เส้นแบ่งความจริง

15 05 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

เส้นแบ่งความจริง

.

.

เขียน ณ ระเบียงริมชายหาด ในยามดึกสงัดไร้สรรพสำเนียง…

.
.

สวัสดีจ้ะมิตรของฉัน

.

ยามนี้ช่างเงียบสงบ… เสียจนฉันไม่อยากที่จะเชื่อเลยว่า เมื่อครู่ที่ผ่านมา… ฉันได้ผ่านช่วงเวลายามค่ำคืนในท่ามกลางจังหวะดนตรีอันหลากหลาย ซึ่งดังกระหึ่มไปทั่วทั้งชายหาดเขาตะเกียบ เสียงผู้คนสองแสนห้าหมื่นคนตะโกนก้องร้องเพลงรักไปพร้อม ๆ กัน ปลุกหัวใจเท่ากำปั้นของเรานั้น ให้สะเทือนไหวไปตามจังหวะดนตรีได้อย่างง่ายดาย

อากัปกิริยาของหลายชีวิตในระหว่างฝูงชนเหล่านั้น แลดูต่างกันไป ควันบุหรี่ถูกพ่นขึ้นสู่ท้องฟ้าจากเด็กหนุ่มในหลาย ๆ มุม เด็กวัยรุ่นหญิงข้าง ๆ ฉันดื่มเบียร์ไปพร้อม ๆ กับสูบบุหรี่

คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่ฉันเคยไป ก็ผ่านเวลามานานเกือบสิบปีแล้ว ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ว่า…วันใหม่ที่เดินทางมาหาเราในแต่ละวันนั้น ได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ทุกย่างก้าวของชีวิตคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามามิใช่น้อย…

ยินเสียงเพลงรักโรแมนติกความหมายดี พลันสัมผัสตาก็ประสบกับวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ต่างคนต่างโอบคอและเอวของกันและกัน ใบหน้าแนบชิดใกล้จนนาสิกสัมผัส เอื้อนเอ่ยคำรักต่อกัน…

คำรักและเสียงหัวร่อต่อกระซิกล่องลอยในอากาศจนเข้ามากระทบโสตประสาทของฉัน…

.
.

คำรัก…บางครั้งก็เป็นเพียงคำเลื่อนลอยสำหรับบางคน แต่ความรู้สึกรักนั้น…จะยังตรึงอยู่ในใจตราบนานจนกว่าจะถึงวันหมดอายุของมัน ได้แต่หวังว่าความรู้สึกรักนั้นจะถูกจัดวางประดับไว้ในใจอย่างสวยงามหลังจากนั้น เพื่อว่าวันใดหากได้มองเข้าไปในใจ จะได้พบกับความรู้สึกรักที่มีคุณค่าขึ้นตามกาลเวลา อย่าทิ้งความรักให้เป็นเพียงเศษซากขยะในใจ ที่มองเข้าไปเมื่อใดก็รังแต่จะทิ้งความเสื่อมโทรมไว้ให้แก่ความรู้สึกหลังจากนั้น…

.
.

แล้วเธอล่ะ… จัดแต่งห้องหัวใจของเธออย่างไร…

.
.
.
.
.
.

แด่…เธอ ผู้แสวงหาความรักที่จริงแท้…

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.
.

บนหนทางสู่หาดเขาตะเกียบ ยังเทศกาลดนตรีฤดูร้อน 2009 คนหนุ่มสาวหลากหลายสไตล์เดินทางมุ่งหน้ายังปลายทางเดียวกัน ฉันหยุดพักก้าวย่าง ณ ร้านเล็ก ๆ ริมข้างทาง เบื้องหน้าของฉันเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง เธอยืนขายเสื้อยืด ข้าง ๆ ราวเสื้อยืดนั้นมีโปสการ์ดซึ่งเธอทำขึ้นเองขายอยู่ด้วย โปสการ์ดภาพมุมต่าง ๆ ของอำเภอหัวหิน เสียบเรียงรายบนนั้น แล้วฉันก็หยิบภาพนี้ขึ้นมา สำหรับฉันแล้ว… ภาพโปสการ์ดใบนี้ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวจากหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไป ในยามดึกดื่นของคืนก่อน…

.

ฉันคิดถึงดามู ชายหนุ่มชาวอินเดีย วรรณะจัณฑาลตามหลักศาสนาฮินดู วรรณะซึ่งยังคงเป็นรอยด่างแห่งมนุษยธรรม เขาเป็นชายร่างทะมึนผิวคล้ำ ผู้ซึ่งห้อยหม้อดินไว้ที่คอ เพื่อป้องกันมิให้น้ำลายของตนตกลงบนพื้นหน้าบ้านคนวรรณะสูงกว่า ผู้ซึ่งสะพายไม้กวาดไว้ที่สะโพกเพื่อกวาดรอยเท้าบนพื้นดินมิให้หลงเหลืออยู่บริเวณบ้านคนวรรณะอื่น ผู้ซึ่งมีมานะและอดทนดิ้นรนกับอาชีพการงานสารพัดในมุมไบ เพื่อเลี้ยงชีพตนและครอบครัว ผู้ซึ่งกล้าลุกขึ้นเรียกร้องศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์…

.

ฉันคิดถึง ดร.แอมเบคคาร์ บาบาซาเฮป ผู้ซึ่งมีชีวิตในช่วงเดียวกับท่านมหาตมะ คานธี แต่อาจไม่มีใครรู้จักเหมือนอย่างเช่นท่านมหาตมะ คานธี ซึ่งท่านบาบาซาเฮปนั่นเองที่เป็นผู้นำอันยิ่งใหญ่ของขบวนการเรียกร้องเสรีภาพแก่จัณฑาล ปลุกเร้าให้คนในวรรณะจัณฑาลใช้ปัจจัยทางการเมือง ให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม ผู้ที่ให้คำตอบสำหรับฉันได้ว่า เหตุใดคนไทยจึงไม่สามารถใช้การศึกษามาแก้ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศได้ ฉันเข้าใจแล้วว่าพลังจากการศึกษา ไม่ได้มาจากอำนาจรัฐในการจัดระบบการศึกษาให้แก่ประชาชน แต่พลังนั้นอยู่ที่ประชาชนต่างหาก ที่จะต้องพากันลุกขึ้นมาให้ความสำคัญกับการศึกษานอกเหนือจากการเมืองหรือสิ่งอื่นใดทั้งหมด แล้วประเทศชาติก็จะเจริญพัฒนาจากคนคุณภาพเหล่านี้นั่นเอง

..

ฉันคิดถึงโซนู ภรรยาของดามู กับความน่ารักยามเธอถูกบังคับให้มาแต่งงานกับดามู ทั้งที่ยังอายุเพียง 10 ขวบ แม่ของเธอบอกเธอเพียงว่า “ เธอต้องทำให้เขามีความสุขนะโซนู ” แล้วเรื่องราวต่อจากนั้น ก็เป็นความรู้สึกของธรรมชาติแห่งรักระหว่างชายหญิง ซึ่งทำให้ฉันรับรู้ได้ว่า ไม่ว่าจะชนชั้นวรรณะใด ความรู้สึกในรักจะทำให้เราไม่สามารถแบ่งแยกความเป็นคนที่เท่าเทียมกันตรงนั้นได้เลย… ฉันยังจำเมื่อครั้งที่ดามูบอกกับโซนูว่า เธอกับเขาและลูก ๆ จะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ เหมือนอย่างบาบาซาเฮป ที่จะไม่ยอมตายในศาสนาฮินดู โซนูนำรูปเคารพต่าง ๆ ในศาสนาฮินดูไปซ่อนไว้ เพื่อหวังว่าเธอจะทำพิธีทางศาสนาฮินดูที่เธอเชื่อถือ ไปพร้อม ๆ กับการนับถือพุทธศาสนาตามสามี แม้ว่าเรื่องของศาสนาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จนสามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ง่าย แต่เมื่อโซนูได้เข้าพิธีรับศาสนาพุทธพร้อม ๆ กับบาบาซาเฮป และชาวจัณฑาลที่ลุกขึ้นมาปฎิวัติอีกนับล้านคน เธอจึงเกิดความเลื่อมใสได้โดยง่ายดาย และยอมที่จะนับถือศานาพุทธเพียงศาสนาเดียว

.

ฉันคิดถึงธุรวา หรือคุณนเรนทรา จาดฮาฟ ผู้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า…Untouchables จัณฑาล เล่มนี้ และเป็นบุตรของดามู เขาเป็นลูกคนสุดท้องในทั้งหมด 7 คน ซึ่งได้รับการศึกษาสูงสุดจนถึงระดับปริญญาเอก เช่นเดียวกับพี่ ๆ อีกหลายต่อหลายคน โดยการส่งเสริมของดามูและโซนู ซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดเรื่องการศึกษาจากบาบาซาเฮป เขาผู้ซึ่งหลงรักหญิงสาววรรณะสูงกว่า และพิสูจน์ตนจนได้รับการยอมรับจากพ่อแม่ของหญิงคนนั้น เขาผู้ซึ่งกล้าที่จะย้อนกลับไปยังเทวสถานของศาสนาฮินดู ซึ่งไม่อนุญาตให้แม้แต่เงาของชาวจัณฑาลตกลงบนพื้นดิน เขาย่างก้าวข้ามเขตแบ่งวรรณะของที่นั่น แล้วหมอบกราบพระขัณฑพเทวรูปอันงดงามแห่งนั้น หลังจากนั้นเขาเดินไปกอดก้อนหินหลักปักเขต ที่ซึ่งเป็นเสมือนเทวรูปสำหรับชาวจัณฑาล น้ำตาของเขาหลั่งริน… เทวรูปที่สวยงามหรือหินหยาบกร้านก้อนหนึ่งไม่มีอะไรต่างกัน และเขาก็ไม่รู้สึกเดือดดาลต่อคำพูดตอกย้ำว่าเป็นคนชั้นต่ำอีกต่อไป…

.
.
.
.

ฉันรู้สึกขอบคุณพวกเขาทุกคน ที่ทำให้ฉันได้หันกลับมามองสังคมที่รายล้อมอยู่ ซึ่งคนส่วนมากล้วนมีกรอบ… เป็นกรอบแห่งอคติ เพื่อแบ่งแยกสิ่งต่าง ๆ เพื่อตัดสินตัวเองและคนอื่น ๆ เป็นกรอบที่เรานั้นต่างสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง และได้กักบริเวณความคิดของแต่ละคนไว้ อีกทั้งปิดกั้นเหตุผลนานาประการ อันเป็นปัจจัยที่ทำให้คนคนนั้นมองเห็นสิ่งอื่น ๆ มีคุณค่าแตกต่างกัน แต่หากเราทุกคนสามารถทลายหรือก้าวข้ามกรอบเหล่านี้ไปได้ และยอมรับกันและกัน เราก็จะอยู่กับความจริงในสังคมของเรา สังคมของโลกพร้อมกับความรู้สึกที่…รื่นรมย์

หากได้มองลึกลงไปแล้ว จะพบว่ากรอบอคตินั้นไม่มีตัวตน ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา ไม่ได้ก่ออิฐถือปูนเสริมโลหะสร้างกันขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่ควรเป็นการยากที่จะทลายลงได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งสำคัญก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคนนั่นเอง

.
.

บางที…อาจเป็นเรานั่นเองที่ล้อมกรอบอคตินั้นขึ้นมาลวงความคิดของตัวเอง…

.

 

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๑


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: