ฝนของ “ภู่มณี” มันไม่มีอะไรนอกจากธรรมชาติ

15 07 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

ฝนของ “ภู่มณี” มันไม่มีอะไรนอกจากธรรมชาติ

.

.

กับฤดูกาลของการเพาะปลูก ใครหลายคนยึดถือฤดูฝนเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงแต่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่รอการมาของฤดูนี้ ว่ากันว่า สายน้ำที่ชุ่มฉ่ำ มักทำให้อะไรๆ ชื่นบาน

          สำหรับนักเขียนที่ชื่อ  ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์ ผู้มักใช้นามแฝงในโลกไซเบอร์ว่า พี่มนู ชายหนุ่มวัย ๒๕ เป็นเช่นนั้นหรือไม่ เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีBA. (English) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, และปริญญาโท MA. (Communication Study) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และใช้ชีวิตหลังจากนั้นด้วยการเป็นอาจารย์พิเศษ และนักเขียนอิสระ เขาผู้ซึ่งอยู่กับธรรมชาติ ทิวเขา และอากาศที่สดชื่น เขามีความรู้สึกอย่างไร กับฤดูฝน มาสนทนากับเขาด้วยกัน

สารากร : ชอบฤดูไหนมากที่สุดคะ

พี่มนู : ชอบฤดูฝนครับ

 

สารากร : ทำไมล่ะ

พี่มนู : ฤดูฝนเป็นฤดูที่ผมสามารถได้กลิ่นดินข้างล่าง และถนนก็โล่ง

 

สารากร : ตอนเด็กคงออกไปวิ่งเล่นน้ำฝนใช่ไหม

พี่มนู : เปล่าครับ ถ้าวิ่งแม่จะเรียกให้เข้าบ้านครับ ที่จริงแค่ผมมองออกไปข้างนอกก็สุขใจแล้ว

 

สารากร : ไม่คิดจะลองบ้างหรือคะเวลาออกไปวิ่งเล่นตอนฝนกำลังตก หรือว่ากลัว

พี่มนู : มีบางครั้งที่ได้เล่นน้ำฝนครับ แต่ส่วนใหญ่จะเล่นอยู่คนเดียว มันรู้สึกว่าเราแปลกแยกครับ คือ สมัยนั้นแถวบ้านแทบหาเพื่อนเล่นไม่ได้เลย บ้านผมกับบ้านคนอื่นๆ มันแตกต่างกัน ไม่ใช่หมายความว่าไม่ถูกกันนะครับ แต่บางครั้งเราคิดคนละอย่าง และการดำเนินชีวิตคนละอย่างด้วยครับ ส่วนเรื่องกลัวฝนหรือไม่ คิดว่ากลัวนะครับ เหมือนประเด็นเรื่องที่ว่าทำไมคนถึงกลัวผี

 

สารากร : แล้วเคยไม่สบายเพราะฝนหรือเปล่า

พี่มนู : ช่วงนี้เลยครับ (หัวเราะ) เพิ่งหายจากหวัดไปหยกๆ ครับ พอดีก่อนกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่จังหวัดตาก เดินตากฝนแล้วไม่ทันเช็ดผมให้แห้ง นั่งตากแอร์ไปตลอดทาง เผลอหลับไปพักหนึ่ง ตื่นขึ้นมาก็เริ่มจามเป็นระยะๆ

 

สารากร : ฝนตกบ่อยๆแบบนี้มีผลกับการดำเนินชีวิตของเราบ้างไหม อย่างเช่น สุขภาพ หรือน้ำท่วม

พี่มนู : ที่สำคัญ คือ สุขภาพครับ ต้องระวังมาก ส่วนตัวไม่ค่อยมีโอกาสออกกำลังกาย เลยต้องเลือกอาหาร นอนให้เพียงพอ ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าช่วงไหนเขียนหนังสือยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนตัวถ้าได้นอนสัก ๖ ถึง ๗ ชั่วโมง ถือเป็นบุญเลยน่ะส่วนเรื่องน้ำท่วมคงไม่ซีเรียสอะไร เพราะ เชียงใหม่น้ำท่วมเฉพาะในเมือง เราอยู่นอกเมืองก็สบายหน่อย

 

สารากร : คิดยังไงกับเหตุการณ์แผ่นดินถล่ม ที่สืบเนื่องจากหลังฝนตกบ้างคะ

พี่มนู : ที่ไหนครับ ที่จีน หรือ ที่ไทย

 

สารากร : ไทยค่ะ เพราะว่าเมื่อสองสามปีก่อน เหตุการณ์นี้ชัดเจนมาก กับปัญหาสิ่งแวดล้อมของไทย

พี่มนู : ครับ เรื่องนี้ผมค่อนข้างเป็นห่วงนะครับ คือ เมืองไทยจริงๆ แล้วถ้าเราไม่ไปเบียดเบียนพื้นที่ธรรมชาติบางส่วนปัญหาพวกนี้จะไม่เกิดเลย แต่อย่างที่เราทราบๆ กันดี สิ่งปลูกสร้างต่างๆ มันผุดขึ้นมาเรื่อยๆ จริงๆ สภาพแวดล้อมเนี่ย หรือภาวะโลกร้อนอะไรเนี่ย ผมว่ามีส่วนน้อยมาก แต่เรื่องการรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติที่มันควรจะอยู่ของมันเงียบๆ เนี่ย เป็นปัญหาสำคัญที่สุดเลย

 

สารากร : มีวิธีการดีๆ อะไรบ้างหรือเปล่า ที่จะช่วยให้สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ดีขึ้น

พี่มนู : มีครับ คิดว่าดีด้วย คือ เลิกเป็นทาสระบบทุนครับ ปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างนะครับ ไม่ใช่ปัญหาจากสารเคมี ปัญหาจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัย หรืออะไรต่อมิอะไรที่มนุษย์สร้างขึ้นมาใหม่คำๆ เดียวเลยครับ ยกเลิกระบบทุนนิยมซะ

 

สารากร : จะทำได้ยังไง ในเมื่อโลกของเราเป็นสังคมทุนนิยมไปแล้ว

พี่มนู : ผมเชื่อนะครับว่าทุกคนทำได้ และเชื่อว่าไม่เกินช่วงชีวิตเรา มันจะมีแสงสว่างบนหนทางนี้ หนทางที่เราคิดว่ามันไม่มีอยู่จริงผมเชื่ออย่างงั้นนะ เชื่อว่าโลกเรายังมีหวัง ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้กำลังสอนเราอยู่ คงต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดิน และจัดการความรู้ ความเข้าใจเสียใหม่

 

สารากร : ภู่ทำได้ไหม

พี่มนู : ทำได้ แต่ถ้าทำคนเดียวเหนื่อยครับ คงต้องอาศัยอำนาจจากใครคนหนึ่งช่วยเป็นกระบอกเสียง ครับ

 

สารากร : แล้วสังคมของเราควรเป็นอย่างไรคะ

พี่มนู : สังคมของเราควรเป็นแบบนี้แหละครับ เป็นแบบที่มันควรจะเป็น ผมเชื่อในแนวคิดอย่างหนึ่งน่ะ เป็นแนวคิดของแมคโลฮาน เขาเชื่อว่าเทคโนโลยีกำหนดสังคม เช่น อย่างตอนนี้เราไม่ต้องส่งจดหมายกันแล้ว เรามีอีเมล์ ฉะนั้นเราจะไปสวนกระแสทำไม ในเมื่อเทคโนโลยีมันเสริมการดำเนินชีวิตเรา เพียงแต่ว่า คนในสังคมต้องรู้จักคำว่า พอดี ซึ่งคำๆ นี้ ไม่มีในระบบทุนนิยม และพวกเรียน MBA

 

สารากร : คิดว่า น้ำฝนเป็นตัวแทนของอะไร

พี่มนู : เอาจริงๆ หรอครับ อยากรู้จริงหรอ มันไม่ได้สื่อถึงอะไร ฝนก็คือฝน เป็นความสวยงามของภาพเคลื่อนไหวที่เราเห็นก็เท่านั้น

 

สารากร : เคยมีชาวสวนคนหนึ่งบอกกับพี่ว่า น้ำฝนสำหรับเขาคือชีวิต เขาบอกกับพี่ว่า เขายินดีรอน้ำฝนด้วยการเตรียมต้นกล้า และความหวังที่จะเก็บเกี่ยวได้ในฤดูหนาว ภู่คิดยังไง กับเรื่องฤดูกาลกับความหวัง

พี่มนู : คำถามนี้ยากนะครับ เป็นมุมมองของแต่ละคนเลย ขอเปรียบเทียบอย่างนี้ก็แล้วกันครับ ฤดูกาลในบ้านเรามีสามฤดู คือ ร้อน ฝน และ หนาว แต่ละฤดู แต่ละคน ตีความแตกต่างกัน และไม่ใช่เรื่องของสัญลักษณ์ด้วย อย่างที่พี่บอกมาชาวสวนคนนี้หวังว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูหนาว เป็นเรื่องของความสุขและทุกข์เลยนะ แสดงว่าฤดูฝนของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความเศร้าปนๆ กันไป แต่เชื่อว่าชาวสวนคนนี้ จะมีความสุขเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงหลังจากฝนได้ตกลงแล้ว

 

แท้ที่จริง เรื่องราวต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นมานั้น ต่างเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันแทบทั้งสิ้น ไม่เว้นแต่ฤดูกาลที่สัมพันธ์ แปรเปลี่ยน ปรวนแปร กับชีวิตบนโลก คำถามคือ เราจะใช้ประโยชน์ให้เต็มค่าอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาเหล่านั้น รวมไปถึงเราจะถนอมสิ่งที่มีค่าให้ได้ใช้สอยนานที่สุดอย่างไร

          วันนี้เรามีสายฝน มีลมพัด มีการเพาะปลูก และการเติบโต เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวมาถึง เราอาจได้พบกับผลของการเพาะปลูก หรือความตายหลังฤดูกาล ไม่มีใครหยั่งรู้ เพราะนี่คือธรรมชาติโดยแท้

 

สารบัญ ก้าวฯที่๓๕


คำสั่งกระทำ

Information

2 responses

24 07 2009
พีมนู

ปริญญาโทกำลังเรียนอยู่นะครับ ยังไม่จบสมบูรณ์
มาแก้ข่าวนิดนึง

25 07 2009
นกยูง

ชื่นชอบการสนทนาของพวกคุณทั้งสองคนมากค่ะ
คนถามรู้จักถาม อีกทั้งคนตอบรู้จักตอบ
ขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนอย่างพี่มณุ ภู่มณีนะคะ
ชอบอ่านบทความสัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตแบบนี้ค่ะ
ทำให้เรามีกำลังใจต่อสู่ฝ่าฟัน และแก้ปัญหากับชีวิตต่อไป

ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีดีให้กับพวกเรานะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: