เสียงวี้ๆ และก้อนหิน

15 04 2009

.ไปที่ Blog "สวนอักษร"

โดย หนุงหนิง

เสียงวี้ๆ และก้อนหิน

.

.

สิ่งแรกที่นายกเทศมนตรีคนใหม่ตัดสินใจทำหลังชนะการเลือกตั้ง คือการขยายจัตุรัสกลางเมืองให้กว้างขึ้นเพื่อจัดงานเฉลิมฉลอง  รถขุดซึ่งติดตราสัญลักษณ์อำเภอมาถึงจัตุรัสแต่เช้ามืด และเริ่มรื้อถอนร้านรวงของคนทำขนมปัง ช่างทำรองเท้า ช่างทำถัง ช่างทอพรมซึ่งรับทอพรมปิดพื้นที่ว่างทุกขนาด รวมถึงร้านขายเปลือกหอยสำหรับนักท่องเที่ยว เจ้าของร้านต่างพยายามขัดขวาง แต่คนขับรถขุดให้เพียงเวลาขนย้ายข้าวของออกจากร้านก่อนจะทลายทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอ

นายกเทศมนตรีบังคับให้พวกพ่อค้าแม่ค้าย้ายร้านไปอยู่ในซอยท้ายหมู่บ้านซึ่งไม่มีผู้คนสัญจร ส่วนบริเวณจัตุรัสซึ่งเป็นที่ตั้งร้านเดิม น้องชายของนายกเทศมนตรีได้สร้างตึกแถวยาวเหยียดและสูงกว่าหอระฆังของโบสถ์ขึ้นแทนที่ นายกเทศมนตรีแสร้งทำเป็นไม่เห็นด้วยกับน้องชาย วันหนึ่งเขาทำกระทั่งว่าต่อยน้องชายกลางที่ชุมชน แต่ทุกคนทราบดีว่าทั้งสองเล่นละครตบตา เพราะพวกเขาทำธุรกิจร่วมกัน

ทุกวันเวลาสองทุ่มพ่อค้าแม่ค้าพากันปิดร้าน พวกเขาบ่นอุบ เพราะนับแต่นายกเทศมนตรีย้ายพวกเขามาที่นี่ ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย  เจ้าของร้านซึ่งแต่ก่อนไม่ลงรอยกัน ตอนนี้กลับกลายเป็นเพื่อนกัน และช่วยกันด่านายกเทศมนตรีแบบไม่หยุดจนถึงเวลาอาหารค่ำ  แต่การก่นด่ามีประโยชน์เพียงแค่ได้ระบาย เพราะธุรกิจก็ยังแย่อยู่เช่นเดิม

วันหนึ่งนายกเทศมนตรีไปหาหมอในเมือง เขาบ่นให้หมอฟังถึงอาการป่วยอันแปลกประหลาด นั่นคือทุกคืนช่วงเวลาสองถึงสามทุ่มเขาจะได้ยินเสียงดังวี้ๆ ในหู  เสียงนี้ดังราวกับเสียงไซเรนของรถดับเพลิงซึ่งสร้างความรำคาญให้เขามาก มันทำให้เขาประสาทเสียและปวดหัวแทบระเบิด

คงเป็นเพราะความดันต่ำเกินไป หมอบอกและสั่งยาน้ำให้เขา

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์นายกเทศมนตรีกลับไปที่คลินิกอีกครั้ง เขาบอกหมอว่าหูยังดังวี้ๆ เช่นเดิมและดังเวลาเดิม

คงเป็นเพราะความดันสูงเกินไป หมอพูดและสั่งยาใหม่ให้เขา

นายกเทศมนตรีได้ยามา ทั้งกิน ฉีด สูดดมก็แล้ว นวดตัวก็แล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงดังวี้ๆ ในช่วงสองถึงสามทุ่มเหมือนเดิม

เมื่อพ่อค้าแม่ค้าทราบข่าว พวกเขาเข้าใจทันทีว่าเสียงวี้ๆ นั้นเป็นผลจากการก่นด่าสาปแช่งของพวกเขา ดังนั้นจึงทดลองด่านายกเทศมนตรีในเวลาเที่ยงวัน นายกเทศมนตรีก็ได้ยินเสียงวี้ๆ ในเวลาเที่ยงวัน และเมื่อพวกเขารวมตัวด่าพร้อมกันสิบคน เสียงวี้ๆ ก็ยิ่งดังมากขึ้น แต่ถ้าด่าพร้อมกันเพียงสองหรือสามคน เสียงก็จะดังค่อยลง พวกเขาทราบสิ่งเหล่านี้จากหมอซึ่งเป็นเพื่อนพวกเขา

ตอนนี้พวกพ่อค้าแม่ค้ารู้แล้วว่าพวกเขาสามารถก่อกวนนายกเทศมนตรียามพวกเขาต้องการได้อย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงรวมตัวกันบ่อยขึ้น ทั้งเวลาหกโมงเช้า บางครั้งตอนตีห้าเพื่อด่านายกเทศมนตรี นายกเทศมนตรีตื่นขึ้นมาเอามืออุดหูและเอาผ้าชุบน้ำโปะบนหน้าผาก แต่เสียงวี้ๆ ก็ยังดังไม่หยุด เขาปวดหัวราวกับใครเอาฆ้อนทุบหัว

เมื่อนายกเทศมนตรีรู้สาเหตุของการเจ็บป่วย เขาเรียกพวกพ่อค้าแม่ค้ามารวมตัวกันและลองพูดจาข่มขู่ แต่ก็ไร้ผล เขาลองเสนอเงิน แต่พวกนั้นหัวเราะเยาะใส่หน้าเขา พวกเขาต้องการเพียงได้ย้ายร้านกลับไปอยู่จัตุรัสดังเดิม

นายกเทศมนตรีเชื่อว่าเขาคงบ้าในไม่ช้า เสียงวี้ๆ ในหูทำลายความสงบสุขของเขา  มันมาอย่างทันทีทันใด ทุกชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน  เพื่อไม่ให้ชีวิตต้องจบลงที่โรงพยาบาลบ้า เขาบังคับให้น้องชายหาที่ในตึกซึ่งสร้างใหม่บนจัตุรัสให้กับพ่อค้าแม่ค้าทุกคน ดังนั้นการแสร้งทะเลาะกันของสองพี่น้องจึงกลายเป็นจริงขึ้นมา  พวกเขาทั้งต่อย เตะ ตบกัน ท่ามกลางความสนุกสนานของคนทั้งเมือง

หลังจากที่พวกพ่อค้าได้กลับไปขายของที่จัตุรัส หมอซึ่งเป็นผู้รักษานายกเทศมนตรีได้ทำการวิจัยเสียงวี้ๆ ในเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อเข้าใจแล้วว่ามันทำงานอย่างไร เขาก็แจกจ่ายข้อมูลไปยังชาวเมืองทุกเมืองและทุกประเทศที่ต้องการปกป้องตัวเองจากนายกเทศมนตรีที่มีนิสัยฉ้อโกง นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงผลการวิจัยให้สมบูรณ์ขึ้น ตัวอย่างเช่น อธิบายว่าเสียงวี้ๆ จะทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าใช้ควบคู่กับการปาก้อนหินไปที่ศีรษะของนายกเทศมนตรีที่พวกเขาต้องการลงโทษ เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง

 

ผู้แต่ง: Luigi Malerba

ชื่อเรื่อง: Storiette e Storiette tascabili

ผู้แปล: Nungning



สารบัญ ก้าวฯที่ ๒๙


คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: