วิกาล มืดมิด

15 08 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (...)

โดย (…)

วิกาล มืดมิด

.

.

ราตรีหมุนเวียนเปลี่ยนเป็นทิวา ยามวิกาลมืดมิด มีจันทราแสงพราวแห่งดารา ครั้นเข้าสู่รุ่งทิวามีสุริยันอันร้อนแรงกล้า เพียงราตรีนี้เหล่าเติ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย คำรามในลำคอ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

โอ่- กระบี่กลีบบุปฝา ไม่ได้พบเจอกันนานเหลือเกิน

มิทันกล่าวจบคำ ความแหลมคมของกระบี่กลีบบุปผาทะลวงแหวกอากาศ เสียงหวีดหวิวกรีดดวงใจปวดแปลบ ผู้คนธรรมดารับฟังเสียงกรีดกระบี่ออกไม่อาจทรงตัว เด็กรับใช้ในโรงเตี๊ยมวิญญูชนใช้มือทั้งสองของตนปิดกั้นการรับรู้เสียงกระบี่ บ้างถึงกับสลบล้มลงตามกัน

เหล่าเติ่งส่งเสียงคำรามคราหนึ่งร่างเงาดุจภูติพรายเลือนหายไปต่อหน้ากระบี่โปรยบุปผา เถ้าแก่หลงเฝ้ามองจากด้านหลังกระบี่โปรยบุปผา มือหนึ่งถือกล้องยาสูบอัดควันยาเข้าไปเต็มปอด จากนั้นโรยควันออกสู่เบื้องบน

สายควันวูบไหวกระจายเป็นม่าน เหล่าเติ่งปรากฏกายเบื้องบน เถ้าแก่หลงยิ้ม ผลักดันเก้าอี้ตัวหนึ่งเข้าชิดร่างกดลงเล็กน้อย ปรากฏประกายดาววิงวับข้างผนัง

โรงเตี๊ยมวิญญูชนกลับซุกซ้อนกลไกอันซับซ้อนไว้ เห็นจะมีเพียงเถ้าแก่หลงเท่านั้นที่สามารถใช้โรงเตี๊ยมเป็นอาวุธได้

มีดบินชุดหนึ่งพุ่งผ่านอากาศ คะเนจากประกายวาววับเป็นมีดบินเล่มเล็กอย่างน้อยสิบเล่ม เหล่าเติ่งไม่หันมอง หลับตาลง-ระบายลมหายใจ วาดฝ่ามือออก มีประกายเล็กๆพุ่งออกจากปลายนิ้วมือเรียวเล็กแห้งแล้ง เป็นประกายแสงเล็กหรี่สายเดียว

ติง!! เสียงคล้ายโลหะสองชิ้นปะทะกัน มีดบินหนึ่งในสิบเล่มที่พุ่งมากลับพลิกผันแปรเปลี่ยนทิศทาง มีดที่หนึ่งหมุนสะท้อนใส่มีดที่สอง มีดที่สองกระแทกใส่มีดที่สามและสี่ จากสี่กระแทกใส่ห้าและหก จากสามกระแทกใส่เจ็ดและแปด มีดที่สองกระแทกต่อไปยังมีดที่เก้าและสิบ มีดทั้งสิบเล่มเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหากระบี่โปรยบุปผาและเถ้าแก่หลง สภาวะที่เกิดขึ้นพลิกแพลงเพียงชั่ววูบเดียว ผู้คนเดินไปมาภายนอกโรงเตี๊ยมเพียงหายใจเข้าออกหนึ่งรอบ

กระบี่โปรยบุปผาหลังจากแทงกระบี่ออกอาศัยด้านหลังเปิดโล่ง ด้ามกระบี่แรกแทงออกด้านหน้าบัดนี้พุ่งสวนกลับมาด้านหลัง เป็นกระบี่ที่ซุกซ้อนกลไกสามารถใช้ปลายกระบี่สองทาง ปลายกระบี่อีกด้านรูดผ่านด้ามกระบี่แทงย้อนกลับไปด้านหลัง สะกิดมีดบินที่เปลี่ยนวิถีมาทางมันกระเด็นออก มีดบินหมุนคว้างปักจมลงพื้นไม้คมมีดไม่เหลือพ้นจากแผ่นพื้น เถ้าแก่หลงยิ้มอีกครา ครานี้มันยิ้มอย่างปรอดโปร่งโล่งใจ

มันดึงตะเกียบจากชุดวางบนโต๊ะขึ้นมาคู่หนึ่ง จากนั้นซัดออกไปยังแจกันอีกด้านของผนัง ตะเกียบคู่นั้นเสียบเข้ากับหูทั้งสองข้างแจกัน พบว่ามีรูเล็กซุกซ้อนอยู่ มีดบินเมื่อครู่ที่พุ่งออกมากลับหวนคืนสู่ผนัง จากแห่งหนที่มันถูกซัดออกมา

เหล่าเติ่งทิ้งร่างลงเบื้องหน้าเถ้าแก่หลง มันมองไปที่ผนังมองไปที่กระบี่โปรยบุปผาที่พลิกแพลงกระบี่ได้อย่างน่าแปลกใจ

ยามนี้ห่างจากกระบี่โปรยบุปผาเพียงหนึ่งช่วงกระบี่ ร่างผอมบาง ใบหน้าขาวซีดภายใต้ผ้าคลุมสีดำทมึนยิ่งเสริมส่งให้น่าครั่นคราม

หลงซีฮั้ว จิ้งจอกเฒ่ายังมิได้เก็บเขี้ยวเล็บ เป็นเราเฒ่าเลอะเลือนกลับประมาทเจ้าเอง มันยิ้มคล้ายพบเจอของเล่นชิ้นเดิมที่เคยทำหายไปในวัยเยาว์

เหล่าเติ่งมารเฒ่าประจิมเช่นกัน ไข่เต่าเจ้าถือว่าไม่คละคลุ้งเกินไป ทว่า… ไฉนมารหัวขนเช่นเจ้ากลับโผล่หัวมาในเวลาเช่นนี้ นี่เป็นว่าทหารชายแดนกำแพงเมืองมิอาจสกัดกั้นพรรคมารได้แล้วกระนั้นหรือ?”

เหล่าเติ่งยืดกายขึ้น มือทั้งสองข้างทิ้งลงข้างลำตัว กระบี่โปรยบุปผาหันหน้ากลับมายังทิศทางเดียวกับมัน กระบี่คืนฝัก กลับอยู่ในท่วงท่าแรกเริ่มก่อนชักกระบี่

พ่อค้าย่อมเป็นพ่อค้า หลงซีฮั้วท่านย่อมเข้าใจว่าเรามาเจรจาธุรกิจ

เรื่องราวที่เจรจามีผลกำไรงามหรือไม่?” เถ้าแก่หลงอัดควันหนึ่งหนก่อนโรยควันออกนอกหน้าต่าง สังเกตเห็นความผิดปกติภายนอก จากนั้นกล่าวต่อไป

สหายท่านที่เคลื่อนไหวอยู่ภายนอกนั้นเกี่ยวกับการเจรจาหรือไม่?”

เหล่าเติ่งขมวดคิ้ว ใบหน้าสีขาวซีดของมันคล้ายมีความระแวงอยู่บ้าง ดวงตามันกรอกกลิ้งไปมา หลับตาลงคล้ายกำลังคาดคำนวณเรื่องราวบางประการ

หลงซีฮั้ว-คนภายนอกไม่ว่ามาด้วยเรื่องราวประการใดไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจระหว่างเรา

ท่านยืนยันเช่นนั้น

ท่านย่อมทราบดี ข้าพเจ้านอกจากต่อยตีกับผู้คน ข้าพเจ้ามิเอาไหนเรื่องโป้ปดผู้คน เปลี่ยนเป็นท่านนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

ฮ่าๆ- ข้าพเจ้าเชื่อท่าน อย่างน้อยเรื่องต่อยตีข้าพเจ้าสู้ท่านมิได้ มิเช่นนั้นท่านคงไม่เหลือไข่เต่าสามารถให้กำเนิดธิดางามงดอย่างไบหยุนน้อย เถ้าแก่หลงกล่าวจบใช้สายตาคมกริบซัดใส่เหล่าเติ่งจากนั้นคล้ายกับถูกความเศร้าหมองครอบคลุม

เรื่องราวผ่านมาแล้วผ่านไปดุจสายน้ำ หลงซีฮั้วท่านยังคงกล่าววาจาเช่นนี้เพื่อกระไร

ด้วยเราเป็นนักเจรจา

จึงกระทำได้เพียง … กล่าววาจาให้เจ้าเจ็บปวดดวงใจกระมัง

ท่านมิใคร่รู้รึว่าเราคิดมาเจรจาอันใดกับท่าน

เหล่าเติ่ง- ที่ท่านที่กล่าวออกมาข้าพเจ้าคาดคำนวณไว้แล้วสามในสี่ส่วน อีกส่วนที่เหลือข้าพเจ้าคิดอยากให้ท่านเปลี่ยนแปลงความคิด ไม่คิดกระทำเรื่องราวเหล่านั้น เพียงเท่านี้การเจรจาของข้าพเจ้านับเป็นผลสำเร็จแล้ว

ท่านเป็นพยาธิในท้องข้าพเจ้าหรือไร ไฉนทราบไปเสียหมดว่าข้าพเจ้ามีขดไส้อยู่กี่ขด กี่ขดเน่าเหม็น

นั่นยังไม่อาจทราบได้ว่าท่านใช้วิธีการใดช่วงชิงนางไปจากข้า เถ้าแก่หลงแค้นเสียงหนักขึ้น เหล่าเติ่งเงียบงันไม่กล่าวอันใดตอบโต้ มันจึงชิงกล่าวต่อ

นางเป็นอย่างไรบ้าง

หลงซีฮั้ว นางสิ้นแล้ว

เถ้าแก่หลงชะงักงัน งั้นท่านเดินทางเข้ามาในเขตกำแพงเมืองด้วยการณ์ใด

หลงซีฮั้ว ท่านสามส่วนที่ท่านคาดคำนวณถูกต้อง ส่วนที่เหลือท่านผิดแล้ว ข้าพเจ้ามิเคยคิดขอให้ท่านอภัยต่อนางหรือต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเพียงคิดมาส่งข่าวให้ท่านท่านทราบ ข้าพเจ้ามิเคยมั่นใจเรื่องการเจรจามาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน เรื่องราวสามส่วนแรกมีแต่ใช้กำลังเข้าต่อสู้แล้ว

เถ้าแก่หลง ข้าพเจ้าได้แต่ให้คนรุ่นหลังรับหน้าแล้ว

กระบี่โปรยบุปผาคล้ายได้รับคำสั่ง สับเท้าเข้าประชิดเหล่าเติ่ง กระบี่ของมันปมเด่นคือความว่องไว หากแต่เมื่อเจอกับคู่ปรับเช่นเหล่าเติ่งแล้ว ความว่องไวมิอาจใช้ออกโดยพร่ำเพรื่อ

เหล่าเติ่งหันมามองกระบี่โปรยบุปผา ยามนี้มันไม่มีประกายตาอีกครั้ง มิมีผู้ใดสามารถอ่านประกายตามันออก การคาดคำนวณย่อมมิอาจกระทำ

กระบี่โปรยบุปผาลั่นกระบี่อีกครา ครานี้แทงออกสามกระบี่โดยพร้อมเพรียง เหล่าเติ่งเพียงยืนมอง คล้ายคนชรามองดูเด็กน้อยเล่นซุกซน กระบี่ที่ซัดออกมานั้นมิอาสะกิดผิวเหล่าเติ่งได้ มันมิได้ขยับร่างกายไปที่ใด เพียงกระบี่ที่ซัดออกไปหวังหลอกลวงให้ผู้คนหลบหลีก เพลงกระบี่ดุจหลุมพราง ก่อกวนและชักนำให้คู่ต่อสู้คล้อยตามเข้าหาวิถีกระบี่ สำหรับเหล่าเติ่งแล้ว

หลุมพรางเช่นนี้ไม่อยู่ในสายตามัน

เหอผิง-เด็กน้อย มีดีเพียงเท่านี้ เฮ๊อะ!! เสียที น้ำเสียงเหล่าเติ่งปนเย้ยหยัน กระบี่โปรยบุปฝาขยี่เท้ายันร่างตนเข้าหาฝ่ายตรงข้าม ทิศทางเป็นเส้นตรง กระบี่กลีบบุปผาแหวกม่านอากาศอีกครั้ง เสียงหวีดแหลมของมันไม่อาจทำให้จิตเหล่าเติ่งสั่นไหวได้ ทุกกระบี่ที่แทงออกล้วนว่างเปล่า สีหน้ามันขณะนั้นคล้ายกำลังขบคิดเรื่องราวบางอย่าง

มารเฒ่าตนนี้ใช้วิชาสายอธรรม ไฉนไม่เกิดอาการพลุ่งพล่านใดๆปรากฏในจังหวะการหายใจในแต่ละย่างเท้า ครุ่นคิดถึงตรงนี้พลิกกระบี่จ้วงแทงจากบนลงล่าง คมกระบี่ฝังลึกลงพื้นกระเบื้องโรงเตี๊ยม

เถ้าแก้หลงหรี่ตามอง มองความผันแปรของกระบี่กลีบบุปผา

กระบี่โปรยบุปผาหยุดนิ่งชั่วขณะ กระชับกระบี่แนบแน่นอีกครา คล้ายเกิดม่านสายลมหอบหนึ่งหมุนวนรอบกาย เหล่าเติ่งหยุดเท้าไว้ที่หัวราวบันไดไม้ ภายใต้ผ้าคลุมมีประกายตา คล้ายตั้งท่ากระทำเรื่องราวบางอย่าง ชั่วพริบตา มันสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้างวูบหนึ่ง ครานี้เกิดประกายเข็มนับร้อยนับพันออกจากแขนเสื้อมัน

หมื่นพันจำแลงเถ้าแก่หลงอุทาน เป็นกระบวนท่าซัดเข็มบินพันเล่ม หมื่นจำแลง ประกายเข็มทั้งหมดมีทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม เข็มจริงและจำแลงซัดออกมาในคราเดียว ในประวัติศาสตร์คล้ายมีเพียงเล่าอู๋เฟิง(ผู้เฒ่าไร้ร่องรอย)ที่สามารถสยบเข็มบิน หมื่นพันจำแลงได้ คิดถึงตรงนี้หันหน้ากลับไปยังกระบี่โปรยบุปผา

กระบี่โปรยบุปผาเห็นความเปลี่ยนแปรเบื้องหน้ากลับยังคงรักษาอาการสงบนิ่งไว้ ขณะนั้นมันเพียงถอนคมกระบี่ออกจากพื้น ประกายเข็มหมื่นพันจำแลงพุ่งใส่กระบี่โปรยบุปผาดั่งห่าฝน เป็นห่าฝนที่โปรยปรายมืดฟ้ามัวดิน มีทั้งที่ชื่นเย็นมีทั้งเคลือบแฝงฝุ่นควันที่เกรอะกรัง

เสียงลั่นคล้ายโลหะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เข็มบินหมื่นพันจำแลงปะทะเข้ากับบางสิ่ง เกิดประกายเจิดจ้ารายรอบกระบี่โปรยบุปผา แสงจ้าค่อยๆรางลง กระบี่กลีบบุปผายามนี้คงเหลือยาวเพียงสองเชี๊ย ทว่ารอบตัวกระบี่โปรยบุปผากลับมีโลหะแวววาวคล้ายกลีบดอกไม้หมุนวนรอบกายอย่างเชื่องช้า ประหนึ่งกาลเวลาสยบยอมให้กับลงปราณสงบนิ่ง ก่อเกิดม่านพลังสายหนึ่ง บัดนี้มันอยู่ในท่วงท่าพร้อมตั้งรับ เข็มบินหมื่นพันจำแลงถูกสยบลงบนพื้นอีกครา

บุปผาคลี่คลาย เถ้าแก่หลงลอบชมเชยกระบี่โปรยบุปผา เด็กน้อยฝึกฝนฝีมือได้ถึงเพียงนี้แล้ว จากนั้นคล้ายกับว่าลืมเลือนเรื่องราวบางประการ อ่าเถ้าแก่หลงคราง

เหล่าเติ่งมิได้เกิดอาการประหลาดใจ มันมิได้เหนือความคาดหมาย กระบี่กลีบบุปผา คือยอดศาสตราหนึ่งในสิบสามกระบี่เซครา นครที่มีชื่อเสียงด้านคิดค้นสร้างอาวุธมากมาย สิบสามกระบี่คือกระบี่ซึ่งเทพศาสตราในแต่ละรุ่นคิดค้นเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ในรอบยี้สิบปีมีเทพศาตราหนึ่งคน

กระบี่กลีบบุปผาเป็นศาตราประจำรุ่นที่สิบ นับว่าเป็นกระบี่ยุคหลัง พบการแปรเปลี่ยนสุดหยัง ไม่มีผู้ใดทราบได้ว่ามันสามารถพัฒนากระบวนท่าและแปรรูปลักษณ์กระบี่ได้อีกมากมายเพียงใด มันยิ้มออกอีกคราซัดเข็มบินออกอีกหนึ่งชุด เสียงติงตังเมื่อกลีบกระบี่สะท้อนเข็มบินเหล่าเติ่งกลับมา เหล่าเติ่งลดแขนลงเคลื่อนไหวร่างกายผิดแผกจากที่ผ่านมา

กระบี่โปรยบุปผายังมิเคลื่อนไหว มันมิใช่ไม่ยอมเคลื่อนไหว หากเพียงว่ามันมิอาจเคลื่อนไหว บุปผาคลี่คลายเป็นกระบวนท่าตั้งรับ มิสามารถโจมตีอีกฝ่ายได้ เหล่าเติ่งทราบในข้อนี้เช่นกัน

เปล่าประโยชน์ บุปผาคลี่คลายมิต่างจากดอกไม้เบ่งบาน เมื่อถึงเวลา กลีบบุปผากลับร่วงโรย

เป็นอย่างที่เหล่าเติ่งกล่าว บุปผาคลี่คลายแม้เป็นท่าตั้งรับกลับอาศัยพลังวัตรสองในสี่ส่วน เป็นการขุดหลุมพรางให้กับศัตรูที่มีความดึงดันในตัวตนสูง หากเหล่าเติ่งคิดบุกโจมตี บุฝคลี่คลายจะพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้คล้ายถูกดึงดูดเข้าหากัน มันตอบสนองต่อรูปธรรมแท้ เป็นเช่นนั้น เข็มบินหมื่นพันจำแลงจึงมิอาจหลอกลวงการตอบสนองของกลีบบุปผาคลี่คลายได้

กระบี่โปรยบุปผาเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่รุกไล่เข้ามาลอบคิดว่าผิดท่า ไฉนคนของพรรคมารกลับมีความสงบนิ่งเช่นนี้ ลมปราณฝ่ายอธรรมมักอาศัยการฝึกฝนจากพื้นฐานของอารมณ์รุนแรงกราดเกรี้ยว พวกมันจึงสามารถรีดเร้นกำลังภายในออกมาได้รวดเร็ว ทว่ากับเหล่าเติ่ง มันคล้ายก้อนหินเชียบเย็นที่เคลื่อนไหวได้ หรือมันมิใช่…

คิดได้เช่นนั้นกระบี่โปรยบุปผาแปรเปลี่ยนจากตั้งรับเป็นกระบวนท่าโจมตี กระบี่กลีบบุปผากลับมาอยู่ในสภาวะเดิม คราครั้งนี้เป็นมันเองที่ไม่สามารถสงบลมปราณของตนเองไว้ได้

เถ้าแก่หลงมองทั้งสองอยู่เนิ่นนาน มันค่อยสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา ปรากฏลูกคิดคร่ำคร่าใจกลางฝ่ามือ ปากของมันยังคาบกล้องยา ขณะเดียวกันลั่นดัชนีคิดคำนวณค่าเสียหาย นรก- ดัชนีของมันว่องไวยิ่งกว่าฝ่ามือที่เหล่าเติ่งซัดเข็มบินเสียอีก

เหล่าเติ่งกลับแยกแยะสมาธิได้ดีเยี่ยม ขณะที่เหล่าเติ่งสับเท้าหลบหลีกกระบี่กลีบบุปผา กลับไม่กระทบถูกถ้วยชามจอกชาแม้แต่น้อย คล้ายกับล่วงรู้ว่ามีเถ้าแก่หน้าเลือดค่อยเคาะราคาค่าเสียหายกับมันอยู่

เถ้าแก่หลงกลับร้ายกาจยิ่งกว่า ขณะที่มือหนึ่งดีดลูกคิด อีกมือกลับสามารถแยกแยะบัญชีออกเป็นสองรายชื่อ บัดซบ มันสบถคราหนึ่ง ด้วยเสียดายที่กระบี่กลีบบุปผากวาดเอาแต่ความว่างเปล่า มิได้เสียดายที่กระบี่มิได้สะกิดผิวเหล่าเติ่ง หากแต่กระบี่มิได้แตะต้องสิ่งใดในโรงเตี๊ยมเสียมากกว่า

ลมภายนอกโชยผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง แสงเทียนใต้โคมสะดุ้งไหว เถ้าแก่หลงเกิดปณิธานวูบเดียวกับแสงไฟ

มันสะกิดเท้าไปที่พื้น เกิดเสียงดังสามคราติดกัน ดวงไฟในโรงเตี๊ยมวิญญูชนพลันดับหมดสิ้น ม่านหน้าต่างถูกคลายลงปิดบังความสว่างภายนอก

หลงซีฮั้ว เจ้าคิดเล่นสนุกอันใด นี่มีแต่ผลักไส เด็กน้อยลงสู่นรกโดยเร็ว

เถ้าแก่หลงเปล่งเสียงออกด้วยกำลังภายใน เส้นเสียงนั้นจงใจให้กระบี่โปรยบุปผารับรู้เพียงผู้เดียว

เห่อผิง เจ้าทราบหรือไม่ไฉนเจ้ามิอาจฟาดฟันถูกตัวมันเสียที

ข้าพเจ้าเกรงว่าต้องจ่ายค่าเสียหายในร้านท่านจนหมดตัว ฉะนั้นระวังตัวอย่างยิ่ง

เด็กโง่ เหตุการณ์คับขันเจ้ายังมีใจคิดเรื่องนี้

ท่านก็เช่นกัน

เถ้าแก่หลงสะดุ้งเฮือก จากนั้นเปล่งวาจาต่อไป ไฟดับแล้ว เจ้าเห็นสิ่งใดบ้าง

ข้าเพเจ้าไฉนยังมองเห็นสิ่งใด ท่านอย่าได้รบกวนข้าพเจ้า ตอนนี้ข้าพเจ้ายังรับฟังการเคลื่อนไหวของมันอยู่

เด็กโง่ เจ้าช่างโง่งมเหมือนบิดาเจ้า ความมืดมิดอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วเจ้ายังไม่รู้จักมอง

เสียงกระบี่กระทบเข็มบินเหล่าเติ่งหนึ่งครา อ่า คำนวณจากเสียงอุทานกระบี่โปรยบุปผาถูกเข็มบินสี่จุด

เจ้าเห็นหรือยัง เห่อผิง ฮ่าๆๆๆเสียงเหล่าเติ่งหัวร่อ

เห่อผิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ?” เสียงเถ้าแก่หลง

เห่อผิง เจ้าอย่าเชื่อมัน นั่นมิใช่เสียงของข้าเสียงของเถ้าแก่หลง

เห่อผิง เจ้าเชื่อในสิ่งที่ฟังหรือไม่ เห่อผิง ข้าคือหลงซีฮั้ว เสียงของเถ้าแก่หลง

กระบี่โปรยบุปผานิ่งงัน มันคล้ายคลี่คลายปัญหาที่ขบคิดมาเนิ่นนานได้แล้ว วางกระบี่ลงข้างกาย สูดลมหายใจเข้ายาวนานหนึ่งครา ลมปราณภายในกระจายออกทั่วร่าง ดวงตารู้สึกอบอุ่น จากนั้นค่อยๆกล่าวออกเชื่องช้า

เหล่าเติ่ง ข้าพเจ้าฯเห็นท่านแล้ว

สิ้นเสียงกระบี่โปรยบุปผา คล้ายมีเสียงกระบี่คืนฝัก กระบี่โปรยบุปผาแหลมคม ว่องไว ขณะนี้ใช้ออกในความมืดมิดแล้ว

 

เห่อผิง เจ้าแทงข้าฯ

 

เสียงที่กล่าวออกมาคือเสียงเถ้าแก่หลง

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๗


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: