Marley & Me มองชีวิตหมาผ่านคน มองชีวิตคนผ่านหมา

1 06 2009

.

กาลครั้งหนึ่งฯ โดย THEJUI

.

Marley & Me
มองชีวิตหมาผ่านคน มองชีวิตคนผ่านหมา

(เกือบ ๆ สปอยล์นะครับ มีการเปรยถึงฉากท้าย ๆ ของหนังแบบเลี่ยงไม่ได้)

 

ไม่บ่อยนักที่จะเห็นฮอลลีวู้ดทำหนังที่เกี่ยวกับหมาในอารมณ์จริงจังแบบนี้  มองย้อนไปที่พอนึกออกก็จะมี  Benji, Lassie  เมื่อประมาณสามสิบกว่าปีได้แล้วมั้ง  ส่วนใหญ่หนังที่เกี่ยวกับหมาของฮอลลีวู้ดมักจะเป็นหนังคอเมดี  อย่าง  Beethoven, K9  หรือ  Turner & Hooch  นี่ผมไม่นับหนังเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง Air Bud  หรือหนัง  Cats And Dogs  พวกสัตว์พูดได้ทั้งหลายนะ Marley & Me  เป็นหนังหมาที่ให้อารมณ์แตกต่างจากที่เคยดู ๆ มา  ถึงแม้หน้าหนังจะดูว่าเป็นหนังคอเมดี  ด้วยภาพโปสเตอร์กับดารานำอย่าง  Owen Wilson  และ  Jennifer Aniston  ที่งานแสดงส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังคอเมดี  แต่เมื่อดูแล้วจะพบว่าสัดส่วนของคอเมดีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับอารมณ์ดราม่าของหนัง  ถ้าคนไม่รู้เรื่องโทนหนังมาก่อนจะถึงกับจุกในลำคอเหมือนกันกับฉาก  30  นาทีสุดท้ายของหนัง

Marley & Me เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากนิยายขายดีในชื่อเดียวกัน  พอมาทำเป็นหนังก็พาให้หนังประสบความสำเร็จอย่างสูงอีก  หนังจบที่สหรัฐอเมริกาด้วยตัวเลข 143 ล้านเหรียญ สำหรับหนังที่ไม่มีดาราค่าตัวแพง  ไร้เอฟเฟ็คท์แบบนี้  กำไรมหาศาลครับ  น่าแปลกที่หนังไม่ลงโรงบ้านเรา  แต่วิ่งลงแผ่นดีวีดีเลย  ซึ่งผมไม่เห็นเวอร์ชั่นซาวด์แทร็คของแผ่นลิขสิทธิ์เสียด้วย  เลยต้องดูเวอร์ชั่นพากย์ไทย  ก็ถือว่าโอเคครับไม่เสียอรรถรส

หนังสือเป็นบทประพันธ์ของ John Grogan ที่เอาบทความที่เขาเขียนลงในคอลัมน์ประจำมาเรียบเรียงให้กลายเป็นนิยาย  จอห์นเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวตัวเองกับสัตว์เลี้ยงที่เปรียบเหมือนสมาชิกครอบครัวตัวหนึ่งชื่อ มาลีย์ 

สำหรับในส่วนของหนังเริ่มเรื่องที่ จอห์น (โอเวน วิลสัน) กับ เจนนิเฟอร์ (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) แต่งงานกัน  ทั้งคู่ตัดสินใจมาตั้งรกรากกันใน  ฟลอริด้า  จอห์นเป็นนักข่าวเลยไปสมัครงานที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น  ที่มี เซบาสเตียน เพื่อนของเขาทำงานอยู่ก่อน  ที่นี่จอห์น ได้งานเป็นนักข่าวสมใจ  เวลาผ่านไป จอห์นและเจนนิเฟอร์ มีอาการระหองระแหงกันบ้าง  เซบาสเตียนแนะนำจอห์น ให้หาสัตว์เลี้ยงมาให้ภรรยาแก้เหงาเพื่อเธอจะได้คลายความตึงเครียดในบ้านลงไปได้บ้าง จอห์น เชื่อคำแนะนำ และพาเจนนิเฟอร์ ไปซื้อลูกหมาพันธุ์ลาบาร์ดอร์ รีทริฟเวอร์ถึงในฟาร์ม  เนื่องในวันเกิดของเธอ  ทั้งคู่เลือกเอาลูกหมาตัวที่เจ้าของลดราคาให้พิเศษเพราะว่ามันตัวเล็กที่สุด  จอห์นตั้งชื่อให้มันว่า มาลีย์ ตามศิลปินเร็กเก้ผู้ยิ่งใหญ่ บ๊อบ มาลีย์  

มาลีย์เป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวโกรแกนที่ทั้งคู่รักใคร่ เห่อ และให้ความสำคัญเปรียบดังสมาชิกครอบครัว  มาลีย์เป็นหมาที่เกเร ไม่เชื่อฟัง สร้างความโกลาหลให้กับทั้งคู่อย่างมาก  จอห์นจูงมันออกไปเดินเล่นตามถนน หรือตามชายหาด มาลีย์ก็สร้างวีรกรรมให้จอห์นได้อับอายขายหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ยังรักใคร่มันดี  คงเป็นเพราะมันเป็นนิยายเรื่องหนึ่งนี่นะ จอห์น มักจะเรียกมาลีย์ว่า หมาที่ห่วยที่สุด (The worst dog)  แล้ววันหนึ่ง อาร์นี่ย์ (Alan  Arkin) บรรณาธิการเจ้านายของจอห์นก็มอบหมายให้จอห์น เขียนคอลัมน์ประจำ  จอห์นจึงหยิบเอาเรื่องของตัวเขาเองกับชีวิตที่วุ่นวายเพราะเจ้ามาลีย์มาเขียนเล่าเรื่องลงในคอลัมน์ซะเลย  ผลกลับกลายเป็นที่ชื่นชอบของคนอ่าน ทั้งจอห์นและมาลีย์กลายเป็นที่รู้จักไปไหนมาไหนก็มีคนทัก  แล้วครอบครัวโกรแกนก็มาถึงวันที่มีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้น  ทั้งคู่ให้กำเนิดบุตรถึง 3 คนในเวลาต่อมา  แพทริค  คอนเนอร์ และคอลลีน  เจนนิเฟอร์ ต้องออกจากงานมาดูแลลูก ๆ ประจวบกับชื่อเสียงของจอห์นที่มีมากขึ้น  ทำให้จอห์นได้รับการทาบทามให้ไปอยู่นสพ.ในฟิลาเดเฟีย  จอห์นตอบรับ  และย้ายครอบครัวไปอยู่บ้านหลังใหญ่ใน ฟิลาเดเฟีย

หลังจากนี้โทนหนังซีเรียสขึ้นสู่อารมณ์ที่เดาไม่ยากเมื่อมาลีย์มาถึงวัยชรา

 

หนังใช้เวลา 2 ชั่วโมง  ให้เราเห็นความเป็นไปของครอบครัว โกรแกน ไปพร้อม ๆ กับการเจริญเติบโตของหมาลาบาร์ดอร์ตัวหนึ่ง  คนดูได้ใกล้ชิด ผูกพันกับครอบครัวนี้  ได้เห็นช่วงสุข ช่วงทุกข์ ช่วงสวีท และช่วงที่มีปากเสียงกัน

ได้เห็นมาลีย์ตั้งแต่เป็นลูกหมา จนถึงวันที่มันเป็นหมาแก่ตัวหนึ่ง  ไม่ยากที่หนังจะพาคนดูมาถึงอารมณ์หดหู่ในตอนท้ายได้ซีนที่น่ารักน่าจดจำสำหรับผม  คือ เย็นวันหนึ่งที่จอห์นเลิกงานกลับมาบ้านที่ฟิลาเดเฟีย ไม่เจอเมียและลูกแต่เจอมาลีย์อยู่ในบ้าน ซึ่งในวันนี้มาลีย์เป็นหมาแก่ที่หูไม่ค่อยได้ยินแล้ว  จอห์นพามาลีย์วิ่งเหยาะ ๆ ไปเดินเล่นในทุ่งหญ้าหลังบ้าน  จอห์นและมาลีย์ นั่งดูอาทิตย์ตกด้วยกัน  ภาพมุมกว้างให้ทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นแสงสีทองส่องทุ่งหญ้า  จอห์นเปรยขึ้นมากับมาลีย์ ในฐานะเพื่อนรักคนหนึ่ง นายต้องให้ฉันรู้นะ วันที่นายพร้อมจะไปแล้ว  ตกลงนะ

ผมเชื่อว่า Marley & Me สามารถทำให้คนที่ไม่ได้รักหมา ก็สามารถดูแล้วรู้สึกรักมาลีย์ และทำให้ยิ้มไปกับความซุกซนของมันได้  แต่กับคนที่รักหมาก็เตรียมทิชชู่ไว้แล้วกันครับ  ผมเองก็ไม่ได้เสียน้ำตาให้กับหนังฮอลลีวู้ดมานานมากแล้ว

โดยลำพังตัวของมาลีย์แล้วไม่ได้เป็นหมาที่ความพิเศษแต่อย่างใด  มันก็แค่เป็นหมาธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง  ที่ซน ดื้อ ตามลักษณะสายพันธุ์ของมัน จึงไม่ใช่งานหินสำหรับคนที่รับหน้าที่ฝึกหัดหมาในเรื่องนี้  แต่คนที่เก่งก็คือตัว จอห์น โกรแกน  ผู้เขียนเอง ที่ฉลาดในการหยิบยก เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่น่าจะเกิดขึ้นได้กับหลาย ๆ ครอบครัวของคนอเมริกันมาเล่าเรื่องได้อย่างสนุกน่าติดตาม  จอห์นเล่าเรื่องเหมือนไดอารี่ของตัวเองในช่วงเวลาประมาณ 15 ปี  จากนักข่าวอาชีพตำแหน่งเล็ก ๆ ในนสพ.ท้องถิ่น กลายมาเป็นนักเขียนคอลัมน์ชื่อดังที่ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตครอบครัวและอาชีพการงาน  ก็เพราะการที่ได้มาลีย์มาเป็นสมาชิกครอบครัว โดยที่ตัวมันเองก็หารู้ไม่ว่ามันมีผลกับความรุ่งโรจน์ต่อครอบครัวนี้ขนาดไหน  นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ถึงแม้มาลีย์จะสร้างความวุ่นวายในบ้าน หรือความเสียหายให้กับข้าวของเครื่องใช้ขนาดไหน  ครอบครัว โกรแกน ก็ขาดมันไปไม่ได้

ไม่เพียงแต่จอห์นและเจนนิเฟอร์เท่านั้นที่รู้สึกผูกพันกับมาลีย์  ลูก ๆ ทั้งสาม ที่เราเห็นเรื่องราวของพวกเขาตั้งแต่วันแรกเกิด  จนตอนจบที่แพทริค น่าจะอายุสักสิบขวบได้ ต่างก็รักและรู้สึกว่ามาลีย์เป็นพี่น้องกับพวกเขา  หลาย ๆ ฉากที่เราได้เห็นมาลีย์วิ่งเล่นกับเด็ก ๆ ทั้งสาม  ก็เป็นภาพชีวิตธรรมดาที่ดูน่ารักแล้วทำให้อดยิ้มไม่ได้  ไม่แปลกที่เมื่อหนังดำเนินมาถึงซีนท้าย ตอนที่ คอนเนอร์ เรียกแทนตัวเองกับมาลีย์ว่า จากน้องของนายก็ทำเอาบ่อน้ำตาแตกได้

ทั้ง โอเวน วิลสัน และ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ถือว่าโชคดีที่ได้รับการคัดเลือกให้มารับบทนำในเรื่องนี้ เป็นหนังที่เล่นผ่านไปได้ง่าย ๆ  ไม่มีซีนยาก ๆ สำหรับทั้งคู่  แต่กลับเป็นหนังร้อยล้านในเครดิตตัวเอง  โดยเฉพาะเจนนิเฟอร์ที่ไม่มีหนังทำเงินมาตั้งแต่ The Break-up ปี 2006  เจนนิเฟอร์ ในเรื่องนี้เธอปาเข้าไป 39 แล้ว แต่ก็ยังดูสวยอยู่มาก

 

David  Frankel  ผู้กำกับฯ เคยฝากผลงานที่น่าจดจำมาแล้วกับ Devil Wears Prada มาเรื่องนี้แฟรงเคลก็ตอกย้ำความสำเร็จได้อีกครั้ง Marley & Me กลายเป็นหนังที่สร้างความประทับใจครั้งใหญ่ให้กับคนดูชาวอเมริกัน  เรื่องหน้า แฟรงเคล น่าจะเป็นผู้กำกับที่เอาชื่อมาเป็นจุดขายหนังได้แล้ว

ผมไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้เลยตัดสินไม่ได้กับการที่ผลลัพธ์ของ Marley & Me กลายเป็นหนังฮิตได้นี้เป็นเพราะ Frankel เก่งที่ถ่ายทอดอารมณ์จากตัวหนังสือออกมาได้ดี หรือว่าแฟรงเคล สามารถบวกเพิ่มอารมณ์ได้นอกเหนือกว่าอารมณ์ที่ได้รับจากตอนอ่านหนังสือกันแน่  คงต้องรอคุยกับคนที่ได้อ่านหนังสือ

 

ขณะอ่านเครดิตหนังตอนต้นเรื่อง  ผมเห็นชื่อของ Haley Bennett ดาราสาวที่ผมประทับใจเธอจากบท  นักร้องซูเปอร์สตาร์  ในเรื่อง Music And Lyric  

Haley น่ารักแต่ไม่ดังเลย ดีใจที่จะได้เห็นเธอในหนังอีก แต่ก็น่าผิดหวังเพราะบทที่เธอเล่นแทบไม่มีบทบาทเลย โผล่มาบนจอไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำแถมไม่น่ารักเหมือนเดิมด้วย

ดู Marley & Me แล้วทำให้ย้อนมองเปรียบเทียบวัฒนธรรมการเลี้ยงหมาของบ้านเรากับ อเมริกัน  น่าแปลกที่คนไทยเราให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง  แต่กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับหมาได้เหมือนครอบครัวอเมริกัน  คนไทยเราเลี้ยงหมานอกบ้าน  แต่คนอเมริกันเลี้ยงหมาในบ้าน  ปล่อยให้หมานอนเล่นกับลูก ๆ ตัวเอง  คนอเมริกันให้ความสำคัญกับการจูงหมาเดินเล่น  ถึงกับมีอาชีพรับจูงหมาเดินเล่นได้  แต่ยากที่จะเห็นคนไทยจูงหมาเดินเล่น  ที่น่าทึ่งก็คือมีฉากหนึ่งที่ จอห์น และ เจนนิเฟอร์ ตัดสินใจไปพักผ่อนกันหลายวัน  ทั้งคู่จ้างพี่เลี้ยงมานอนค้างเพื่ออยู่ดูแลมาลีย์เป็นคนไทยคงแค่ฝากข้างบ้านมาเทอาหารให้แค่นั้นแหละ  ในเรื่องได้เห็นมาลีย์เลียหน้าเลียปากจอห์น เฉย ๆ แต่คนไทยจะรู้สึกรังเกียจสกปรกถ้าให้หมาเลียหน้า ถึงมี พังเพยว่า เล่นกับหมา หมาเลียปาก

 

ถ้าใครรักหมา  ชอบดูหนังหมา  ในอารมณ์ใกล้เคียงแบบนี้  แนะนำอีกสองเรื่องครับเป็นหนังญี่ปุ่นทั้งคู่  คือ Quill (2004)  ชื่อไทย  โฮ่ง ฮับ  หมาลาบาร์ดอร์เหมือนกัน  เรื่องนี้เศร้ามาก ร้องไห้ตายเลย  และ A Tales Of Mari เพื่อนซื่อ ชื่อมาริ  หนังที่สร้างจากเรื่องจริง  หนังปีที่แล้วประทับใจเช่นกันครับ ·

 

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๒


คำสั่งกระทำ

Information

One response

1 06 2009
ก้าวฯที่ ๓๒ « ก้าว…รอ…ก้าว (ปีสอง)

[…] กาลครั้งหนึ่งฯ : [THEJUI] Marley & Me มองชีวิตหมาผ่านคน มองชีวิตคนผ่านหมา […]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: