เราต่างโยงใยซึ่งกันและกันไว้มิใช่หรือ

1 08 2009

กาลครั้งหนึ่งฯ โดย THEJUI พงษ์ ปรัชญา

เราต่างโยงใยซึ่งกันและกันไว้มิใช่หรือ

.

.

หลายต่อหลายครั้งผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าผมเป็นพวกต่อต้านสังคมใช่หรือไม่  เหตุที่ต้องตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเองสาเหตุอาจจะมาจากสภาพสังคมที่แวดล้อมตัวผมในขณะนี้  เวลาอ่านหนังสือพิมพ์หรือดูข่าวทางโทรทัศน์อดไม่ได้เลยที่จะต้องสบถก่นด่า  ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง  ข่าวสังคม  ข่าวอาชญากรรม  แต่ละข่าวที่นำเสนอมันไม่ใช่เรื่องราวของสังคมที่น่าอยู่เลยสักนิด  จนผ่านมาหลายต่อครั้งผมก็พบคำตอบว่า  เปล่าเลยผมไม่ใช่พวกต่อต้านสังคมอุดมการณ์จ๋ามาจากไหน  ผมเป็นพวกต่อต้านตัวเองที่ต้องขัดใจทุกครั้งกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน 

ผมกลัว  กลัวความเคยชินจะทำให้ผมรู้สึกชินชาและเมื่อชินชาเรื่องราวแย่ ๆ ทั้งหลายก็จะหมดความหมายกลายเป็นเรื่องธรรมดา  ซึ่งหากเป็นเรื่องธรรมดาเสียแล้วมันก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ  เรื่องปกติที่ใครต่อใครเขาก็ทำกันไม่เห็นผิดบาป  ไม่ต้องรับผิดชอบ  ไม่ต้องสำนึกผิด  ผมกลัว  ผมกลัวว่าสักวันตัวเองจะเป็นจะรู้สึกเช่นนั้น 

แต่ทว่าบางครั้งผมทนอึดอัดไม่ไหว  ผมก็ปลีกตัวเองออกมาจากสังคมเมือง  ปลีกตัวเองออกมาจากสังคมในบ้าน  ปลีกตัวเองออกมาจากสังคมในหมู่เพื่อนฝูง  ย้ายตัวเองออกไปหาความสงบที่อำเภอแม่ระมาด  จังหวัดตาก  ผมรักที่นี่มากจนพอจะเรียกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านอีกแห่งของผม  บางคราวผมตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอแม่ระมาดให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  แต่ในใจก็อดแวบคิดห่วงคนทางบ้านไม่ได้  น้องชายตอนนี้ก็ยังศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ  แม่ก็ยังต้องไปสอนหนังสือทุกวัน  พ่อที่ปลดเกษียณแล้วต้องอยู่บ้านเพียงคนเดียว  กลัวว่าพ่อจะเหงา  กลัวว่าคนแก่อยู่บ้านตามลำพังเพียงสองคนเดี๋ยวก็ขัดคอทะเลาะกันอีก 

ความตั้งใจแรกสุดของผมจะถูกบั่นทอนด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ระยะเวลาในการพักผ่อนหัวใจของผมหดสั้นลงเรื่อย ๆ  จนสุดท้ายผมก็ต้องกลับบ้าน  กลับมาหาพ่อ  หาแม่  หาเพื่อน  กลับมาอยู่ในสังคมเมืองที่ออกจะสับสนวุ่นวายมากไปสักหน่อยสำหรับผม  และยิ่งปัจจุบันผมมีครอบครัวมีลูกด้วยแล้ว  ยามใดตั้งใจจะไปอยู่ที่แม่ระมาดสักเดือน  ระยะเวลาจะหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว  ไม่ทันถึงสัปดาห์ดีเป็นต้องตาลีตาลานรีบกลับบ้านด้วยความคิดถึงลูก

 

แต่เรื่องราวของผมกลับผิดแผกแตกต่างจากชีวิตของ  คริสโตเฟอร์ แม็กแคนด์เลส (Christopher McCandless) นักศึกษาหนุ่มที่เพิ่งก้าวออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยด้วยผลการเรียนที่จะพาเขาไปศึกษาต่อวิชากฎหมายในสถาบันที่ใครหลายคนต่างหมายตาและเฝ้าฝันได้อย่างแสนสบาย  แต่เขาเลือกที่จะละทิ้งอนาคตอันมั่งคั่งอย่างไม่ไยดี 

เงินทุนการศึกษากว่า 24,000 เหรียญสหรัฐ  เขาบริจาคให้องค์กรการกุศลทั้งหมด  รูปครอบครัวเขาโยนทิ้งลงถังขยะ  บัตรประจำตัวประชาชนเขาเผามันทิ้ง  รถยนต์เก่า ๆ เขาขับมันไปจอดทิ้งไว้ในที่รกร้าง  แล้วสะพายเป้ออกรอนแรมเดินทางไปอย่างใจฝัน  ตะลุยโลกด้วยสองเท้าและอุดมการณ์  เขาหนีหน้าสังคมหน้าไหว้หลังหลอกของพ่อแม่  หนีทุนนิยม  วัตถุนิยมเส็งเคร็ง  โลกเบื้องหน้าในอลาสก้าจะต้องเป็นโลกในอุดมคติของเขา 

ตลอดระยะทางเขาพานพบกับผู้คนมากมาย  และแม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เหมือนพบคนคอเดียวระหว่างนั่งรอตรงเพิงพักริมทาง  แต่เขากลับสร้างความประทับให้กับผู้คนตามรายทางที่เขาล่วงผ่าน  ความผูกพันทำให้หลายคนยากจะตัดใจร่ำลา  ทว่าจุดหมายปลายฝันยังคงเฝ้ารอเขาอยู่ที่อลาสก้า  เขาจำต้องจากลาและเก็บภาพอันงดงามไว้ในความทรงจำและสมุดบันทึก 

วันเวลาคล้อยเคลื่อนเลื่อนจากวันเป็นสัปดาห์จากสัปดาห์เปลี่ยนเป็นเดือนจากเดือนล่วงผ่านเป็นปี  เขาออกย่ำไปบนหนทางตามแต่ใจปรารถนา  โดยที่ไม่มีแม้สักครั้งที่เขาจะติดต่อกับไปหาครอบครัว  ทั้งพ่อ  แม่  และน้องสาวต่างเฝ้ากังวลและห่วงใย  สำหรับผมแล้วมันน่าแปลกมากที่เขาทิ้งผู้คนมากมายให้โศกเศร้าและระทมทุกข์ไว้เบื้องหลังแล้วมุ่งหน้าสู่จินตนาการแห่งความสุขที่เฝ้าใฝ่ฝันลงคอได้อย่างไร 

จนในที่สุดเขาก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายฝัน  อลาสก้าขาวโพลนไปด้วยหิมะ  เขาออกย่ำไปบนหิมะพร้อมกับรอยยิ้มปีติสุข  ธารน้ำไหลเล็กแคบก็ไม่สามารถกางกั้นความปรารถนาของเขา  เขาลุยน้ำเดินทางสู่ใจกลางแห่งป่าเขาลำเนาไพร  อาทิตย์แรก ๆ ของการใช้ดำรงชีพเพียงลำพังในอลาสก้าท่ามกลางความยะเยือกเป็นไปอย่างสวยสดงดงาม  เขาออกล่าสัตว์  หาบน้ำจากลำธารมาใช้  อ่านหนังสือ  เขียนบันทึก  แกะสลักข้อความจากใจลงบนแผ่นไม้  จนเมื่อเสบียงเริ่มหมด  สัตว์ป่าก็ล่ามาเป็นอาหารได้ยากขึ้น  ซ้ำร้ายเขายังกินพืชพื้นเมืองที่มีพิษเข้าไปทำให้ร่างกายของเขาทรุดโทรมอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงจะออกหาอาหารมาประทังชีวิต  เขาเริ่มคิดถึงพ่อ  แม่  น้องสาว  และทุก ๆ คนที่เขาประสบพบเจอในระหว่างทาง  ภาพของผู้คนเหล่านั้นหมุนเวียนในมโนภาพของเขา  แต่ทว่าธารน้ำไหลเล็กแคบที่เขาก้ามข้ามมาเมื่อแรกนั้นบัดนี้ได้กลายเป็นธารน้ำหลากไหลเชี่ยวและขยายกว้างจนเขามองไม่เห็นหนทางที่จะหวนคืน 

แล้วเขาก็ได้ข้อคิดบางอย่างในนาทีวิกฤตนั้น

ความสุขจะเป็นจริงได้  ก็ต่อเมื่อเรารู้จักที่จะแบ่งปัน

 

ในทางคณิตศาสตร์หากเราเป็นสมาชิกของเซตเซตหนึ่ง  เราก็ยังเป็นสมาชิกของอีกเซตหนึ่ง  และเราก็จะยังเป็นสมาชิกของสมาชิกของอีกเซตหนึ่ง  ขยายวงกว้างต่อไปเรื่อย ๆ  ตราบใดที่เรายังมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้  เราก็ยังคงเป็นสมาชิกของเซตต่าง ๆ ที่โยงใยถึงกันอย่างมิอาจจะแยกขาดจากกันได้  แล้วเหตุใดเราจะมักสร้างความแปลกแยก  แตกต่าง  จนเราคิดว่าเราทนอยู่ร่วมกันไม่ได้  ก็ในเมื่อเรายังต้องอยู่บนโลกใบนี้  เรายังต้องมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้  และเรายังต้องอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้  เรามาร่วมกันสร้างและแบ่งปันความสุขมอบแก่กันและกันไม่ดีกว่าหรือ? 

 

คริสโตเฟอร์ แม็กแคนด์เลส (Christopher McCandless)  เสียชีวิตท่ามกลางป่าเขาและอ้อมกอดของอลาสก้าในเวลาต่อมาไม่นาน  สองอาทิตย์ถัดมาศพของเขาถูกพบโดยนักล่ากวาง  ภาพสุดท้ายในกล้องแสดงว่าเขากำลังมีความสุขในความฝันของเขา

ทั้งหมดเป็นเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นโดยการถ่ายทอดผ่านสื่อภาพยนตร์ชื่อเรื่องว่า  Into The Wild  ผลงานการกำกับของ ฌอน เพนน์ (Sean  Penn) นักแสดงในดวงใจของผม 

เป็นภาพยนตร์ทรงพลังอีกเรื่องที่ควรหามาชมครับ

 

 

พงษ์ ปรัชญา

มือเสียบแห่งลุ่มน้ำน่าน

ปฏิบัติการแทน THEJUI

 

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๖


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: