เรื่อง “พกลม” ของ ปัทมา เอกม่วง

15 05 2009

.

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

เรื่อง “พกลม” ของ ปัทมา เอกม่วง

.

.

ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเลยทีเดียว ถ้าหากใครที่ถูกจับโกหกได้ แต่คงมีไม่น้อยที่สามารถกลบเกลื่อนและซ่อนเร้นสิ่งน่าละอายบนใบหน้าและดวงตาได้อย่างนั้น

แล้วใครล่ะที่จะทำได้ ถ้าไม่ใช่คนที่เป็นนักโกหกตัวยง

หนึ่งในนั้นคือสาวคนนี้ ปัทมา เอกม่วง พนักงานธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งเคยใช้ชีวิตคลุกคลีกับกีรติ นักเขียนในเว็บบอร์ดห้องหนอนสนทนา ซึ่งทั้งปัทมาและกีรติต่างสนุกกับการจับโกหกในงานวิจัยสมัยยังเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะด้วยกัน

แต่ในชีวิตจริง มันไม่ง่ายอย่างนั้น และมีโอกาสน้อยมากที่จะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่แยกยากเหลือเกินว่าอะไรกันหนอ คือความจริงแท้บริสุทธิ์ และอะไรที่คือเรื่องโกหกทั้งเพ  เราลองอ่านทัศนะของปัทมาผ่านบทสนทนาในครั้งนี้ด้วยกัน

 

         

สารากร : โกหกครั้งแรกเรื่องอะไรคะ

ปัทมา : เรื่องโดดเรียน ไปเที่ยวทะเลตอน ม.3

 

สารากร : หลังจากโกหกไปแล้วรู้สึกยังไงบ้าง

ปัทมา : รู้สึกผิดสิ  ถามได้

 

สารากร : แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้โกหกอีกเลยหรือเปล่า

ปัทมา : เปล่า  แต่จะดูแต่ละเรื่องตามสถานการณ์

 

สารากร : การโกหกครั้งไหนที่คิดว่า เป็นการโกหกที่สมควรที่สุดคะ

ปัทมา : มันก็มีเหตุผลต่าง ๆ นานามาเพื่อทำให้เราคิดว่าเราโกหกเพื่อทำให้คนคนนั้นสบายใจที่สุดก็มันก็ทุกเรื่องที่โกหกนั้นแหละ เพราะถึงที่สุดคนเรามันก็ต้องคิดว่าสิ่งที่เราโกหกเป็นเรื่องที่ทำให้คนคนนั้นสบายใจ  แม้แต่การนอกใจก็เหอะ

 

สารากร : แล้วเคยถูกจับได้ไหมล่ะ

ปัทมา : ยังอะ แต่อาจเป็นได้ว่าคนคนนั้นรู้แต่ก็ปล่อยให้มันผ่านไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหา

 

สารากร : ที่คิดแบบนี้ได้ เพราะตัวเองเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นหรือเปล่า อยู่ในสถานการณ์ที่ทั้งรู้ว่าถูกหลอกแต่ก็นิ่งเฉย

ปัทมา : ก็เคยแต่ไม่โวยวายนะ เพราะว่าเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้แล้วก็ต้องปล่อยเลยไป

 

สารากร : รู้สึกยังไงถ้าได้รู้ว่า เราถูกหลอก

ปัทมา : ก็เซ็ง  ถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่เราไม่เคยโกหกเค้าเลยแม้สักครั้งเดียว

 

สารากร : แล้วถ้าเป็นคนที่เราเคยโกหก ไม่รู้สึกอะไรหรือ

ปัทมา : ก็รู้สึกนะ แต่ไม่มากเท่าไร

 

สารากร : หรือว่า เรื่องโกหกจะเป็นสิ่งคู่โลก คิดยังไงกับคำพูดนี้คะ

ปัทมา : ใครบ้างไม่เคยโกหก

 

สารากร : คิดว่าคนที่พูดจริงทั้งชีวิต ไม่มีในโลกเลยหรือเปล่าคะ

ปัทมา : ก็อาจจะมีแต่เค้าอาจจะเลือกที่จะไม่ตอบแทนการโกหก

 

สารากร : มายาคือโลกของเราหรือเปล่า

ปัทมา : ก็อาจจะใช่  แม้แต่อาชีพบางอย่างยังต้องปั้นหน้าเลย

 

สารากร : ถ้าหากจะถามว่า ถ้าโลกของเราไม่มีคนพูดปด ไม่มีคนคิดคด มีแต่ความจริง คิดว่าปัญหาทุกวันนี้จะลดลงหรือเปล่า

ปัทมา : ไม่แน่ แต่บางอย่างอาจเพิ่มก็ได้

 

สารากร : คิดว่าอะไรที่จะเพิ่ม ในเมื่อความจริง คือความจริง

ปัทมา : อ้าว  สมมุติว่ามีคนสองคนเป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งถามเพื่อนว่าหน้าตาเค้าเป็นยังไง แล้วความจริงมันเลวร้ายมาก ถามว่าถ้าเพื่อนพูดความจริงจะเป็นการทำร้ายจิตใจคนคนนั้นมากไปหรือเปล่า  จะมีใครไหมที่พูดตามที่เราคิดทุกเรื่อง

 

สารากร : กำลังจะบอกหรือคะว่า ในร้ายมีดี และการโกหกบางทีก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แบบนี้หรือเปล่า

ปัทมา : ก็ใช่  ถ้าการโกหกครั้งนั้นทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจ แต่ถ้าพูดความจริงแล้วทำให้คนคนนั้นทุกข์ใจเราจะเลือกทำอย่างไหน ดีกว่ากัน

 

สารากร : แล้วแท้จริงแล้ว ยังศรัทธาในความจริงบริสุทธิ์อยู่หรือเปล่า

ปัทมา : ความจริงมันก็เป็นความจริงวันยันค่ำ  คิดว่าทุกคนก็คงอยากที่จะให้คนอื่น ๆ พูดความจริง

 

สารากร : นอกจากคำว่าโกหกทั้งเพ ที่ดูเหมือนว่าจะลงเอยที่คำว่ามุสาเพียงอย่างเดียว ส่วนตัวแล้วคิดว่า อะไรสำคัญกว่าคำพูดคะ

ปัทมา : การกระทำไง คนเราเวลาทำอะไรมันก็จะแสดงออกมาอย่างนั้นแหละ

 

สารากร : แล้วที่เราคุยกันมาตั้งนาน โกหกบ้างหรือเปล่าเอ่ย

ปัทมา : ยังอะ

 

 

แม้ว่าจะหาข้อสรุปไม่ได้ว่า การโกหกคือสิ่งดี หรือสิ่งร้าย ในแบบสุดขั้ว แต่อย่างน้อยเราอาจต้องการค่ากลางเพื่อดึงคุณสมบัติที่ดีบ้างในการโกหก มาใช้เพื่อรักษาสมดุลของการอยู่ร่วมกัน หากความจริงมันโหดร้าย การค่อย ๆ พูดความจริงที่ละน้อย อาจไม่เข้าข่ายคำว่าโกหกนัก แต่ท้ายที่สุดแล้วโลกของเรา ยังคงต้องการความจริงเพียงหนึ่งเดียว เพื่อการเติบโตและแก้ปัญหาที่สมบูรณ์  หรือพวกคุณว่ายังไง ·

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๑


คำสั่งกระทำ

Information

2 responses

28 11 2009
คนเดิม

ก็ใช่นะ ! กับการโกหกที่ในบางครั้งก็เพื่อให้คนอีกคนหนึ่งสบายใจ แต่ถ้าคนอีกคนหนึ่งเขาสงสัยและมั่นใจว่าคุณโกหกเขา แต่…คุณก็ยังปากแข็งดึงดันที่จะยังโกหกเขาต่อไปแล้วทำหน้าใสซื่อ สุดท้ายมันจะยิ่งทำให้เขาเสียตวามรู้สึกยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่านัก และคุณก็จะได้ชื่อว่า “คนตอแหล” อย่างไม่ต้องมาแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น
…O@n…

6 12 2009
ใครบางคน

ในสิ่งที่คุณทำอยู่ แล้วคนอื่นเขายังไม่รู้บอกได้เลยว่า…อย่างคุณไม่ใช่แค่พกลมอย่างเดียว แต่…คุณน่ะสามารถพกน้ำไว้คอยปั้นให้เป็นตัวได้เลยทีเดียวเชียวแหละ จริงหรือไม่จริง คุณคิดได้เอง(ถ้าคุณมีจิตรสำนึกนะ ที่ผ่านมาคุณพยายามทำเหมือนว่ามีอยู่ตลอด แต่จริงๆแล้วมันไม่เคยมีเลยสักนิด)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: