จันทร์รำพึง

1 08 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

จันทร์รำพึง

 

postcard

ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ยามแสงจันทร์นวลส่องแสงผ่านม่านหน้าต่าง…

.

สวัสดีจ้ะอู๊ด

ขณะที่ฉันกำลังเขียนโปสการ์ดฉบับนี้อยู่ท่ามกลางแสงจันทรา เธอคงกำลังทำงานอยู่ภายใต้รัศมีแสงแห่งสุริยา แม้เราจะอยู่บนโลกใบเดียวกัน แต่กลับอยู่คนละฟากฝั่งฟ้า…

นานปีแล้วสินะที่ฉันไม่ได้ติดต่อนายเลย หลังจากที่นายจบจากมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา ฉันก็ไม่เคยรู้เลยว่าจะติดต่อนายได้อย่างไร หวังเพียงข้อความในโปสการ์ดที่วนเวียนอยู่ในโลกเสมือนจริงนี้ อาจเป็นจุดใดจุดหนึ่งในตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่ไหลเวียนไปทั่วพื้นที่ไซเบอร์จนไปผ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของนายได้บ้าง

ค่ำคืนที่แสงจันทร์นวลสวย บรรยากาศเงียบสงบ ยินเพียงเสียงเพลงเบาคลอเคล้า คืนนี้ฉันยังคงง่วนอยู่กับงาน…

แต่ในใจก็คิดถึงนาย คงเพราะทำงานในเวลากลางคืนด้วยกระมัง จึงทำให้ฉันคิดไปถึงเมื่อครั้งที่พวกเรายังเป็นนิสิตกันอยู่ กลางวันเราเข้าห้องเลคเชอร์หรือไม่ก็ทำแล็บ กลางคืนเรายังคงต้องอดหลับอดนอนเพื่อทำแล็บสำหรับโปรเจคท์ของแต่ละคนอีก จึงทำให้บางคนต้องกางเตียงผ้าใบนอนเฝ้าแล็บ (พร้อมกับหลับตาไปด้วย) แล้วคอยฟังเสียงนาฬิกาปลุกให้ตื่นขึ้นมาทำต่อ บางคนก็อ่านการ์ตูนรอเวลาทำปฏิกิริยา บางคนก็ต้มมาม่าอาหารหลักของคนนอนดึกกินประทังความหิว ฉันสงสัยว่า…แสงจันทร์อาจจะไปเร่งปฏิกิริยาของเมตาบอลิซึมสำหรับแป้งที่ใช้ทำมาม่าก็เป็นได้ (ล้อเล่นนะ)

ดึกดื่นค่ำคืนไหนที่คึกคักกันหน่อย เราก็ชักชวนกันไปท่องราตรีแถวตลาดสามย่าน สวนหลวง ราตรีสโมสรสำหรับพวกเรานั้นก็หรูหราได้เพียงเท่านี้ล่ะเนาะ มีพื้นถนนเป็นพื้นร้าน ไม่มีหลังคาใด ๆ ปล่อยให้แสงจันทร์อาบไล้ร่างกายด้วยรังสี (BY = Beautiful Yellow) ผนังร้านก็โปร่งโล่งและโปร่งใสเสียจนมองเห็นรถราวิ่งกันขวักไขว่และคนเดินถนนผ่านไปผ่านมา

สมัยก่อนฉันว่าอาหารตามสั่งบนตลาดสามย่านและเนยนมที่สวนหลวงนั้นอร่อยเหลือแสน นายว่ามั้ยว่ารสชาติของมันสุขล้ำไปด้วยความจริงใจ ความรัก และมิตรภาพที่อบอวลไปทั่ว ตั้งแต่บนเตาร้อนที่คุณลุง คุณป้า พ่อค้า แม่ค้าเหล่านั้นทุ่มเทใจทำจนเสร็จ ตักใส่จานใบใหญ่ชวนกิน นำมาเสิร์ฟกันอย่างจริงใจ ไม่ต้องมีพิธีรีตองนอบน้อมเหมือนอย่างในภัตตาคารหรูใหญ่ ๆ มันเป็นสิ่งหนึ่งนะที่ทำให้ค่ำคืนนั้นมีสีมีสันมีชีวิตชีวา กระตุ้นให้ไม่ง่วงเหงาหาวนอนได้ดีเชียวล่ะ ส่วนบรรยากาศในวงอาหารของพวกเรานั้น ก็แทบไม่ต้องกล่าวถึงมากนัก น้ำมิตรที่กลมกล่อมกว่าน้ำดื่มยี่ห้อไหน ได้ไปช่วยหล่อเลี้ยงความกระหายในความสุขสนุกสนานของชีวิตเรา แล้วรสชาติของมันก็ทำให้ชีวิตเราในขณะนั้นไม่รู้จักคำว่าจืดชืดไปชั่วขณะ

.

เมื่อวันก่อนที่ภาควิชาของเรามีการจัดงาน Biochem. Night ขึ้นอีกครั้งที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งที่ฉันคิดถึงหัวหน้ารุ่นอย่างนายก็เป็นเพราะว่า รุ่นของเรามีคนไปงานเพียงคนเดียวในคราวนี้ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์จะเสียใจกันไหมเพราะตัวฉันเองก็ไม่ได้ไปเช่นกัน เนื่องจากถามเพื่อน ๆ แล้วแทบจะไม่มีใครไปเลย

เพื่อน ๆ ของเราต่างคนต่างมีชีวิตไปหลากหลายในแนวทางของตนเอง ฉันคิดว่าทุกคนคงมีเหตุผลของเขา สำหรับฉันแล้ว… ในค่ำคืนนั้นฉันก็ยังคงอยู่กับงาน เพลงเบา ๆ และมีหมาเป็นเพื่อนเช่นทุก ๆ คืนนั่นเอง แต่ฉันคิดถึงเพื่อน ๆ เป็นที่สุด ฉันได้แต่นั่งมองดวงจันทร์แล้วนึกไปว่า… หากแสงจันทร์ดวงหนึ่งดวงนั้นจะเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจเมื่อทุกคนได้มองขึ้นไปได้แล้ว ฉันเชื่อว่าบนดวงจันทร์ในวันนี้ คงปรากฏภาพความสุขความทรงจำในวันเก่าก่อน ที่ประทับไว้ตั้งแต่ครั้งดวงจันทร์ดวงเก่าในกาลนั้น ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังมิเคยจางหายไป…

.

แล้วภาพของนายที่ถูกจดจำโดยดวงตะวันที่ผันผ่านไปนั้นเป็นเช่นไร อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง…ในสักวัน

.

.

แด่…เพื่อนเรียนและคนเหงาใต้เงาจันทร์

.

.

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

ช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน 9 ปีที่ผ่านมาแล้ว บริเวณโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งแถวบางแค ได้กลายเป็นจุดนัดหมายกันของคณาจารย์ผู้มีอาวุโสและใกล้จะเกษียณจำนวนกว่า 30 คน รวมทั้งที่ยังมีเวลาราชการเหลืออยู่อีกจำนวนประมาณ 15 คน เพื่อขึ้นรถบัสปรับอากาศสองชั้นเดินทางมุ่งหน้าไปยังจังหวัด “ ภูเก็ต ”

รถบัสเคลื่อนที่ออกห่างจากแมกไม้ลำต้นโตซึ่งแผ่กิ่งก้านปกคลุมไปกว้างใหญ่ และใบครึ้มสีเขียวเข้มเหล่านั้นก็ยิ่งเข้มขึ้น เช่นกันกับลำแสงสีส้มจัดที่อาบไล้ปลายฟ้านั้นก็ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดขึ้นทุกที

รถบัสแล่นไปบนถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าลงภาคใต้ ช่วงแรกเหล่าคณาจารย์ต่างพากันพูดคุย และถึงแม้ว่าพวกท่านจะมีอายุมากแล้ว แต่ท่วงทำนองของคำพูดหรืออารมณ์ความรู้สึกและเสียงหัวเราะนั้นไม่ได้ดูเก่าไปตามกาลเวลาแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่ฉันซึ่งเป็นครูที่อายุน้อยที่สุดกลับนิ่งเงียบกว่าใคร ๆ ด้วยห่างเหินการเดินทางไกลมาเป็นเวลานาน ความรู้สึกตื่นเต้นนั้นกลับทำให้พูดอะไรไม่ออกไปเสีย ฉันได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วหันมาหาเสียงหัวเราะดังลั่นภายในรถและอมยิ้มให้บ้างในบางเวลา นาน ๆ อาจารย์อาวุโสที่คุ้นเคยกันซึ่งนั่งด้วยก็จะชวนคุย แซวและหยอกล้อฉันบ้าง แล้วไม่นานเสียงครื้นเครงเหล่านั้นก็ค่อย ๆ หรี่ลงและเงียบไปในที่สุด ทุกคนพากันใช้ค่ำคืนที่เหลืออยู่สำหรับนอนหลับพักผ่อน อาจจะมีเพียงฉันที่ยังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วปล่อยให้สมองที่มักเปิดโล่งราวเส้นทางอันแสนไกล นั้นได้มีความคิดผุดขึ้นมาประดับประดาระหว่างรอยทาง…

.

แสงตะวันส่องเปิดฟ้าให้สว่างขึ้นอีกครา เรากำลังเดินทางข้ามสะพานคอนกรีตซึ่งข้ามช่องปากพระ สะพานนี้เชื่อมภูเก็ตกับแผ่นดินใหญ่ มีนามว่า “ สะพานสารสิน ”

เมื่อฉันได้ยินชื่อนี้จากมัคคุเทศก์ ก็รู้สึกว่าสะพานแห่งนั้นน่าสนใจขึ้นมาในทันใด เนื่องจากเมื่อครั้งที่ฉันยังเป็นวัยรุ่นอยู่นั้น เคยได้ชมภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า “ สะพานรักสารสิน ” นำแสดงโดย คุณจินตหรา สุขพัฒน์ และคุณสันติสุข พรหมศิริ


ไม่นานมัคคุเทศก์ก็เล่าตำนานซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เล่าสู่กันมาของสะพานนี้ให้ฟังว่า เป็นสะพานแห่งโศกนาฏกรรมความรักระหว่างชายหญิงคู่หนึ่งที่มีฐานะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝ่ายชายชื่อ “ โกดำ ” มีอาชีพรับจ้างกรีดยางและขับรถสองแถว ส่วนฝ่ายหญิงชื่อว่า “ อิ๋ว ” มีอาชีพเป็นครูและทางบ้านมีฐานะดี ทั้งสองรักกันมานานหลายปี โดยมีอุปสรรคที่สำคัญคือพ่อแม่ของฝ่ายหญิงซึ่งกีดกันตลอดมา จนวันหนึ่งฝ่ายหญิงได้ถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับชายที่มีฐานะดี โกดำและอิ๋วไม่ยอมพรากจากกัน ทั้งสองจึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการใช้ผ้าขาวม้าผูกมัดตัวไว้ด้วยกัน กระโดดลงจากสะพานสารสินและจบชีวิตลง ณ สายน้ำเบื้องล่างนั้น…

.

ฉันได้ฟังแล้วก็ต้องทอดถอนใจ การที่หัวใจรักของคนเราจะต้องถูกห้ามปรามหรือยับยั้งไว้ด้วยหัวใจรักของพ่อแม่เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก การจะต้องเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ยากและลำบากใจ แต่หากต่างฝ่ายต่างมีความเข้าใจกันว่า แต่ละฝ่ายต่างมีความคิด มีเหตุผลเป็นของตัวเอง แล้วปล่อยให้แต่ละคนมีสิทธิเสรีภาพในความคิด ในเหตุผล เข้าใจให้ตรงกันว่า ทุกคนมีความรัก พ่อแม่รักและหวังดีต่อลูก ลูกนั้นถึงแม้จะมีเหตุผลของตัวเอง แต่ก็ยังมีความรักที่ไม่มีวันหมดไปจากใจได้คือความรักต่อผู้ให้กำเนิด จะดีไหมหากต่างฝ่ายต่างนำความรักของตัวเองมาวางรวมกันไว้ ณ จุด ๆ หนึ่งซึ่งเป็นอิสระ ไม่ผูกมัดกัน แล้วแต่ละคนก็จะสามารถพบกับความรัก ณ ที่ตรงนั้นได้เสมอ เมื่อดวงใจของเขาต้องการและเปิดรับมัน…

.

จากสะพานสารสินรถบัสพาเราเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต ฉันได้เห็นอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร ซึ่งเป็นผู้รวบรวมกำลังคนเข้าต่อสู้กับพม่าในศึกสงครามเก้าทัพ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

chino

รอบ ๆ ตัวเมืองของภูเก็ตนั้น ตึกรามบ้านช่องเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สอดประสานกันระหว่างตะวันออกกับตะวันตก ซึ่งเรียกว่า “ ชิโนโปรตุกีส ” (Chino-Protugese) ตึกรามบ้านช่องเหล่านั้นมีประวัติศาสตร์สืบทอดกันมาตั้งแต่ชาวโปรตุเกสได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานทำการค้าบริเวณเมืองท่ามะละกา ได้นำศิลปวัฒนธรรม การก่อสร้างบ้านเรือนในแบบของตนเข้ามา แต่รูปแบบการสร้างได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม เนื่องจากผู้ก่อสร้างเป็นช่างชาวจีน ซึ่งได้ตกแต่งลวดลายบางอย่างไปในแบบความเชื่อของจีน ในที่สุดจึงเกิดการผสมผสานกลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบ “ ชิโนโปรตุกีส ”

ใกล้อัสดงวันนั้น เราเดินทางไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกเลื่องชื่อของประเทศไทย “ แหลมพรหมเทพ ”

ยามเย็นที่แหลมพรหมเทพผู้คนขวักไขว่ ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศ ณ เวลานั้นช่างหลากหลาย บางบริเวณเป็นจุดขายอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว บางจุดเป็นคอนกรีตที่กั้นขึ้นมายาวไกล ชายหญิงนั่งคุยกันบริเวณนั้นชี้ชวนกันชมพระอาทิตย์ดวงกลมแดงค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงต่ำชิดใกล้เส้นขอบฟ้าและแผ่นน้ำมากขึ้นทุกที มองจากตรงด้านหลังเลนส์กล้องที่ฉันยกขึ้นจับภาพแล้ว ภาพคนคู่หนึ่งนั่งคุยยิ้มด้วยแววตาระยับในแสงสุดท้ายของวันให้แก่กันนั้นดูเป็นเพียงเงามืดที่มีฉากหลังเป็นต้นตาลมืดทึบคู่หนึ่งซึ่งยืนท้าแสงสวยยามสนธยาอยู่ ไกลออกไปเป็นตะวันดวงแดงเข้มซึ่งค่อย ๆ เหลือเพียงครึ่งดวง ก่อนจะจมหายไปในผืนทะเลที่มีระลอกคลื่นขึ้นลงน้อย ๆ ในขณะที่ทุกสิ่งถูกม่านมืดแผ่คลี่คลุม แสงจันทร์บนท้องฟ้ากลับเด่นดวงขึ้นมาแทน แสงไฟบริเวณประภาคารกาญจนาภิเษกที่ยืนสง่าอยู่ตรงจุดสูงที่สุดบริเวณนั้นถูกเปิดขึ้น ทำให้ประภาคารดูโดดเด่น แต่ช่างดูเดียวดายด้วยลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครนั้น …แสงจันทร์ แสงดาว และแสงไฟดวงเล็ก ๆ รายรอบที่วอมแวมอยู่ท่ามความมืดมน ดูเหมือนจะเป็นฉากให้ประภาคารสีขาวที่ยืนเด่นอยู่นั้น มองคล้ายหญิงสาวซึ่งยืนอยู่เดียวดาย เฝ้ามองไปไกลในท้องทะเล ถึงใครสักคนที่ลอยลำอยู่ในเรือประมงอันไกลโพ้น…

.

ละครธรรมชาติดูเชื่องช้าและหลับใหลลงไปในราตรีกาล…

.

แต่ละครชีวิตแห่งผู้คนยังคงไม่หลับลงได้ ฉันและเหล่าคณะที่ไปด้วยกันเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ตระการตาแห่งหนึ่งของภูเก็ต “ ภูเก็ตแฟนตาซี ”

แม้ว่าดวงไฟยักษ์แห่งดวงอาทิตย์จะหันสู่ด้านอื่นของโลกไปแล้ว แต่ดวงไฟสีสันสวยงามตระการตาของภูเก็ตแฟนตาซีกลับถูกเปิดขึ้นเพื่อจุดประกายไฟบันเทิงอันสวยสดใสในดวงตาของผู้เข้าชม

ภูเก็ตแฟนตาซี เป็นศิลปวัฒนธรรมธีมปาร์ค เป็นการนำเอาศิลปวัฒนธรรมไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีสไตล์ลาสเวกัส รวมทั้ง illusion และมายากลลวงตา นำมาซึ่งการแสดงชุด “ มหัศจรรย์กมลา ”

.

จากภูเก็ตวันต่อมาคณะของเราไปแวะเวียนตามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง เช่น พังงา และกระบี่ แต่ก็ยังพักในภูเก็ต จนวันสุดท้ายที่เราต้องออกเดินทางจากภูเก็ต มัคคุเทศก์พาเราไปซื้อของที่ระลึก ของที่ระลึกของภูเก็ตมีหลากหลาย เช่น ไข่มุกที่ได้รับการเลี้ยงดูในดินแดนไข่มุกอันดามันแห่งนี้ มะม่วงหิมพานต์ขึ้นชื่อ หรือว่าผ้าบาติกซึ่งฉันได้เข้าไปยืนดูวิธีการทำภายใต้ขั้นตอนหลายต่อหลายขั้นตอนคือ มีการวาดร่างลวดลายด้วยเทียนก่อน แล้วจึงลงสี วิธีการเคลือบสีกันสีหลุดหรือตกด้วยโซเดียมซิลิเกต วิธีการต้มผ้าเพื่อนำเทียนที่เขียนไว้ออก การซัก ตาก รีด และเย็บริมผ้า และที่ร้านขายของที่ระลึกนี่เองเป็นที่ซึ่งฉันได้เป็นเจ้าของโปสการ์ดใบนี้…


 

แม้ว่าฉันจะเคยไปเยือนจังหวัดภูเก็ตมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่จะได้ลงไปเหยียบย่างบนชายหาดของภูเก็ต คงทำได้เพียงมองจากภาพในโปสการ์ดภาพนี้เท่านั้น ฉันได้แต่หวังไว้เสมอว่า…หากมีโอกาสได้ไปเยือนเกาะแห่งความสุขเหนือทะเลอันดามันเกาะนี้อีกครั้ง ฉันจะไปยืนภายใต้แสงศศิธรบนหาดทรายสักแห่ง เหม่อมองไปไกลโพ้นจรดปลายขอบฟ้าซึ่งแตะกับขอบทะเลอย่างสวยงามตรงนั้น และเฝ้ารอความหวังต่าง ๆ ที่นอนนิ่งอยู่ภายในใจ เพื่อให้ได้ถูกกระตุ้นตื่นและลุกขึ้นมาก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ในเวลาที่ดวงไฟยักษ์กลมโตสีส้มแดงนั้น จะเคลื่อนเข้ามายังด้านของโลกด้านนี้อีกครา…

.

.

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

http://th.wikipedia.org

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๖


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: