ฝนเบาๆ

15 07 2009

ปลิวไปตาม 'รมณ์  -  ปรัชญา พงษ์พานิช

ฝนเบาๆ

โดย

ปรัชญา พงษ์พานิช

 

.

          มวลเมฆครึ้มทะมึน

.

ท่วงทำนองครื้นเครงจากกลองทอมบ้าผสานเสียงฉิ่งฉาบระรัวเร้าใจทำให้บรรยากาศคึกคัก  ชายชาวต่างชาติในชุดฮาวาเอี้ยนพื้นเมืองทำจากเชือกปอฉีกเป็นริ้วนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน  ยืนตั้งท่ารอบางสิ่งบางอย่างอยู่บนแท่นยกระดับสูงจากพื้นประมาณสามเมตร  ในมือถือฝาหม้ออะลูมิเนียมเส้นผ่าศูนย์กลางราวสองฟุตไว้มั่น  เปลวไฟบนกระทะร้อนจัดลุกพรึ่บพร้อมลวดลายกวัดไกวตะหลิวอย่างชำนิชำนาญ

          “Are  you  ready ?   

          เสียงชายในชุดเข้าครัวหน้าเตาไฟตะโกนถามชายชาวต่างชาติที่ตั้งท่ารอห่างออกไปไม่เกินสิบเมตร  เรียกเสียงฮือฮาจากชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่รายล้อมเฝ้ารอชมได้ไม่น้อย

          “Are  you  ready ?  ชายในชุดเข้าครัวตะโกนซ้ำ

          เสียงกลองทอมบ้าระรัวลุ้นระทึก  เสียงผู้คนที่รายล้อมเงียบกริบ  แล้วผักบุ้งในกระทะก็ลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งเข้าหาชายชาวต่างชาติที่ตั้งท่ารออยู่บนแท่น  แสงแฟลชจากกล้องกะพริบวูบวาบ  ผู้คนที่รายล้อมต่างปรบมือและส่งเสียงเฮลั่นด้วยความยินดี

.

          ผมฉวยแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบกลั้วคอหลังพยายามข่มกลืนความคับข้องใจที่เต้นตุบ ๆ อยู่ในคอหอยอันแห้งผาก  พลางคิดในใจอย่างเงียบเชียบมากที่สุด

          ถุย…ไอ้พวกเวรตะไล  ผักบุ้งไม่รู้จักกี่กำกี่ยอดมันเอามาโยนเล่นกันหมด  ทำไมมันไม่นึกถึงคนยากคนจนที่เขาไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อกันบ้าง  คนพวกนั้นข้าวปลาอาหารจะมีกินครบสามมื้อไหมยังต้องพึ่งดวง  แล้วนี่อะไร  ของกินแท้ ๆ มันเอามาทำเป็นของเล่น 

ถุย…

ผมถ่มน้ำลายลงบนพื้นคอนกรีตแข็งกระด้างระบายอารมณ์

.

          ละอองฝนบางเบาปลิวลงจากมวลเมฆครึ้ม

.

          พนักงานเสิร์ฟจดรายการอาหารเพิ่มเติมลงบนสมุดฉีกสองสามอย่างแล้วเดินจากไป  ละอองฝนบางเบาลอยละล่องไร้ทิศทาง  เบียร์ในแก้วพร่องไปเกินครึ่ง  จานกับแกล้มว่างเปล่าวางเรียงเป็นชั้นรอให้พนักงานเสิร์ฟกลับมาเก็บ  สมาชิกผู้สูงอายุร่วมโต๊ะกำลังสนทนาปัญหาบ้านเมืองกันอย่างออกรสออกชาติ  ผมเหม่อมองไกลออกไปเห็นสะพานข้ามแม่น้ำประดับไฟหลากสีสันกะพริบระยิบระยับ  ยวดยานสัญจรขวักไขว่  หลายคนคงเพิ่งจะถึงเวลากลับบ้าน  และอีกหลายคนคงกำลังเดินทางออกจากบ้านเพื่อแสวงหาความรื่นรมย์ยามค่ำคืน  พนักงานเสิร์ฟกลับมาอีกครั้ง  หล่อนคว้าแก้วเบียร์ของผมและสมาชิกอาวุโสอีกสามท่านไปเติมจนเต็ม  ฟองเบียร์ขาวฟอดเนียนนุ่มพูนสูงขึ้นจนผมต้องรีบยกขึ้นจิบ 

          จะรับอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ 

          ผมถามหล่อนว่าเบียร์กับน้ำแข็งใกล้หมดหรือยัง  หล่อนชะโงกหน้ามองในถังน้ำแข็ง 

          จวนแล้วพี่

          ผมลอบสังเกตปริมาณเบียร์ในแก้วของสมาชิกร่วมโต๊ะที่ลดลงอย่างรวดเร็ว   

          งั้น…เอาน้ำแข็งถังนึง  เบียร์อีกสองขวดนะ

          หล่อนพยักหน้ารับทราบ  ผมถามหล่อนถึงอาหารที่สั่งไปเมื่อครู่

          รออีกแป๊บนะพี่  วันนี้ลูกค้าเยอะ

.

          หล่อนเดินลับหายไปหลังเคาน์เตอร์  ลมเย็นโชยแผ่ว  ผมยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว  หล่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมน้ำแข็งพูนถังและเบียร์อีกสองขวด  ผมบอกหล่อนว่าพยายามอย่ารินให้มีฟองมากไปได้ไหม  หล่อนเผยลักยิ้มบนแก้มชมพูระเรื่อ

          หนูมือใหม่

          ผมยิ้มให้หล่อน

          พยายามเข้านะ  พี่เป็นกำลังใจให้

          เนื้อนวลขาวของหล่อนขับแก้มสีชมพูระเรื่อให้ลอยเด่นจนน่าสัมผัส  ยามเยื้องย่างช่างกระฉับกระเฉงมีความมั่นใจ  ทรวดทรงองค์เอวก็พอเหมาะพอเจาะไม่มากไปไม่น้อยไป  รูปหน้านั้นยิ่งต้องตาจับใจ  คิ้วดกดำเรียวโค้งรับนัยน์ตากลมโตเปล่งประกาย  ผมหางม้ารวบตึงเผยหน้าผากกลมกลึง  สันจมูกเด่นชัดปลายเชิดรั้นน่ารัก  เรียวปากหยักโค้งได้รูปสวย  หล่อนทำให้ผมนึกถึงโคโยตี้สาวนุ่งน้อยห่มน้อยยืนสะบัดลีลาวาดลวดลายยั่วยวนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้เพ้อคลั่งตามรมณียสถานที่มีอยู่เกลื่อนกล่น  เพราะอันที่จริงรูปลักษณ์ของหล่อนน่าจะมีโอกาสสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำอย่างไม่ต้องเหนื่อยแรง  แล้วเหตุใดหล่อนจึงเลือกอาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อแลกกับเศษเงินเพียงน้อยนิด 

          แล้วตอนนี้เราเรียนที่ไหน

          อาชีวะค่ะ

          หล่อนชี้นิ้วไปยังสถาบันการศึกษาของหล่อนที่ตั้งอยู่อีกฝากของแม่น้ำ

          ปีไหนแล้วเนี่ย

          ปีหนึ่ง  ปวส.ปี หนึ่ง  ค่ะ

          น่ารัก ๆ แบบนี้มีแฟนหรือยังนะ

          ธารเลือดสูบฉีดทั่วพวงแก้มของหล่อนอย่างเต็มที่  หล่อนยิ้มขวยเขินแสร้งไม่ได้ยินถ้อยคำของผม  สองมือบรรจงเอียงแก้วรินเบียร์ให้สมาชิกอาวุโสที่เหลือ 

          ไม่ตอบแสดงว่ายังไม่มี  ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ผู้หญิงน่ารัก ๆ อย่างเราจะยังไม่มีแฟน  ถ้าอย่างนั้นพี่ขอจองไว้ก่อนได้ไหม

พวงแก้มของหล่อนเปลี่ยนสีจากชมพูระเรื่อเป็นแดงสดราวผลตำลึง  ผมไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านเลย 

เอาอย่างนี้นะ  พี่ไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเรา  หากเราสองคนมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งตอนเช็คบิล  พี่รบกวนช่วยแนบเบอร์โทรติดต่อมากับบิลค่าอาหารได้มั้ย

หล่อนเอียงอายแล้วเดินลับหายไปหลังเคาน์เตอร์อีกครั้ง

.

สายฝนหลั่งพรั่งพรู  สายลมปั่นป่วนกรูเกรียว

.

เบียร์ขวดที่หกหมดลงที่แก้วของผม  สมาชิกอาวุโสยังคงถกปัญหาบ้านเมืองอย่างเมามัน  ผมกลายเป็นส่วนเกินของวงน้ำเมาตั้งแต่เมื่อไหร่ผมเองก็ไม่ทันรู้ตัว  สายฝนโปรยหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ อากาศเย็นโชยแผ่วระลอกแล้วระลอกเล่า  ผมยกมือเป็นสัญญาณเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งเบียร์อีกสักสองขวด  หล่อนไม่ได้มาบริการที่โต๊ะของเรา  หล่อนหายตัวไปจากคลองจักษุของผมมาพักใหญ่แล้ว  ผมไม่ได้สนใจเฝ้ามองตามหล่อนอย่างจริงจัง  แต่ก็หวังว่าเมื่อถึงเวลาเช็คบิลจะมีเบอร์โทรของเธอแนบติดมาด้วย 

ปริมาณแอลกอฮอล์ในระดับเลือดเพิ่มสูงมากขึ้นตามปริมาณเบียร์ที่ไหลรินผ่านช่องปาก  ผมเฝ้ามองผู้คนมากมายรายรอบ  บ้างพาครอบครัวมารับประทานอาหารนอกบ้าน  บ้างพาคนรักมาดินเนอร์เปลี่ยนบรรยากาศกันสองต่อสอง  บ้างเป็นเพื่อนสนิทมิตรสหายร่วมวงสังสรรค์  บ้างเป็นชาวต่างชาติที่มาเป็นหมู่คณะ  บ้างเป็นฝรั่งซำเหมาแบกกระเป๋าตะลอนเที่ยวเพียงลำพัง  ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีคราบแห่งความสุขสันต์เปื้อนอยู่บนใบหน้า 

.

.

เสี่ยงโชคมั้ยครับ  ชายพิการใช้ไม้เท้าค้ำยันเดินโขยกเขยกเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล

ช่วยซื้อผลไม้ของหนูหน่อยจ้า  เด็กหญิงวัยประถมคล้องตระกร้าขายผลไม้ใบย่อมไว้กับวงแขนบอบบาง  ส่งเสียงเรียกร้องขอความเห็นใจ

ซื้อดอกกุหลาบไปให้แฟนมั้ยพี่  เด็กชายตากลมใสเร่ขายดอกกุหลาบพันแผ่นพลาสติกใสลายการ์ตูนน่ารักผูกด้วยริบบิ้นสีสด

ผมตกรถไม่มีเงินกลับบ้าน  ข้าวก็ยังไม่ได้กิน  ชายวัยกลางคนอ้อนวอนขอเศษสตางค์จากผู้คนตามรายทางที่เขาเดินผ่าน 

.

ผมกระดกเบียร์ค่อนแก้วจนหมดประชดประชันบรรยากาศหมองหม่นรอบกาย  พลางคิดในใจอย่างเงียบเชียบที่สุด

พวกคุณลิ้มรสชาติอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยได้อย่างไรกัน  ไอ้พวกเวรตะไล  ในขณะที่พวกคุณช้อนอาหารรสเลิศเข้าปาก  ยังมีคนอีกหลายคนในที่นี้ยังต้องดิ้นรนหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยความเหนื่อยยากลำบาก  นู้น…ดูเด็กขายดอกกุหลาบคนนั้น  ค่ำมืดแล้วแทนที่จะได้ทบทวนความรู้จากโรงเรียนก่อนเข้านอนแต่หัวค่ำ  กลับต้องตะลอนขายดอกกุหลาบในอ้อมกอดให้หมดเสียก่อนจึงจะมีสิทธิ์ได้กลับบ้านพักผ่อน  ดูพวกคุณดูชายวัยกลางคนคนนั้น  คืนนี้ที่ซุกหัวนอนยังไม่รู้ว่าจะมีไหม  ในขณะที่พวกคุณทุกคนหลังจากอิ่มหนำสำราญจนเพียบแปล้พวกคุณยังมีบ้านอันแสนอบอุ่นไว้เป็นรังนอน…

ถุย…

ผมถ่มน้ำลายลงบนพื้นคอนกรีตแข็งกระด้างระบายอารมณ์  เฉียดหัวแม่เท้าที่โผล่จากรองเท้าผ้าใบขาด ๆ สีน้ำตาลซีดหม่นของใครบางคน  ผมไล่สายตาสูงขึ้นพบเรียวขาป้อมสั้นในกางเกงนักเรียนตัวโคร่งสีกากีเก่า ๆ  เสื้อยืดลายการ์ตูนโดเรม่อนมอซอ  ในอ้อมกอดหอบดอกกุหลาบแดงสดห่อพลาสติกใสพันไว้ด้วยริบบิ้นหลากสี  ใบหน้าซูบเซียวแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มจริงใจ  ดวงตากลมโตทอประกาย  ในแววตายังคงไว้ซึ่งความไร้เดียงสา         

พี่ซื้อดอกกุหลาบมั้ย 

เขายื่นยิ้มละไมให้ผม  ทั้ง ๆ ที่เพิ่งผมถ่มน้ำลายเกือบจะรดหัวแม่เท้าของเขา 

หลายครั้งในสถานการณ์แบบนี้ผมเลือกที่จะยิ้มอย่างมีไมตรีจิตและส่ายศีรษะปฏิเสธสินค้าของพวกเขา  ผมจะเสียสตางค์เพื่อซื้อสินค้าเหล่านั้นไว้ทำไม  ทั้งสลากกินแบ่งของรัฐบาล  ด้วยคำขวัญเชิดชูองค์กรที่ว่า  "ช่วยราษฎร์ เสริมรัฐ ยืนหยัดยุติธรรม"  ช่วยราษฎร์  ช่วยให้ราษฎรมีชีวิตด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ  และงมงายว่าสักวันหนึ่งฟ้าจะประทานรางวัลที่หนึ่งมาให้  เสริมรัฐ  เสริมให้นักการเมืองในรัฐสภามีเงินถลุงเล่นเดือนนึงตั้งสองหน  หนละหลาย ๆ ล้านบาท  ยืนหยัดยุติธรรม  เหอะ…ยุติธรรม  ยุติธรรมแบบไหนกันเวลาออกรางวัลแต่ละงวดมีแต่เสียงถ่ายทอดผ่านสถานีทางวิทยุไม่มีการถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงผ่านสถานีโทรทัศน์  แล้วได้โปรดสังเกตรางวัลเลขท้ายสองตัวสามตัวที่ออกมาในระยะหลัง ๆ นี้  ใครหน้าไหนจะแทงถูก  ไม่มีทางที่ผมจะเสียสตางค์สักแดงเดียวเพื่อ  "ช่วยราษฎร์ เสริมรัฐ ยืนหยัดยุติธรรม"   ไม่มีทาง 

แล้วไหนจะผลไม้พร้อมรับประทานในถาดโฟมหุ้มด้วยพลาสติกใสนั่นอีก  ผมเป็นคนไม่ชอบบริโภคผลไม้  แล้วผมจะซื้อไว้ด้วยเหตุผลใดเสียเงินเสียทองเปล่า ๆ  แต่ละบาทแต่ละสตางค์กว่าจะหามาเข้ากระเป๋าของผมได้  ไม่ใช่แค่หลับตาแล้วตื่นขึ้นมาบนกองเงินกองทอง

แต่สำหรับเด็กชายขะมุกขะมอมคนนี้กลับทำให้กำแพงหนาทึบที่ล้อมรอบตัวผมพังทลาย  ผมอยากจะซื้อดอกกุหลาบในวงแขนเล็กเรียวนั้นสักดอก 

ดอกละเท่าไหร่ล่ะ

รอยยิ้มจริงใจของเขาเผยกว้างมากขึ้น  แววตาตื่นเต้นสุกใส 

ดอกละยี่สิบห้าครับพี่

ผมสะอึกกับราคาค่าดอกกุหลาบเพียงหนึ่งดอก  แต่ก็ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนหยิบธนบัตรใบละห้าสิบบาทที่ติดตัวมาเพียงใบเดียว

เอาดอกนึง  เลือกดอกสวย ๆ ให้พี่หน่อยนะ

เขาพยักหน้ารับคำ  และก้มหน้าเลือกดอกกุหลาบในอ้อมกอดส่งให้ผม  ผมยื่นธนบัตรใบละห้าสิบแลกเปลี่ยนกับดอกกุหลาบของเขา 

ขอบคุณครับพี่

ผมรับดอกกุหลาบของเขาและเงินทอนของผม 

ขอให้ขายหมดไว ๆ นะ

ครับ

.

ละอองฝนบางเบาปลิวไร้ทิศทางจากมวลเมฆครึ้มที่กำลังสลายตัว  ลมเย็นโชยชื่น

.

นาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าเกือบสี่ทุ่มครึ่งแล้ว  เบียร์ขวดสุดท้ายหมดลง  รายการสนทนาปัญหาบ้านเมืองถึงวาระต้องรูดม่านปิดฉาก  ผมยกมือส่งสัญญาณเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อมาเช็คบิล  เพียงไม่นานหล่อนก็เดินมาพร้อมกับถาดสแตนเลสในมือ 

ทั้งหมดเก้าร้อยเจ็ดสิบบาทค่ะ

ผมหยิบบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มมาตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องแล้วส่งต่อให้สมาชิกอาวุโสหนึ่งในกลุ่มเป็นคนจ่ายเงิน  บนถาดสแตนเลสในมือของหล่อนยังมีกระดาษโน้ตรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็กเหลืออยู่อีกแผ่น  ผมจ้องมองใบหน้าของหล่อน  หล่อนหลบตายิ้มเอียงอาย  ผมหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมา  ในนั้นปรากฏข้อความว่า

.

ไหม

082-3964612

.

เจ้าภาพอาวุโสยื่นธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทพร้อมบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มกลับคืนมาให้ผม  ผมรับมาแล้ววางลงบนถาดสแตนเลสในมือของหล่อนพร้อมกับดอกกุหลาบที่เพิ่งซื้อจากเด็กชายมาเมื่อสักครู่ 

ไม่ต้องทอนนะ

ขอบคุณค่ะ

หล่อนยิ้มเอียงอายแล้วเดินลับหายไปหลังเคาน์เตอร์อีกครั้ง.

.

สารบัญ ก้าวฯที่๓๕


คำสั่งกระทำ

Information

One response

26 07 2009
nena

นึกไปนึกมา แทบไม่ได้นั่งกิน ร้านแนวโต้รุ่งแบบนี้นานมากแล้ว
อารมณ์ปลิวๆกับบรรยากาศจอแจ สนุกดีค่ะ แต่พี่น่ะจาตั้งใจฟังเพื่อนในโต๊ะโต้คารมเรื่องการเมืองมากกว่า น่ะสนุกดี อ้อ! สำหรับฉากชีวิตอันคุ้นเคย เขียนได้ละเมียดขึ้นเยอะเลย ..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: