นระหว่างเราเท่านั้น 

ผมพิจารณารูปลักษณ์อันบอบบางแก้มตอบผิวเนื้อดำแดดและอากัปกริยาของคนขาดความมั่นใจ  ทำให้ผมอดเคลือบแคลงถ้อยแถลงของเขาไม่ได้  และแอบพิพากษาว่าเขาเป็นคนติดยาอยู่เงียบ ๆ ภายในใจ  ความระแวงสงสัยทำให้ผมอยากจะตัดบทเดินหนีเข้าบ้านแต่ถ้อยคำของเขาก็ยังคงพรั่งพรูไม่ได้หยุดหย่อน  บุหรี่ในหว่างนิ้วลามเลียจนเกือบถึงก้นกรอง  จันทร์เสี้ยวยังคงแหงนหน้ายิ้มเยาะพร้อมกับดวงดาวที่ยังคงหลิ่วตาให้  ตัวเลขบอกเวลาบนหน้าปัดโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์  ผมเหลือบมองเขาหลายหน  จนกระทั่งเขาควักพระเครื่องออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเสนอราคาให้ผม  เพราะไม่อยากต่อบทสนทนาให้ยืดยาวไปมากกว่านี้  ผมจึงควักเงินมอบให้เขาโดยที่ไม่รับพระเครื่องแลกเปลี่ยนแล้วขอตัวเข้าบ้าน  ก่อนจากกันเขาเสนอว่าพรุ่งนี้เขาจะมารับจ้างดายหญ้าหน้ารั้วบ้านให้แต่เช้า  ผมพยักหน้าตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้แล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน  กลิ่นดอกวาสนายังคงโชยหอมยั่วยวนไม่ขาดสาย

.

๓.

.

หลังจากคืนนั้นเป็นต้นมาเขาจึงกลายเป็นกำลังสำคัญของบ้านผมในการดายหญ้าถอนหญ้าหน้ารั้วบ้าน  เขาผูกขาดการรับจ้างกำจัดวัชพืชให้บ้านของผมอยู่เพียงรายเดียว  เพราะเขามักจะตรวจตราอยู่อย่างสม่ำเสมอว่าหญ้าหน้าบ้านยาวมากน้อยเพียงใดแล้ว  หากยาวจนได้ระดับเขาก็จะมาตะโกนถามนอกรั้วบ้านว่าจะให้เขากำจัดหญ้ารกเหล่านั้นได้หรือยัง  และเขาก็จะได้งานนั้นเสมอ

ความคุ้นเคยทำให้ความเคลือบแคลงในตัวของเขาค่อย ๆ ผุกร่อนแปรเปลี่ยนเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ  ผมมั่นใจว่าเขาไม่ได้ติดยาและเท่าที่สังเกตการบริโภคอาหารเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายนั้นน้อยมาก  ข้าวราดแกงที่ตักให้ยามพักเที่ยงไม่เคยหมดจาน  เขาว่าเป็นความเคยชินและต้องการเก็บเงินไว้ให้มากที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวของเขา  แม้ร่างกายจะมองคล้ายคนขี้โรคไม่มีเรี่ยวแรง  แต่มัดกล้ามอาบเหงื่อที่สะท้อนแสงแดดกลับแข็งแกร่งและมันวาว  ผมเคยถามเขาว่าทำไมชอบทำงานกลางเปลวแดดระอุ  เขาบอกว่าจะได้ไม่ขี้เกียจ  ผมได้แต่เลิกคิ้วฉงนกับเหตุผลของเขาที่สวนทางกับความคิดของผมอย่างสิ้นเชิง

และเรื่องราวที่ผมโปรดปรานมากที่สุดคือการเดินทางท่องเที่ยวไปตามเส้นทางสายตามแต่ใจปรารถนาของเขา  สะพานมิตรภาพไทย-ลาวทั้งสองแห่งจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-พม่าเขาไปถึงมาหมดแล้ว  แผ่นดินของประเทศเพื่อนบ้านตรงอีกฝากมหานทีเขาก็ไปสัมผัสมาแล้ว  เหนือสุด  สูงสุดของแผ่นดินสยามเขาฝากตราประทับรอยฝ่าเท้าไปจนทั่ว  และตอนนี้เขากำลังสะสมเงินเพื่อเดินทางด้วยยานพาหนะที่เขาใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตเขาต้องบินไปบนแผ่นฟ้าและสบตากับปุยเมฆ

เขาถามผมว่าหากจะขึ้นเครื่องบินต้องมีเงินเท่าไหร่  และจะหาซื้อตั๋วโดยสารได้จากที่ไหน  ผมได้ส่ายหน้าปฏิเสธเพราะผมเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะขึ้นเครื่องบินจะต้องทำอย่างไรบ้าง   

.

๔.

.
เปลวแดดระอุร้อนผมนั่งมองเขาทำงานตรงใต้ร่มมะม่วง  ท่วงท่าขมีขมันกระฉับกระเฉงราวลีลาศด้วยท่วงทำนองแทงโก้  ด้วยแรงบันดาลใจผลักดันทำให้ผมอยากจะร้อยเรียงเรื่องราวของเขาผ่านเรื่องสั้นสักเรื่อง  เรื่องราวของเด็กคนหนึ่งที่ไม่อาจยอมให้อำนาจใดมากีดกั้นหัวปรารถนา  และพร้อมจะเผชิญความทุกข์ยากลำบากเพื่อทำลายป้อมปราการที่ขวางกั้น  ตัวละครดำเนินจะต้องเป็นเขา  และตัวละครต้องใช้ชื่อของเขา  ช่างน่าละอายเหลือเกินเพราะจนถึงวินาทีนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาชื่ออะไร  ลมเย็นโชยแผ่วเขาหยุดงานเงยหน้าสูดลมเย็นเพื่อพักเหนื่อย  ดอกเหงื่อไหลเป็นเส้นสายวาววาม  ผมตัดสินใจร้องถามว่าเขาชื่ออะไร  เขาหันจ้องมองผมด้วยสีหน้าอิหลักอิเหลื่อจนผมแปลกใจ  เขาพิรี้พิไรก่อนจะสาธยายเรื่องราว 

ใคร ๆ ชอบเรียกเขาว่า “ต๊อง” เพราะอากัปกริยาที่ไม่ค่อยเต็มบาทในสายตาคนอื่น  จริง ๆ แล้วเขาชื่อ “ตอง”  แม่ตั้งใจตั้งให้เพราะตอนตั้งท้องแม่เล่นไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้าและแม่ชนะเจ้ามือด้วยไพ่ตองควีน  เขาขอร้องให้เรียกเขาว่า “ตอง” ชื่อนี้ชื่อเดียว  ผมยิ้มอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา

สายลมเย็นโชยผ่านมาอีกกระลอก  เรื่องสั้นเรื่องนี้น่าจะมีภาพประกอบสักภาพ  ผมเดินเข้าไปหยิบกล้องถ่ายภาพดิจิตอลในบ้านแต่เสียดายที่แบตเตอรี่หมดจึงไม่สามารถใช้งานได้  ผมล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาในซองนั้นว่างเปล่าผมขยำและโยนทิ้งลงตรงใต้ร่มมะม่วงและเป็นจังหวะเดียวกับที่เขากำลังนั่งพักเหนื่อย  ผมเรียกเขาเพื่อจะไหว้วานให้ช่วยซื้อแบตเตอรี่สำหรับใส่กล้องและบุหรี่สักซองที่หน้าปากซอย  ในตัวของผมมีเพียงธนบัตรใบละห้าร้อยบาทเพียงฉบับเดียว  ผมจึงยื่นผ่านช่องว่างของเหล็กดัดส่งให้เขา  มือกร้านคล้ำรับเงินของผมยัดใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินลับหายไปตรงโค้งกลางซอย

สายลมเย็นโชยมาอีกระลอก

ในใจผมนึกอยากจะสูบบุหรี่สักมวน

.

๕.

.

เวลาผ่านเลยไปวันแล้ววันเล่า  เขาไม่เคยกลับมาอีกเลยนับจากวันนั้น  สายลมโชยผ่านมาแล้วพัดเลยผ่านไป  เขาหายไปพร้อมกับธนบัตรใบละห้าร้อยบาทหนึ่งฉบับของผม  ตอหญ้าที่เขาฟันจนด้วนกุดเวลานี้มันงอกเงยเผยโฉมขึ้นใหม่อีกครา  ผมร้อยเรียงเรื่องราวของเขาเป็นเรื่องสั้นจนจบ  และเฝ้ารอว่าสักวันเขาจะกลับมาเพื่อทำให้เรื่องสั้นเรื่องนี้เสร็จสมบูรณ์ลงเสียที 

เครื่องบินบนฟ้าสูงพ้นเศษไอควันสีขาวเป็นทางยาวบนพื้นหลังสีครามสด  หรือเขากำลังนั่งอยู่ในเครื่องบินลำนั้นและกำลังสบตากับปุยเมฆละมุน

ผมไม่แน่ใจ… •

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๘


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: