คืนคลั่ง

1 07 2009

ปลิวไปตาม 'รมณ์  -  ปรัชญา พงษ์พานิช

คืนคลั่ง

DSC_103500301

สายฝนโหมเทกระหน่ำลงจากฟากฟ้ายามราตรี  แสงสว่างวาบฉายทั่วผืนฟ้าเพียงชั่วกะพริบตาจึงกรีดเส้นแสงลงมาเป็นช่อตามด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาทจนน่าพรั่นพรึง  ลมกรรโชกกรูเกรียวอึงอลโหนไทรใหญ่ให้ไหวโอนเอียงไม่เป็นระส่ำ  หมาแม่ลูกอ่อนใช้ปากคาบลูกน้อยอย่างทะนุถนอมตัวแล้วตัวเล่าอพยพหนีระดับน้ำที่ไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ  

เขานั่งมองหมาแม่ลูกอ่อนตัวนั้นเงียบ ๆ ใต้ร่มไทรใหญ่ด้วยสายตาอันพร่าเลือนเพราะปรอยฝนที่ซัดสาดเข้ามา  และภาวนาในใจให้มันสามารถพาลูกน้อยของมันหนีพ้นน้ำมาได้ทุกตัว… 

เขาผ่อนลมหายใจหนักหน่วง  สะบัดศีรษะไล่หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนเรือนผมหยักศกยาวเลื้อยระต้นคอ  พร้อมทั้งสลัดความคิดที่แล่นสับสนอลหม่านในสมองออกไปให้หมด  เขาพยายามเพ่งสายตาฝ่าม่านฝนเข้าไปในเขตพัทธสีมา  และสังเกตอาการวูบไหวของแสงสว่างสีส้มจากเปลวเทียนที่ลอดผ่านหน้าต่างอุโบสถออกมาภายนอก  มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย  ยังไม่มีทีท่าว่าคนข้างในจะเสร็จกิจธุระในเวลาอันใกล้นี้ 

เสียงสายฟ้าฟาดกึกก้องลงมาอีกคำรบ  เขากระชับปืนลูกซองยาวในมือ  เหวี่ยงคล้องสายสะพายพาดบ่า  ลุกขึ้นยืนแล้วสูดลมหายใจฉ่ำเย็นลึกนาน  แล้วระบายออกมาอย่างเชื่องช้า

ถึงเวลาแล้ว  เขาบอกกับตัวเองอย่างนั้น

 

ลมกรรโชกแรงระลอกแล้วระลอกเล่าจนร่างนั้นซวนเซ  เขาพยายามลืมตาสู้สายฝนมองตรงไปข้างหน้า  มีเพียงแสงวูบวาบจากเปลวเทียนที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเท่านั้นนำทาง  เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวหนทางของเขาก็จะสิ้นสุดลง

 

จังหวะการเดินหยุดลงตรงประตูไม้บานใหญ่หน้าอุโบสถ  เขาสบตากับเทพพนมทั้งสององค์ในบานประตูที่ล้อมรอบด้วยลายเครือเถาอันเกิดจากฝีมือการลงรักปิดทองด้วยความประณีตบรรจง  แล้วออกแรงผลักบานประตูอุโบสถให้แง้มออกอย่างเชื่องช้า  ภาพภายในอุโบสถจึงค่อย ๆ ฉายชัดขึ้นทีละน้อย  แสงสว่างจากเปลวเทียวยังคงไหววูบทอทาบองค์พระปฏิมาเกิดเป็นแสงเงาวูบไหว  สายตาของเขาจ้องมองแผ่นหลังของภิกษุที่นั่งขัดสมาธิอยู่ต่อหน้าองค์พระประธาน  ร่างนั้นนิ่งสงบและดูคล้ายจะไม่ใยดีต่อโลก  เขาก้าวข้ามธรณีประตูด้วยความระมัดระวังเพราะไม่ต้องการรบกวนการเจริญสมาธิของภิกษุรูปนั้น  เขาปลดปืนลูกซองยาวจากบ่าบรรจงวางลงบนพื้นอุโบสถอย่างเบามือที่สุด  ล้วงกระเป๋ากางเกงฉ่ำฝนหยิบเอาถุงพลาสติกใส่กระสุนปืนลูกซองออกมา  แล้วค่อย ๆ วางลงข้างปืนลูกซองยาว  แม้เนื้อตัวจะเปียกปอนและเหน็บหนาวด้วยน้ำฝน  แต่เขาสอดส่ายสายตาหาเพียงผ้าขี้ริ้วแห้ง ๆ สักผืนเพื่อนำมาซับน้ำให้กับปืนลูกซองยาวของเขา  แล้วเขาก็พบเศษจีวรสีเหลืองขมุกขมัววางพาดบนขอบหน้าต่าง  เขาค่อย ๆ คลานไปกับพื้นอย่างระมัดระวังที่สุด  เมื่อเศษจีวรอยู่ในมือ  เขาจึงค่อย ๆ คลานกลับไปนั่งพับเพียบข้างปืนลูกซองยาวและกระสุนปืนในถุงพลาสติก 

ฟ้าฝนยังคงโหมกระหน่ำและไม่มีท่าทีว่าจะเบาบาง  เขาใช้เศษจีวรลูบไล้ซับน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวปืนด้วยความพิถีพิถัน  หากปืนยังไม่แห้งสนิท  เขาไม่อาจแน่ใจได้ว่าในวินาทีที่เขาต้องใช้มัน  มันจะสนองตอบความประสงค์ของเขาได้อย่างเต็มที่หรือไม่  เขาชักลำเลื่อนเปิดรังเพลิงผึ่งลมค้างไว้  แล้วอดทนรอจนกว่าทั้งลำกล้องและรังเพลิงจะแห้งสนิท  จากนั้นเขาหันเหความสนใจไปที่ลูกกระสุนปืนในถุงพลาสติก  ถึงแม้ว่าลูกกระสุนปืนจะกันน้ำจากถุงพลาสติก  แต่เขาก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าน้ำฝนไม่อาจซึมผ่านเข้ามาจนทำให้มันไม่สามารถใช้งานได้  เขาเปิดปากถุงพลาสติกล้วงมือเข้าไปสัมผัสลูกกระสุนปืนทุกลูก  มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย  ลูกกระสุนปืนทุกลูกพร้อมใช้งาน  เขากอดอกให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายแล้วเอนหลังพิงผนังอุโบสถ    

ไม่หนาวบ้างหรือโยม 

เขาผงะคว้าปืนลูกซองยาวข้างกายกำไว้ในมือจนแน่น  ภิกษุรูปนั้นกำลังพูดกับเขา?  เขาไม่อาจแน่ใจเพราะร่างนั้นยังคงสงบนิ่งในท่าขัดสมาธิเช่นเดิม  เหตุใดเขาไม่ตรวจตราภายในอุโบสถให้ถี่ถ้วนเสียก่อน  เขาก่นด่าความสะเพร่าของตัวเองในใจเงียบ ๆ พร้อมกวาดสายตาสำรวจพื้นที่ทุกตารางนิ้วในอุโบสถ

ที่นี่ไม่มีใครอีกแล้วโยม 

ท่านพูดกับผมใช่ไหม  เขาตัดสินใจถาม

ก็ที่นี่มีเพียงแต่เราเท่านั้นนะโยม

 

ภิกษุรูปนั้นยังคงนั่งขัดสมาธิต่อหน้าองค์พระประธานในอาการนิ่งสงบ  เขาหยิบปืนลูกซองยาวข้างกายขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม  เมื่อลำกล้องและรังเพลิงแห้งสนิทดีแล้ว  เขาจึงค่อย ๆ บรรจุกระสุนใส่รังเพลิงทีละนัดจนไม่เหลือที่ว่าง  แล้วชักลำเลื่อนขึ้นลำ  นิ้วมือเลื่อนปลดไกเซฟ  ประทับพานท้ายบนไหล่  เล็งปากกระบอกปืนตรงไปยังแผ่นหลังของภิกษุรูปนั้น

โยมแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่โยมกำลังจะทำเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเยาะหยัน  ภิกษุรูปนั้นกล้าดีอย่างไรถึงถามคำถามแบบนี้กับเขา  ภาพร่างไร้วิญญาณของเด็กชายวัยหกขวบเศษในอ้อมกอดของแม่ผู้ร่ำไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจปรากฏในมโนสำนึก  ใครกันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายของเขาต้องถูกอนาจารย่ำยี  ใครกันเป็นผู้พรากแก้วตาดวงใจของเขาไปโดยไม่มีวันหวนคืน  ใคร  ใครเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด  ถ้าไม่ใช่ภิกษุที่นั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน  ไม่อินังขังขอบต่อโลกทั้งโลก  เขาออกแรงกระชับปืนลูกซองยาวในมือให้มั่นคงขึ้น  นิ้วมือในโกร่งไกพร้อมที่จะเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนได้ทุกเวลา

คนเรามีเกิด  มีแก่  มีเจ็บ  มีตาย  ด้วยกันทั้งนั้นนะโยม

แล้วทำไมคนที่ตายต้องเป็นลูกชายของเขา  มันถึงเวลาแล้วหรืออย่างไร  เด็กน้อยผู้ผ่านฝนผ่านหนาวมาเพียงหกหน  ชีวิตน้อย ๆ ที่ยังต้องเจริญเติบใหญ่  เรียนรู้และหาประสบการณ์  ชีวิตที่มีอนาคตอันเจิดจรัสเฝ้าคอยท่า  แล้วทำไม  ทำไมชีวิตลูกชายของเขาจึงต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้  ใครสักคนช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจบ้างจะได้ไหมว่าทำไม  ไม่มีใครหน้าไหนเข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่ออย่างเขาได้  ไม่มี

อาตมาก็เป็นพ่อคนนะโยม  ทำไมอาตมาจะไม่เข้าใจ

เขาอยากจะสำรอกออกมาให้รู้แล้วรู้รอด  เข้าใจหรือ  คนที่ทิ้งลูกทิ้งเมียให้เผชิญโลกเพียงลำพังเพื่อแสวงหามรรคผลจะเข้าใจอะไรได้นอกเสียจากเข้าใจความต้องการของตัวเอง  คนที่ไม่เคยตระกองกอดลูกน้อยไว้แนบอก  ไม่เคยป้อนข้าวป้อนน้ำ  ไม่เคยแม้กระทั่งจะอบรมสั่งสอน  จะเข้าใจความรักของพ่อที่มีต่อลูกไปได้อย่างไรกัน  เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเยาะหยัน  คนที่ไม่มีความรักมอบแก่ใครเลยนอกจากตัวเองกลับแสดงตนว่าเป็นผู้อยู่เหนือโลก  และมนุษย์ทุกผู้ทุกนามเป็นเพียงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเฝ้าแหนเฝ้าคอยเศษความเมตตา  ความเมตตาจากมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เหนือโลกทั้งโลก

หากภิกษุรูปนั้นไม่ทิ้งลูกทิ้งเมียให้เผชิญชีวิตกันเพียงลำพัง  หากผู้เป็นแม่ไม่เจ้าอารมณ์เพราะต้องทำงานหนักหาเช้ากินค่ำ  หากเด็กน้อยมีคนคอยดูแลเอาใจใส่  มีแบบอย่างที่ดีจากพ่อ  เด็กน้อยคงไม่เติบใหญ่มาพร้อมกับความวิปริตทางจิตใจ  ลูกชายของเขาก็คงไม่ตกเป็นเหยื่ออารมณ์และจบชีวิตลงด้วยวัยเพียงเท่านี้   ความเคียดแค้นชิงชังก่อตัวหนาแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน  เขาตัดสินใจเหนี่ยวไกลั่นกระสุน

เปรี้ยงงงงงงงงง

 

เสียงสายฟ้าฟาดกึกก้องกัมปนาท  เขาสะดุ้งตกใจตื่นลืมตาโพรงหอบหายใจกระชั้นหนักหน่วง  ความคิดหลากหลายในสมองแล่นสับสนจนไม่อาจจับต้นชนปลายได้

โยม  โยมเป็นใคร  มาจากไหน  แล้วมาทำอะไรในนี้

เขารวบรวมสติแหงนมองไปตามที่มาของเสียง  ภิกษุรูปนั้นยืนจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาแฝงความสงสัยและคลางแคลงใจ   

โยมเป็นใคร  มาจากไหน  แล้วมาทำอะไรในนี้

เขานิ่งงันไม่เอ่ยวาจาใดตอบ  พยายามควานสะเปะสะปะหาปืนลูกซองยาวข้างตัว 

โยมหาไอ้นี่อยู่หรือ  ภิกษุรูปนั้นชูปืนลูกซองยาวในมือให้เขาเห็น

เขาพยักหน้าตอบรับ

แล้วโยมเป็นใคร  มาจากไหน  มาทำอะไรในนี้

ผมหนีตำรวจมาครับหลวงพ่อ  ผมเพิ่งฆ่าคนตาย

ทำไมต้องถึงขั้นฆ่าแกงกันด้วยล่ะโยม

มันข่มขืนแล้วฆ่าลูกชายของผมครับ

แล้วคนที่โยมไปฆ่า  เขาไม่มีพ่อไม่มีแม่หรือโยม

มีครับ

แล้วเขาจะไม่เสียใจ  ไม่แค้นใจเอาหรือที่โยมไปฆ่าลูกเขา

ผมไม่ทราบครับ  เรื่องนี้คงต้องถามหลวงพ่อ

อาตมาไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะโยม

เกี่ยวครับเพราะคนที่ผมเพิ่งฆ่าเป็นลูกชายคนเดียวของหลวงพ่อครับ 

ร่างของภิกษุรูปนั้นชะงักงันแววตาสับสน  มือเกร็งกำปืนลูกซองยาวของเขาจนเส้นเลือดโปน

โยมพูดเรื่องจริงหรือ

รถตำรวจแหวกสายฝนปล่อยเสียงไซเรนแว่วมาแต่ไกล  มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย

หลวงพ่อได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจนั่นไหมครับ  พวกเขากำลังตามมาจับผม

ความเงียบชวนอึดอัดแพร่ขยายอาณาเขตครอบคลุมทุกตารางนิ้วในอุโบสถ  เขาสบตากับองค์พระประธาน  ดวงพักตร์ของท่านมีรอยยิ้มเมตตาพริ้มพราย  เขาพยายามปั้นหน้าให้มีรอยยิ้มในแบบเดียวกัน  และปล่อยให้ภิกษุรูปนั้นใช้เวลาคิดและตัดสินใจในชะตากรรมของเขา

ไซเรนรถตำรวจแว่วใกล้เข้ามา

เปรี้ยงงงงงงงงง

เสียงดินปืนแผดเสียงกึกก้องกัมปนาท

ภิกษุรูปนั้นยืนหอบหายใจหนักหน่วง  ควันขาวหม่นจากปลายกระบอกปืนไหลเรื่อยแช่มช้าผ่านช่องหน้าต่างอุโบสถแล้วลับหายไปในม่านฝน

         

วางอาวุธ  ขณะนี้ตำรวจได้ล้อมไว้หมดแล้ว

เสียงจากโทรโข่งแว่วดังจากที่ไหนสักแห่ง

วางอาวุธ…

 

 

        ผมว่าคนที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลกคือพวกปล่อยวาง 

                 ไร้จุดหมาย  ชีวิตจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีจุดประสงค์

                 เป้าหมาย  สงคราม  การดิ้นรน  แม้เราจะไม่ชนะก็เถอะ

                             จากบทสนทนาในภาพยนตร์เรื่อง FORST/NIXON

 

ขอบคุณภาพพระพุทธรูปอันสวยงามจาก พี่สาม (…)

 

 

issue-34-design-02t


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: