ขาจร ขาเร่ และขาของสุธรรม โชติเสถียร์วงศ์

1 09 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

ขาจร ขาเร่ และขาของสุธรรม โชติเสถียร์วงศ์

.

.

การเดินทาง ไม่ว่าจะเคลื่อนไปด้วยพาหนะอะไรก็ตาม ด้วยรถ เรือ หรือด้วยเท้าท้ายที่สุดแล้วปลายทางย่อมเกิดขึ้น ผู้เขียนเคยอ่านความคิดของประชาคม ลุนาชัยในหนังสือเรื่อง คนเล็กหัวใจมหึมามหาสมุทร เขียนไว้พอเข้าใจว่า กระเป๋าของเขาคือบ้าน ในนั้นบรรจุสิ่งที่มีความจำเป็นเอาไว้และกระเป๋าใบนี้ล่ะที่ทำให้เขาเป็นคนมีหัวนอนและปลายเท้า เพราะเมื่อเอนหลังนอนหนุน นี่คือหัว และที่มองไปนั้นคือปลายเท้า

นี่อาจเป็นการแก้ปัญหาคำถามของคนเร่ร่อน คนไม่มีบ้าน คนที่ค่ำไหนนอนนั่น และในความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสนทนากับ คุณสุธรรม โชติเสถียร์วงศ์ หรือที่ชาว exteen รู้จักกันในนาม berserkrabbit ปัจจุบันเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์อิสระ http://berserk-rabbit.exteen.com  ซึ่งเขาเองถึงแม้จะไม่ได้เร่ร่อนกลางถนน แต่การที่เขาทำงานอิสระ เร่ขายของตามงานต่าง ๆ ก็ทำให้เขามีมุมมองที่น่าสนใจ

 

สารากร : คิดว่าเมืองที่เราอาศัยอยู่ แคบไหมคะ
berserkrabbit : คับแคบมาก ทุกที่เต็มไปหมด

สารากร : คุณอาศัยอยู่ตรงส่วนไหนของเมืองคะ
berserkrabbit : ผมอยู่ตรงสมุทรปราการ…แต่หน้าที่การงานก็ทำให้จำเป็นต้องเข้ากรุงเทพบ่อยๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว สมุทรปราการ ก็ไม่ต่างจากกรุงเทพเท่าไรในแง่ของความแออัด

สารากร : คิดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ความแออัดเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ พื้นที่รอบนอกก็ไม่ได้ประสบปัญหาแบบนี้
berserkrabbit : ความเจริญทางวัตถุ

สารากร : เพียงอย่างเดียวหรือคะ
berserkrabbit : ใช่ เพราะกรุงเทพเป็นจุดศูนย์กลางของประเทศนี้ เป็นจุดศูนย์กลางของสังคมวัตถุนิยม คนต่างจังหวัด แทบจะทุกคนเกิดมาพร้อมที่ดินทำกิน ทุกอย่างมีพร้อมหมด แต่แทบจะทุกคนก็ไม่พอใจในความสุขเรียบๆ ทุกคนล้วนทิ้งบ้านมาแสวงหาความสุขปลอมๆ ความสุขทางวัตถุในกรุงเทพ

สารากร : ถึงในเมืองหลวงจะมีสิ่งปลูกสร้างมากแค่ไหน มีอาคารเหลี่ยม ๆ ที่เรียกว่าบ้านมายังไง แต่สังเกตไหมคะว่า คำว่าบ้านของบางคนไม่ได้มีความหมายเดียวกัน ยังมีคนที่นอนข้างทางอยู่ คุณเห็นภาพพวกนี้แล้วมีความคิดว่ายังไงบ้างคะ
berserkrabbit : คำว่าบ้านสำหรับคนคนหนึ่ง อีกคนอาจไม่ใช่ มันอาจเป็นแค่กรงขัง เค้าเลยหนีออกมา

สารากร : คิดถึงความยากไร้บ้างหรือเปล่า
berserkrabbit : แค่คำว่ายากไร้ คงไม่ทำให้ใครบางคนหนีออกจากที่อาศัยได้มั้งครับ มันต้องอึดอัดจนทนไม่ได้มากกว่า เพราะเค้าต้องรู้อยู่แล้วว่า การที่จะออกมาจากบ้านที่เคยอยู่ มาอยู่กลางถนน มันคงไม่สบายกว่าอยู่ในบ้านแน่ๆ

สารากร : มองคนที่อาศัย กิน นอน ขับถ่ายข้างทางเหล่านี้อย่างไรคะ รังเกียจไหม
berserkrabbit : ถ้าจะให้บอกตรง ๆ คือ ไม่ได้สนใจอะไรเลย

สารากร : คือต่างคนต่างอยู่แบบนั้นหรือเปล่า
berserkrabbit :ใช่ ตราบใดที่เค้าไม่ได้ทำความเดือนร้อนให้ใคร มันก็เป็นสิทธิของเค้าที่จะอยู่ตรงไหนก็ได้

สารากร : แต่รัฐบาลไม่ได้คิดแบบนั้นสิ ทุก ๆ ครั้งที่ต้องการพื้นที่สะอาดตาเพื่ออะไรสักอย่าง ก็จะขับให้คนที่อาศัยข้างทางเหล่านี้ไปที่อื่น แบบนี้มองว่ายังไงคะ ควรจัดสถานที่ให้พวกเขาไหม
berserkrabbit : ถ้าจะให้ตอบแทนรัฐบาลคงตอบไม่ได้ แต่ถ้าให้ผมตอบเอง ถ้ามีพื้นที่รองรับสำหรับคนเร่ร่อน มันก็น่าจะช่วยอะไรคนเหล่านี้ได้บ้าง แต่ก็ต้องมองหลายๆ อย่าง คนเร่ร่อนเหล่านี้เค้าเป็นใคร ใช่คนไทยที่มีปัญหาแล้วหนีออกมาเร่ร่อนหรือเปล่า หรือเป็นแค่คนต่างด้าวที่หนีเข้าเมืองมาหากิน มาก่อปัญหาให้กับเรา ถ้าเป็นอย่างหลัง ผมอยากให้จัดการผลักดันคนเหล่านี้กลับประเทศตัวเองมากกว่า

สารากร : กับเรื่องของการทำมาหากินของคนเร่ร่อน บางคนค้าขายของเล็กๆน้อย แต่บางคนใช้วิธีเที่ยวขอ ถ้าคุณเจอเข้ากับตัว จะซื้อของ หรือจะให้เงินไหม
berserkrabbit : ไม่ให้ครับ

สารากร : ทำไมคะ
berserkrabbit : จริงๆ แล้วมันมีการสำรวจมาแล้วว่า คนพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นมิจฉาชีพ

สารากร : แบบนี้ กลุ่มคนเร่ร่อนก็อยู่ในข่ายด้านลบมากกว่าใช่ไหม
berserkrabbit : ครับมองในแง่รวม ก็น่าจะเป็นแบบนั้น

สารากร : สมมติว่า คุณกลายเป็นคนเร่ร่อน ไม่มีบ้าน ไม่มีคนรู้จัก และเงินก็ไม่มี คุณจะทำอย่างไร
berserkrabbit :ไม่มีทางเลือกให้เลยเหรอ (หัวเราะ) ไม่มีบ้าน ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีเงิน ไม่มีการศึกษา ผมว่าเรายังใช้แรงงานทำงานได้อยู่บ้างนะครับ คงไม่ถึงกับต้องไปเป็นขอทาน ไปเร่ร่อนหรอก

สารากร : แปลว่าทางออกของการทำงานแบบที่เราเห็น ๆ กันยังมีอยู่ใช่ไหมคะ เช่น การรับจ้างทำงานทั่วไป
berserkrabbit : สำหรับผม มันยังมีทางออกครับ

สารากร : คิดว่าปัญหาคนเร่ร่อนจะหมดไปไหมคะ
berserkrabbit : คงยาก  อาจไม่มีทางหมดไปได้ เพราะต้นเหตุมันเกิดจากความไม่พอใจในจุดที่ตนเองเป็นอยู่ จึงต้องหนีออกมาจากจุด ๆ นั้น  มันก็คงไม่มีทางควบคุมได้อยู่แล้ว

สารากร : เคยไปสนามหลวงตอนกลางคืนไหม
berserkrabbit :เคยครับ

สารากร : มองเห็นอะไรที่นั่นบ้างคะ
berserkrabbit : ผู้หญิงหากิน คนเร่ร่อน..

สารากร : เวลานี้มีการค้าขายของเก่าอีกด้วย เป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก คึกคักและมีพลัง เห็นด้วยหรือเปล่า หรือมีความคิดเห็นต่างอย่างไรคะ
berserkrabbit : ถ้ามีการค้าของเก่าแถวนั้น ก็ถือว่าน่าสนใจนะครับ จริง ๆ พวกนี้แหล่งมันจะอยู่แถวคลองถม แต่ถ้าให้มองในแง่ร้ายอีกที ของเก่าพวกนี้ก็คือของที่ขโมยมาเสียส่วนใหญ่อีกนะแหละครับ

สารากร : ถ้าเป็นแบบนั้นจริง  แทบจะไม่มีพื้นที่ให้คนเร่ร่อนจรจัดเลยสินะ
berserkrabbit : มันมีอยู่แล้วละครับ จะหาหรือเปล่าแค่นั้น ส่วนตัวผมคิดว่า คนเหล่านี้ เพราะทนกับกฎเกณฑ์ของสังคมส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยออกมาเร่ร่อน เพราะฉะนั้น ถึงมีทางออกให้ คิดว่าหลายคนก็คงไม่วิ่งไปหาทางออกนั้น

สารากร : ปัญหางูกินหางจริง ๆ เลย คำถามสุดท้ายแล้วค่ะ เส้นระหว่างกลางของคนเมือง คนเร่ร่อน ในความคิดของคุณคืออะไรที่ทำให้มีจุดร่วมด้วยกันอย่างสันติ
berserkrabbit :  ไม่สร้างความเดือนร้อนให้กัน ก็ไม่เกิดปัญหาครับ

“คนเร่ร่อนคือคนที่เค้ามีปัญหา เค้าไม่สามารถอยู่ในที่ ๆ เขาเคยอยู่ได้  เค้ารับที่เก่าของเขาไม่ได้ ก็เลยหนี เลยแหกกฎออกมา ส่วนใหญ่ถ้าเป็นแบบนั้น พี่ว่ายังไม่เกิดปัญหานะ แต่ปัญหาจะเกิดเมื่อคนเรามันต้องกิน พอไม่มีกินก็ต้องหา พอหาไม่ได้ ก็จะไปก่อปัญหา ปัญหาอาชญากรรม ต่างๆ คือถึงเรามีที่ให้เขาไป พี่ว่าส่วนใหญ่เขาไม่ไปหรอกเพราะเขาแต่เดิม ก็หนีมาจากสังคมเก่าอยู่แล้ว เขารับกฎเกณฑ์บางอย่างไม่ได้ เขาถึงหนี”
Berserkrabbit •

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๘


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: