เพื่อนรักดูดเลือด

15 04 2009

กาลครั้งหนึ่งฯ โดย THEJUI

เพื่อนรักดูดเลือด

LET THE RIGHT ONE IN (2008)

ไม่เคยรู้จักหรือได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย  ผมอ่านนิตยสารเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์สองเล่ม  ติดตามข่าวสารตลอดเวลา  แต่ก็ต้องยอมรับว่า  ไม่สามารถรับรู้ข่าวสารครอบคลุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ผมมาเจอ  LET THE RIGHT ONE IN  ใน  เว็บบิททอเร้นท์แห่งหนึ่ง  คลิกเข้าไปอ่านพอได้ทราบว่า  เป็นหนังสัญชาติ  สวีเดน  กวาดรางวัลมาแล้วทุกสถาบัน  เป็นเรื่องของ  แวมไพร์  แค่นี้ก็ดาวน์โหลดมาดูเลย  เป็นอีกเหตุผลตอกย้ำที่ทำให้ผมดีใจ  ที่ได้มารู้จัก  บิททอเร้นท์

เดิมทีผมเช่าหนังอยู่  3  ร้าน  ก็ยังได้หนังไม่ครบทุกค่ายอยู่ดี  บวกกับ หนังนอกกระแส หนังอินดี้  หนังใต้ดิน  นี่ต้องเสิร์ชหาซื้อจากทางอินเตอร์เน็ท  หรือ  ก็ต้องพาร่างไปเดินเลือกหา จากร้านแว่นจตุจักร หรือ ร้าน DVD Square ที่ฟอร์จูน  ถึงจะได้ครบถ้วน  แต่พอมาเล่นบิทนี่สบายใจครับ  มีหนังครบทุกค่าย  แล้วยังมีหนังอินดี้  หนังนอกกระแส  บางเรื่องมีผู้เชี่ยวชาญภาษาไปดูดหนังจากเว็บต่างประเทศมา  เอาซับมาช่วยกันแปล  หนังแบบนี้ไม่มีขายด้วยซ้ำ  

แต่มีให้ดูในบิท…

มาต่อเรื่องหนัง  LET THE RIGHT ONE IN  เป็นหนังสวีเดน  ต้องบอกว่าเกิดมาไม่เคยดูหนังจากประเทศนี้เลยนะ  ฉะนั้นอย่าไปคาดหวังว่าจะรู้จัก  ผู้กำกับ  คนเขียนบท หรือแม้แต่ดารา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือหนังกวาดรางวัลมาอย่างบ้าคลั่งถึง  42  รางวัล นี่ถือว่าไม่ธรรมดา  และที่สำคัญไม่ใช่หนังดราม่าเครียด ๆ ด้วยซ้ำ  แต่กลับเป็นเรื่องของแวมไพร์  ยิ่งน่าสนุก

หนังพูดถึงเหตุการณ์ในปี  1981  ตัวเอก Oskar  เป็นเด็กชายวัย 12 ปี  อาศัยอยู่กับแม่ใน อพาร์ทเม้นต์เก่า ๆ  Oskar (Kare Hedebrant) เป็นเด็กวัย 12 ปี  ผมบลอนด์  ผิวขาวซีด  ดูคล้ายเด็กเผือกขี้โรค  น้ำมูกไหลอยู่ตลอดเวลา Oskar เป็นเด็กเก็บกด  เพราะโดนเพื่อนอันธพาลที่โรงเรียน รังแกเกือบทุกวัน  จนเก็บงำความแค้นมาระบายออกที่บ้านเวลาอยู่คนเดียว  Oskar  ชอบเอามีดมาแทงอากาศ  พร้อมกับสบถไปด้วยอยู่บ่อย ๆ  เป็นการระบายความแค้นด้วยจินตนาการ

แล้ว  Eli  อ่านว่า  เอลี่ (Lina Leandersson) เด็กหญิงวัย  12  ปี  ก็ย้ายเข้ามาอยู่ห้องติดกัน…

Eli  ย้ายมาพร้อมกับชายสูงวัย  ที่ไม่ปรากฏสถานะว่าเกี่ยวดองกันอย่างไร  และไม่มีชื่อเรียก  Eli  เริ่มมาทำความรู้จักกับ  Oskar  ขณะ  Oskar  กำลังเอามีดแทงอากาศเล่นเหมือนเคย  Eli  เป็นเด็กหญิงผมดำ  หน้าตาประหลาดดูไม่ค่อยเป็นเด็กยุโรป  ไม่น่ารักแต่มีมุมและแววตาที่น่ากลัว อาจจะเริ่มจากความเห็นใจสงสารที่  Eli  มีต่อ  Oskar  ประกอบกับความที่ไม่มีเพื่อนกันทั้งคู่  ทั้งสองจึงสานสัมพันธ์กันได้แน่นแฟ้นและรวดเร็ว  

หนังใช้เวลาไม่นาน  เผยให้เห็นกิจกรรมของชายสูงวัยที่มากับ  Eli  หน้าที่การออกล่าเหยื่อในยามวิกาล  มอมยาสลบเหยื่อจับห้อยหัว  กรีดคอ  เอาเลือดกรอกลงถัง  และเอากลับไปบ้านไปให้ Eli  ดื่ม  แต่ชายสูงวัยทำงานพลาดบ่อยครั้ง  ลืมถังเลือดบ้าง  มีคนเห็นหน้าบ้าง  มีคนเข้ามาช่วยเหยื่อทันบ้าง  ทำให้ Eli  ไม่พอใจ  และต่อว่าชายสูงวัย  ทำให้คนดูยิ่งเกิดคำถามว่า  ชายสูงวัยคนนี้เป็นอะไรกับ  Eli  ถึงต้องมาทำหน้าที่เช่นนี้  Eli  เริ่มออกหาเหยื่อเอง  พร้อม ๆ กับข่าวฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านแถบนั้น  พฤติกรรมนอนกลางวัน  ปรากฏตัวกลางคืน การย้ายเข้ามาพร้อมกับข่าวฆาตกรรมบวกกับสภาพแวดล้อมและกลิ่นเหม็นเน่าในห้อง  ทำให้เด็กวัย  12  อย่าง Oskar เดาได้อย่างง่ายดาย ว่า  เธอเป็น แวมไพร์  การรู้ตัวตนที่แท้จริงกลับไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไป

          Oskar  คิดภาษาแบบรหัสมอสขึ้นมาสื่อสารกับ  Eli  ด้วยวิธีการเคาะผนังห้องที่ทั้งคู่อาศัยอยู่กันคนละด้าน  กลางวัน  Eli  นอน  Oskar  ก็คอยมานั่งเฝ้าระวังภัยให้ในห้อง  กลางคืนก็ออกมาเล่นกัน  หลังจากที่ Eli  เปิดเผยตัวว่าเป็นแวมไพร์  เธอก็ปรากฏตัวพร้อมคราบเลือดเต็มปากบ่อย ๆ  น่ากลัวดี  Eli  ยังเป็นผู้คอยให้กำลังใจและสอนให้  Oskar  รู้จักการแก้แค้นและตอบโต้กลับกลุ่มอันธพาลที่นับวันจะคอยจองล้าง  Oskar  มากขึ้น  ทำให้  Oskar  กล้าจะสู้กลับด้วยความรุนแรงและนั่นเป็นชนวนทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น  เมื่อพี่ชายของอันธพาลเข้ามาเกี่ยวข้องและคอยแก้แค้นให้น้องชาย

ช่วงตั้งแต่ปีที่แล้วมานี้  วงการหนังและซีรีรู้สึกจะฮิตกับเรื่อง  แวมไพร์กันมาก  หรืออาจจะเพราะกระแสความสำเร็จของ TWILIGHT  ก็ได้  จึงมี  UNDER  WORLD 3  ออกมา  ซีรีก็มีออกมา  2  เรื่อง  True Blood, Moon Light  

สำหรับ  LET THE RIGHT ONE IN  ถือได้ว่าแปลกใหม่  เป็นการจับเอาชีวิตของแวมไพร์ในร่างเด็กวัย  12  ดูบ้าง  หนังไม่ได้สื่อเน้นหนักให้ออกไปในโทนหนังสยองขวัญ  แต่แบ่งสัดส่วนในด้านดราม่า  พูดถึงเรื่องความผูกพันธ์ระหว่าง  Oskar  และ  Eli  พอสมควร  เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้เขียนบท  John  Ajvide Lindqvist  ใครอ่านชื่อออกบอกด้วย  ที่ลงลึกในเรื่องสภาพแวดล้อมตัวละครได้ดี  ทำให้คนดูเข้าใจถึงเหตุผลรับ-ส่ง  ในการตัดสินใจและการกระทำต่าง ๆ ของตัวละคร  นี่เป็นข้อดีของการที่ John  ซึ่งเป็นเจ้าของนิยายเรื่องนี้  (หนังสือวางแผงเมื่อปี  2004)  แล้วเป็นผู้แปลงนิยายตัวเองมาเป็นบทภาพยนตร์  จึงสามารถถ่ายทอดและคงอารมณ์และเนื้อหาสำคัญไว้ได้  LET THE RIGHT ONE IN  ยังเป็นนิยายเรื่องแรกของเขาอีกด้วย  ที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้  John  หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักมายากล  กับความสำเร็จขนาดนี้ และ ที่สำคัญมีนิยายแวมไพร์อย่าง  TWILIGHT  ปูทางไว้  ผมว่าไม่นานต้องมี ฉบับแปลภาษาไทยวางขายแน่ ๆ

งานภาพในเรื่องเป็นอีกจุดที่น่าพูดถึง  หนังเน้นใช้ภาพมุมกว้างตลอด  ในฉากสนทนาระหว่าง  Oskar  และ  Eli  เพื่อสื่อสายตาและสีหน้าของทั้งคู่  แต่เลือกใช้ภาพมุมกว้าง  ในฉากสยอง ฉากฆาตกรรม  ที่เพียงพอให้รับรู้ความโหดร้าย  รุนแรง  แบบไม่ต้องรู้สึกอี๋  แหยะ  โดยเฉพาะฉาก ไคลแม็กซ์สุดท้าย   ภาพใต้น้ำเป็นซีนที่ทำได้ดีมากเป็นภาพมุมกว้าง เราไม่ได้เห็นภาพบนผิวน้ำว่าเกิดอะไรขึ้น  เห็นแต่อวัยวะกับเลือดที่หล่นลงมาในน้ำ  แค่นี้เราก็จินตนาการถึงความสยดสยองที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำได้แล้ว

ตามเวลาในเรื่องเป็นฤดูที่หิมะตกหนัก  ภาพจึงออกมาในโทนหม่น  คอนทราสต่ำ  ช่วยสร้างบรรยากาศอึมครึมซึ่งสอดคล้องไปกับโทนของเรื่องได้เป็นอย่างดี 

ผมประทับใจสองฉากในเรื่อง  คือฉากที่  Eli  ลอบเข้าไปเยี่ยมชายสูงวัยที่โรงพยาบาล  แล้วพยาบาลออกมาตามหาที่นอกตึก  เป็นการแช่ภาพมุมกว้างแล้วให้สายตาเราสะดุดกับสิ่งเคลื่อนไหวในภาพเอาเอง  ฉากนี้ทำให้ผมต้องกดย้อนหลังมาดูอีกครั้ง

อีกฉากคือฉากที่  Eli  ไปหา  Oskar  ที่ห้อง  แวมไพร์ก็ถือว่าเป็นผีชนิดหนึ่งต้องให้เจ้าของบ้านเอ่ยปากเชิญจึงจะเข้าบ้านได้  แต่ Oskar  กลับลองยาว่า  ถ้าชั้นไม่เชิญแล้วจะเป็นไง”   Eli ไม่ตอบแต่เดินเข้าห้องแล้ว  Eli  ก็แสดงคำตอบให้ดูว่าถ้าไม่เชิญแล้วจะเป็นอย่างไร  จน Oskar  ต้องตะโกนว่าพอแล้ว  ชั้นเชิญเธอแล้ว ต้องดูเอาเองครับ

หนังจบพร้อมกับการที่หัวสมองคนดูได้ทำความเข้าใจกับเรื่องราวที่ผ่านมา  แล้วเราก็ให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า  ชายสูงวัยที่มาพร้อมกับ  Eli  ทำไมต้องมาคอยหาเลือดให้กับ  Eli  แล้วอนาคตของ  Oskar  จะเป็นอย่างไร  หนังไม่ได้มีปริศนาหรือหักมุมอะไร  แต่ภาพความรุนแรงที่โผล่มาเป็นระยะ ๆ  ก็สามารถพาให้คนดูเกาะติดสถานการณ์ไปได้ตลอด เหมือน ๆ กับ TWILIGHT ภาคเด็กแต่สลับเป็นฝ่ายหญิงเป็นแวมไพร์เสียแทน  ใน  LET THE RIGHT ONE IN  ไม่มีฉากต่อสู้ระหว่างแวมไพร์เพราะทั้งเรื่องมีแวมไพร์ตัวเดียว  ฉากแอ๊คชั่นน้อยกว่าแต่เลือดมากกว่า

ถ้าข่าวไม่ผิด  ปี  2010  ได้ดู  LET THE RIGHT ONE IN  ฉบับรีเมคเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดอีกแล้ว  ข่าวไม่ชัวร์นะครับบ้านเราอาจจะได้ดูในโรงวันที่   9  เมษายนนี้ครับ  แต่ถ้าไม่ได้ฉายลองเสิร์ชในกูเกิ้ลนะครับว่า  DVD LET THE RIGHT ONE IN  เห็นมีขายอยู่แผ่นละ 60 บาท

 

THEJUI

 

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๒๙


คำสั่งกระทำ

Information

2 responses

2 05 2009
vampire

ชอบเรื่องนี้มากเคยไปดูที่เทศกาล เยี่ยมยาดกว่าทไวไลท์มาก แนวออกจะคล้ายๆกันแต่ไม่ได้เลียนแบบเพราะนิยายเล่มนี้มีมาก่อนที่ทไวไลท์จะได้ตีพิมพ์อีก ถึงจะดราม่าเลือดสาดแต่ก็โรแมนติกมากเป็นหนังแวมไพร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

10 07 2009
somebody

จากที่ผมพึ่งดูมานะครับ ชายแก่นั้นเนี้ย น่าจะคนรักเก่าของ Eli เพราะว่า Eli ไม่มีวันแก่ ซึ่งก็หมายความว่า ชายคนนั้นอยู่กับ Eli มาจนทำหน้าที่ออกหาเลือดแทน Eli สังเกตได้อีกฉากนึง ช่วงแรกๆ ที่ Eli นั้นรู้จักกับ Oskar ชายแก่คนนั้นยังขอร้องว่าอย่าไปพบเลยก็ทำให้รู้ว่าชายแก่คนนั้นแอบไม่ชอบ

ฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อ Eli ไม่มีชายแก่คนนั้นแล้ว เค้าก็จะต้องหาคนอื่นที่จะมาเป็นเพื่อนและช่วยเหลือเธอต่อไป ซึ่งเธอก็เลือก Oskar ถ้าหนังดำเนินเรื่องต่อ ผมว่าก็จะเป็น Oskar ที่จะคอยหาเหยื่อให้ Eli

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: