คุ้กกี้…ไม่ใช่คุ้กกี้

15 04 2009

.

ที่…ด้านหลังของโปสการ์ด โดย  saranya_nok.worm

.

 

คุ้กกี้…ไม่ใช่คุ้กกี้

.

เขียนในมุมแห่งความหลัง…

.

สวัสดีจ้ะกี้

อากาศร้อนแบบนี้ทำให้พี่อดคิดถึงเธอขึ้นมาไม่ได้ ยังจำวันที่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันได้ดี แม้ว่ามันจะผ่านมาเกินสิบปีแล้วก็ตาม บนเรือท่องเที่ยวที่ดูคล้ายเรือประมงลำนั้น มีเพียงครอบครัวของเรากับคนขับเรือ เธอวิ่งเล่นไปทั่วเรืออย่างสนุกสนาน พี่ยังจำท่าทีที่เธอยกขาเท้ากราบเรือ แล้วแหงนหน้าเชิดคอท้าทายสายลมทะเลที่พัดมาแรงนั้นได้ดี เธอดูน่ารักมาก…

เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง พ่อต้องอุ้มพี่และเธอลงจากเรือ เพราะเราต่างก็ยังเป็นเด็กกันอยู่ ที่เกาะล้านน้ำใสมาก เราเล่นน้ำด้วยกันอย่างมีความสุข พี่นอนในห่วงยาง ส่วนเธอว่ายน้ำท่าลูกหมาตกน้ำอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยอยู่ข้าง ๆ เราเป็นคู่พี่น้องที่เล่นด้วยกันได้อย่างน่ารักจนใครต่อใครต่างต้องเหลียวมามอง

.

ณ จุดนี้ที่พี่เขียนโปสการ์ด แม้ว่าบางสิ่งจะถูกจัดวางในตำแหน่งที่ต่างไป แม้ว่าบางอย่างจะถูกเปลี่ยนใหม่และถูกนำเข้ามาแทนที่ และแม้ว่าจะมีน้องตัวอื่นเข้ามาในชีวิตเพิ่มเติม แต่รู้ไหมไม่มีใครลบเลือนกี้ไปจากใจและความทรงจำได้เลย

วันแรกที่น้องเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านเรา น้องก็ทำเอาเราใจหาย เพราะคิดว่าเราปล่อยให้น้องหายตัวไปจากบ้าน เราหาน้องกันทั่วไปหมดก็ไม่เจอ จนกระทั่งเราถอดใจและกำลังจะเข้านอนเพราะเหนื่อยกันมานานแล้ว และแล้วพ่อก็พบตัวน้องนอนขดอยู่ตรงชายผ้าขาวม้าของพ่อ เนื่องจากน้องตัวเล็กมากจนเราไม่คิดว่าน้องจะมาอยู่ตรงนี้

ทุกวันนี้เวลากินกล้วยปิ้งราดน้ำกะทิ เราทุกคนก็ยังคงคิดถึงน้อง ปัจจุบันนี้หากในต่างประเทศรู้ว่า ครอบครัวเราเลี้ยงน้องด้วยข้าวคลุกน้ำกะทิกล้วยปิ้ง เราอาจถูกจับปรับ เพราะทรมานสมาชิกในครอบครัวจนเป็นโรคอ้วน แต่หากพวกเขาจับพวกเรา เราจะมีข้อโต้แย้งว่า พวกเขาทรมานความสุขของน้องยิ่งนัก

.

หวังว่าตอนนี้น้องคงมีความสุขดีในที่ ๆ น้องอยู่ น้องอาจมีเพื่อนเล่นมากมาย ได้รู้จักกับเพื่อนหลายต่อหลายแบบ อย่าลืมแบ่งปันความสุขที่ได้ดื่มด่ำเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ให้กับเพื่อนเหล่านั้นด้วยนะจ้ะ

แล้วเราจะได้พบเจอกันในห้วงของความคิดถึง…

.

รักและคิดถึงมาก

พี่เอง

.

.

โปสการ์ดแด่…น้องกี้เพื่อนแท้ และสุนัขไม่มีเจ้าของที่จากโลกนี้ไปอย่างเดียวดายทุกตัว

.

.

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

ฉันได้รับการชักชวนจากเพื่อนรักเพื่อไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในวันหนึ่ง เธอต้องการเพื่อนสักคนเพื่อไปงานหนังสือในเครืออมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งด้วยกัน และแน่นอนฉันไม่ปฏิเสธ ถึงแม้ว่าตามปกติแล้วฉันจะชอบเดินซื้อหนังสือจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมากกว่า เพราะมีหนังสือให้เลือกที่หลากหลายกว่าในความคิดของฉัน แต่เพื่อนของฉันเป็นแฟนหนังสือในเครือนี้ตัวจริง เรื่องรสนิยมส่วนตัวนี่ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ ความเชื่อ ซึ่งเปลี่ยนแปลงกันไม่ใช่ง่ายดายเลย แต่คราวนี้ฉันยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเธอบ้าง เพราะอย่างไรเสียเราก็อยู่ในสังคมเล็ก ๆ ในกลุ่มมิตรที่ใกล้ชิดกันมาก

หลังจากเดินเลือกซื้อหนังสือกันจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว เราก็เดินทางกลับ ในระหว่างทางนั้นฉันหันไปเห็นงานอีกงานหนึ่งซึ่งจัดอยู่ใกล้ ๆ กัน งานนั้นเป็นงาน Dog Expo ตอนนั้นฉันคิดว่ายังมีเวลาอีกมากในวันนี้ที่เพียงพอให้ฉันได้ทำอะไรตามที่ในใจเรียกร้องได้อีก เพื่อนขอตัวแยกจากฉันที่ตรงนั้น บางทีเธอคงอยากใช้เวลาสำหรับตัวเองบ้างเช่นกัน

ฉันเดินขึ้นบันไดไปยังบูธหนึ่งซึ่งตั้งอยู่เป็นบูธแรกข้าง ๆ บันได บูธนี้เป็นบูธเปิด ที่มีเพียงโต๊ะยาวสีขาวสองตัวตั้งวางเรียงกัน บนโต๊ะนั้นมีเสื้อผ้าสุนัขอยู่ในกล่องแบบกระจัดกระจาย เหมือนโดนรื้อค้นด้วยผู้คนมาแล้วมากมาย ทั้งที่ฉันเองเลี้ยงสุนัขมาแล้วหลายต่อหลายตัว แต่เป็นความสัตย์จริง ฉันไม่เคยมางานแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนั้นฉันสงสัยว่า ทำไมงาน Dog Expo เป็นแบบนี้ เนื่องด้วยฉันคิดว่า ในงานน่าจะมีการนำสุนัขมาแสดง หรือมีการประกวดสุนัขสวยงาม แต่บูธนี้ทำให้ฉันรู้จักงาน Dog Expo ได้ลึกซึ้งกว่าที่คิดมากมาย…

กล่องใส่เสื้อผ้าสุนัขที่มีเสื้อผ้ากระจัดกระจายนั้น เป็นเสื้อผ้าสุนัขลดราคา ที่นำมาขายตัวละ 10-25 บาท เป็นเสื้อกล้ามตัวเล็ก ๆ บ้างก็เว้าส่วนไว้ให้สุนัขถ่ายเบา เพื่อเสื้อผ้าจะได้ไม่เลอะเทอะหลังจากเสร็จกิจแล้ว แต่ส่วนมากเป็นเหมือนเสื้อกล้ามเด็กเล็ก ๆ มากกว่า รายได้จากการขายเสื้อนั้น เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปช่วยสุนัขจรจัดที่ทางมูลนิธิได้รับเลี้ยงไว้ ฉันเลือกมาให้สุนัขของฉันที่สามารถใส่ได้ประมาณ 2-3 ตัว ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะพอดีหรือไม่ เพราะการที่ไม่ได้นำสุนัขมาด้วยเหมือนคนอื่น ๆ ในงาน ทำให้อาจจะไม่แม่นยำในการวัดขนาดตัวเพื่อนสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์นัก

ฉันไปจ่ายเงินกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นพนักงานของมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัด ขณะกำลังรอเงินทอน สายตาของฉันก็แลไปเห็นโปสการ์ดรูปสุนัขหลาย ๆ แบบ วางอยู่บนลวดหมุนสำหรับเสียบโปสการ์ด ฉันไล่เรียงสายตาไปทีละภาพ ทีละภาพ…

เสียงพนักงานหญิงคนนั้นก็อธิบายแต่ละภาพให้ฉันฟังว่า สุนัขในภาพนั้นชื่ออะไร มีประวัติและที่มาอย่างไร มีอุปนิสัยอย่างไร ฉันฟังเธอพลางรู้สึกชื่นชมในความอ่อนโยนของเธอต่อสิ่งมีชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้เช่นเดียวกับเรา แต่ต่างกันตรงที่ว่า พวกเค้าเลือกที่จะเป็นไม่ได้ด้วยอีกต่างหาก ฉันคิดว่า…เรื่องดวงสำหรับคนนั้น อาจเป็นเรื่องที่ 50/50 ว่าเราเป็นผู้กำหนด หรือใครกำหนด แต่สำหรับสุนัขนั้น ฉันคิดว่า…ชีวิตของพวกเค้า เกี่ยวกับดวงเกือบ 100 เปอร์เซนต์ทีเดียว น่าเสียดายที่ไม่มีหมอดูดวงสุนัข ไม่เช่นนั้นพวกมันอาจรู้จักการใช้ชีวิตมากกว่านี้กระมัง

.

แล้วก็มาถึงโปสการ์ดใบนี้ที่ฉันจดจำที่มาของมันได้ไม่เคยลืมเลือน พนักงานสาวเล่าให้ฟังว่า สุนัขในโปสการ์ดตัวนี้ อาศัยอยู่ในกล่องกระดาษทรุดโทรมใบที่เห็นในภาพตลอดชีวิตของมันที่มีอยู่ คนในมูลนิธิไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรมันถึงไม่ยอมออกมาจากกล่อง แต่พวกเขาก็รู้สึกว่า มันคงมีความสุขดีกับบ้านเล็ก ๆ ของมัน

ทุกวันเจ้าหน้าที่ต้องผลัดเปลี่ยนกันไปให้อาหารมัน และมันก็ส่งแววตาสดใส กระดิกหางด้วยความดีใจทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่พวกเขาบอกว่ามันมีความสุขดี แต่น้ำใสจากตาของฉันกลับค่อย ๆ ซึมออกมา มันรื้นเอ่อและล้นขอบตา จนในที่สุดก็ไหลริน แล้วฉันก็ห้ามตัวเองไม่ให้สะอื้นจนตัวโยนไม่ได้…

พนักงานหญิงคนนั้นเงียบไป คงเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับฉันดี…

ในชั่วชีวิตที่เลี้ยงสุนัขมา ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นอิสระ เขาได้ไปเที่ยวกับเรา โลกของเขากว้างใหญ่ แต่สุนัขในโปสการ์ดใบนี้กลับมีชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เป็นเพราะเขาไม่มีเจ้าของหรือเปล่านะ เจ้าของที่เขาจะรู้สึกว่าเขาอยากตามไปเที่ยวด้วยในทุก ๆ แห่ง

พนักงานสาวบอกฉันว่า สุนัขในโปสการ์ดตายไปแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฉันรู้สึกเสียใจที่เงินน้อยนิดค่าโปสการ์ดของฉันจะไม่สามารถทำให้เขาได้รู้สึกดี ๆ บ้างในวันหนึ่ง…

.

ฉันคิดถึงนายแบบโปสการ์ดของฉันเหลือเกิน ป่านนี้เขาคงได้ท่องเที่ยวไปจนไกลแสนไกล…

.

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๒๙


คำสั่งกระทำ

Information

2 responses

21 04 2009
พุ่มฮัก บ้านหนอน

เพิ่งเคยได้ยินว่ามีงานแบบนี้นะเจ๊

ส่วนใหญ่งานที่เกี่ยวกับหมา ถ้าไม่ใช่งานไฮโซเอาหมามาอวด ก็จะเป็นงานรากหญ้าคือฆ่าหมากิน
เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านนอก ผมเห็นรถปิกอัพขนหมาวิ่งผ่านหน้าบ้านบ่อย มีเสียงประกาศว่าให้เอาหมามาแลกคุ แลกกาละมัง สมัยนั้นผมมีหมาอยู่ตัวเดียว เก็บมาจากข้างถนน ชื่อแค้มป์ ไม่แน่ใจว่าได้เชื้อฝรั่งมาจากตัวพ่อหรือแม่ ขนมันฟูผิดบ้านผิดเมือง หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ แต่ดุยังกะเสือ ตอนนั้นผมอยากได้คุสักใบเอาไว้ตักน้ำให้ควายกิน แต่ก็จำใจปล่อยให้รถขนหมาแล่นผ่านไปด้วยความเสียดาย

22 04 2009
yurtdisi egitim

Is there any information about this subject in other languages?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: