ตอน ๔ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง

1 04 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…)

.

ตอน ๔ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง

.

.

อากาศร้อนระอุ ผู้คนเร่าร้อนตามอากาศ

สายลมคล้ายอ่อนล้าจากภารกิจยาวนาน มันไม่พัดพาอันใด

แล้วมีผู้ใดเล่า จักสามารถช่วงใช้มันให้กระทำการ

ไม่มี

 

 

 ท่านสั่งให้ฟ้าดินคารวะท่านได้งั้นหรือ?”  เสียงคนผู้หนึ่งรำพึงรำพัน

เปล่าเลย  เสียงใครผู้หนึ่งขานรับ กิริยาท่าทางมองแล้วมีความหยิ่งถือยศอยู่ในที  ท่วงท่าการวางมือเท้านั้น ประหนึ่งผู้สูงศักดิ์อันจริตร้ายในสังคมชั้นสูง

เช่นนั้นแล้วเรายังมีเรื่องราวอันใดที่ต้องเจรจากัน

ข้าพเจ้าทราบว่างานนี้ยากต่อการตัดสินใจของท่าน  หากแต่ว่า…”  เสียงนั้นหรี่เบาจนคล้ายจางหาย คล้ายมีการต่อรองเจรจาความบางประการที่ไม่อาจให้ผู้คนรับรู้

เฮอะ!!  อีกสามวัน ท่านมารับสิ่งของได้

สมแล้ว สมแล้ว  ข้าพเจ้าคิดไม่ผิดที่ไว้วางใจท่าน

สิ้นเสียงผู้คน สิ้นเสียงจอกสุราตอกลงพื้นโต๊ะ บานประตูห้องเจรจาเปิดออก  ภายในห้องหลงเหลือผู้คนเพียงหนึ่ง อีกผู้หนึ่งจากไปแล้ว

เถ้าแก่หลงหันหน้ามาทางห้องรับรองนั้น  กวาดตามองทั่วบริเวณห้อง เดินค้อมศีรษะอย่างอ่อนน้อมเข้ามาใกล้ กระซิบถามคนผู้นั้นว่า  มันเล่า

มันไปแล้ว

ผู้คนที่หลงเหลืออยู่เพียงผู้เดียวบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกัน  ในมือข้างหนึ่งประคองถ้วยชาไว้ในมือ กลิ่นของมันโรยไปทั่วทั้งห้อง  เถ้าแก่หลงเมียงมอง ชาหอมเช่นนี้คงเป็น โชยลี้เฮี้ยง (กลิ่นหอมพันลี้) โรมเตี๊ยมอับจนเช่นมันไฉนเลยมีชาชั้นสูงแห่งเทือกเขาบู๊อี่ซัวรินรับแขก  เป็นเพราะแขกผู้นี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสังคม แม้เดินทางไปไหนมาไหนยังต้องพกชาชั้นดีติดกาย ให้บ่าวรับใช้คอยชงจัดหา

คนผู้นี้เรียกว่า ใต้เท้าเหลิง (เหลิงจากเมืองหลง) ขุนนางแห่งเมืองหลงเจี๊ย  คนผู้นี้เดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อช่วงใช้ให้สหายใต้หล้ากระทำเรื่องราวเรื่องหนึ่ง  เถ้าแก่หลงไหนเลยยอมเชื่อว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องดีงาม

ท่านใช้ให้มันไปกระทำเรื่องราวอันใด?”  เถ้าแก่หลงไต่ถาม สีหน้าเคร่งขรึม

ไม่อาจบอกกล่าวท่าน หากแต่นับเป็นเรื่องดีประการหนึ่ง

เรื่องดีของท่านแต่เป็นร้ายของผู้อื่นกระมัง  เถ้าแกหลงทิ้งท้าย ก่อนเดินลับหายไปในห้องครัว จากนั้นสั่งการให้เด็กรับใช้วิ่งออกมากล่าวกับใต้เท้าเหลิงว่า

เถ้าแก่บอกว่า หมดธุระของใต้เท้าแล้ว ให้ข้าพเจ้าส่งใต้เท้าที่ประตู

ใต้เท้าเหลิงกำลังอารมณ์ชื่นบานพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที แต่เพียงชั่วขณะเดียวกันก็พลันฉีกยิ้มขึ้นเหมือนเดิม  เป็นวิชา แปรสีหน้าพันอารมณ์ที่เล่าลือกันว่า มีฝึกสอนกันในวงการเมืองชั้นสูง สามารถแปรเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงอย่างว่องไว เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์แท้จริงของตัวตน

ใต้เท้าเหลิงเดินนำหน้าเด็กรับใช้ ก่อนถึงประตูทางออกเหลียวกลับมามองสภาพผู้คนในโรงเตี๊ยม  มีผู้คนมากมายหลายระดับชั้นนั่งทานอาหารรับน้ำชา  ใต้เท้าเหลิงกวาดตามองเนิ่นนาน ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับตลอดเวลา  จากนั้นก้มคารวะผู้คนในร้านอย่างไม่มีเหตุผลก่อนตบเท้าเดินจากไป

เสียงกระซิบระหว่างโต๊ะ

ผู้ใดกัน

ใต้เท้าเหลิงไง ท่านเจ้าเมืองหลงเจี๊ย

ไฮ้!!..  ยิ่งใหญ่ปานนั้น?”

อันใดยิ่งใหญ่

ตำแหน่งของท่าน

แล้วตัวท่านเล่า

ก็งั้น ๆ คล้ายคนเสียสติ  อยู่ดี ๆ ก็ค้อมคารวะโต๊ะเก้าอี้  จากนั้นจึงมีเสียงหัวร่อโดยมิได้นัดหมาย

เถ้าแก่หลงเดินออกมาจากห้องครัว กวาดตามองรายรอบ ภายในนั้นไม่มีกระไร  เมื่อเดินออกมาตรงริมประตูจึงพบเห็นคนผู้หนึ่ง แววตาหม่นหมองคล้ายมีเรื่องราวร้อนใจ

มันไปไหนแล้ว  ผู้มาถึงไต่ถาม

มันไปแล้ว  เถ้าแก่หลงเพียงบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ไปยังแห่งหนใด?”

ข้าพเจ้าไม่ทราบ

จากนั้นความเงียบงันล่องลอยผ่านห้วงเวลาขณะ เกี่ยวเก็บความเริงรื่นอันเคยมีไปเสียสิ้น

 

สี่วันหลังจากนั้นเลยกำหนดที่สหายใต้หล้าลั่นวาจาไว้

ยามเย็นดวงอาทิตย์แขวนลอยต่ำ นกกาโบยบินคืนรัง  หลังคาโรงเตี๊ยมวิญญูชนกลับปรากฏเงาร่างผู้คนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นคล้ายกำลังจ้องมองสิ่งต่าง ๆ เบื้องล่างอย่างพิจารณา เนิ่นนานเสียจนปรากฏเงาร่างคนอีกผู้หนึ่ง  ผู้มาถึงใหม่นั้น กลับคือไหสุราหนึ่งไห ไร้จอกสุรา มันปีนป่ายขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

ท่านคิดถึงมัน  ผู้มาถึงกล่าวออก ขณะอีกมือหนึ่งยกไหสุราส่งให้

ผู้ใดว่าข้าพเจ้าคิดถึงมัน

ข้าพเจ้า

ไฉนข้าพเจ้าต้องคิดถึงมัน

เพราะท่านนั่งหันหน้าไปทางประตูเมือง

ประตูเมืองเกี่ยวข้องกันใดกับมัน

หากมันเดินทางกลับ ท่านย่อมสามารถพบเห็นมันได้จากทิศทางนั้น  คล้ายพระอาทิตย์ที่ยามเมื่ออรุณ ย่อมต้องขึ้นทางทิศตะวันออก  ผู้คนเดินทางกลับบ้านย่อมต้องเข้าทางประตูหน้าบ้าน

ชายผู้นั่งอยู่ก่อนนั้นไม่กล่าวอันใดต่อ แววตาของมันคล้ายเศร้าสร้อยขึ้นมาทันที  มันผู้นี้เรียกว่า ซินแสเกาหัตถ์เทพยาดา ผู้ที่นั่งเรียงเคียงกันย่อมมิใช่ผู้ใดอื่น ย่อมเป็นเถ้าแก่หลง สหายแห่งโรงเตี๊ยมวิญญูชน

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ?”  เถ้าแก่หลงเอ่ยถาม

เรื่องราวอันใดที่ท่านไม่เข้าใจ

ไฉนมันจึงได้ยินยอมรับใช้ขุนนางเช่นใต้เท้าเหลิง?”

ใต้เท้าเหลิงเป็นเช่นไร?”  ซินแสเกาถามกลับแทนคำตอบ

ท่านย่อมทราบดีกว่าผู้อื่น

ใช่ ข้าพเจ้าทราบ แต่มันกลับไม่ทราบ

ท่านมิได้บอกกล่าวมัน?”

ท่านก็มิได้บอกกล่าวมันเช่นกัน  ซินแสเกาตอบกลับ  เถ้าแก่หลงเงียบงันเนิ่นนานสีหน้าเคร่งเครียด ยกไหสุรากรอกดื่ม  ความเร่าร้อนและรื่นเย็นของสุราคล้ายเป็นสิ่งขัดแย้งกันภายใน

ข้าพเจ้าไม่คาดคิดว่ามันจะถูกช่วงใช้ให้กระทำการเช่นนี้

ปลาใหญ่ช่วงใช้ปลาเล็กหาอาหาร กฎธรรมชาติเช่นนี้ ท่านไฉนละเลย  ซินแสเกาเอ่ยความอย่างเหนื่อยหนาย  ท่านกับข้าพเจ้าเร้นกายอาศัยวิชาฝีมือหากินไปวัน ๆ เพียงต้องการความสงบ ไฉนเรื่องราววุ่นวายกลับเดินทางมาหาอยู่ร่ำไป

เรื่องราวเป็นของมัน ไฉนท่านกลับเดือดร้อน  น้ำเสียงเถ้าแก่หลงคล้ายเสียดเย้ย

หรือว่ามันมิใช่สหายของท่านด้วย  ซินแสเกากล่าวราบเรียบ เหม่อมองเบื้องหน้าไร้ตำแหน่งอ้างอิง

ผู้ใดเลี้ยงสุราข้าพเจ้า ผู้นั้นล้วนเป็นสหายในใต้หล้า

เสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ขณะนั้นมีเงาร่างคนผู้หนึ่ง กระโดดลอยขึ้นบนหลังคาโรงเตี๊ยมวิญญูชน  ความสูงปานนี้ คนผู้นี้สามารถกระโดดท่องไปบนขอบผนังด้วยวิชาตัวเบาอันลี้ลับ  คนผู้นี้ย่อมมิใช่ใครอื่น

สหายใต้หล้า  เถ้าแก่หลงอุทาน ซินแสเกายกไหสุรากรอกดื่มเงียบงัน

 

 

ผู้มาถึงใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

ฮ่า ๆ ตาเฒ่าทั้งสองคิดเมามายบนหลังคาโดยมิชักชวนข้าพเจ้า นี้กลับกล้าหาญเกินไปแล้ว

กล่าวจบมันคว้าสุราในมือเถ้าแก่หลงยกดื่มด้วยความกระหาย

ซินแสเกามองดูสหายใต้หล้าเนิ่นนาน หากแต่ซุกซ้อนอารมณ์ความรู้สึกไว้มิดชิด  ใครเล่าจึงทราบว่า มันเองนั้นก็มีวิชา แปรสีหน้าพันอารมณ์ที่เล่าลือในยุทธภพ

ด้วยความว่องไวของเจ้า ไฉนจึงต้องใช้เวลาเดินทางถึงสามวัน

สหายใต้หล้าขณะยกสุราขึ้นดื่ม เหลียวมามองซินแสเกา  มันใช้สายตาส่งยิ้ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออกจากไหสุรา จากนั้นค่อยเอ่ยความ

ข้าพเจ้าใช้เวลาเพียงชั่ววันจึงบรรลุถึงเมืองหลงอู้  ขณะนั้นข่าวการชุมนุมเจ้าเมืองแพร่สะพัดไปมาก  คนในเมืองนี้พูดจากันแต่เรื่องราวการเมือง แต่น้อยคนนักจะรู้เรื่องการเมืองที่แท้จริง  แม้แต่คนในจวนของใต้เท้าหม่าก็เถอะ  ข้าพเจ้าทำงานลำบากยากยิ่งกว่าจะได้ข้อมูลลับนั้นมา แต่นั้นก็ไม่เกินเลยเวลาในอีกหนึ่งวัน

ใต้เท้าหม่า นับเป็นคู่อริทางการเมืองของใต้เท้าเหลิง  เรื่องราวความลับที่สหายใต้หล้ารับไปกระทำนั้นย่อมไม่พ้นเรื่องการสืบหาข้อมูลลับเพื่อโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม  ซินแสเการะบายลมหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียด

แล้วอีกวันเล่า เจ้าไฉนไม่รีบเร่งกลับมา  เถ้าแก่หลงถามต่อ

ข้าพเจ้ารีบเร่งเดินทางไปยังเมืองหลงเจี๊ย ถามหาใต้เท้าเหลิงส่งมอบงานให้กับท่าน

มันกล่าวไปขณะที่มือหนึ่งสอดเข้าไปในเสื้อ  หยิบเอาห่อผ้าห่อหนึ่งออกมา ส่งต่อให้ซินแสเกา

นี่ของฝากท่านจากข้าพเจ้า

ซินแสเการับมาเปิดดูสิ่งของภายใน  นี่มัน.. หยิ่งเซียม

หยิ่งเซียม หรือโสมคนจากภูเขาเซียงแปะ เป็นโสมราคาแพงยิ่ง  บำรุงสมอง หัวใจ บำรุงตับไตม้าม ปอด ตาแจ่มใส สมองโปร่ง ถ้ากินนาน ๆ จะเป็นยาอายุวัฒนะ  ซินแสเกาเงยหน้ามองสหายใต้หล้า จากนั้นมีรอยยิ้มอันแปลกประหลาด

เจ้าได้มาอย่างไร ค่าจ้างเจ้าเพียงพอซื้อหาของชิ้นนี้งั้นหรือ มันกล่าวจบส่งห่อผ้านั้นคืนสู่สหายใต้หล้า

ท่านไม่ชมชอบหรอกหรือ  เห็นสีหน้าท่านไม่ดี ข้าพเจ้าเพียงคิดอยากให้ท่านบำรุงร่างกายเสียบ้าง

มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย  เถ้าแก่หลงมองอาการของผู้คนทั้งสองแล้วอึดอัดในที จึงได้แทรกคำขึ้นมาว่า  แล้วอีกสองวันเล่าเจ้าหายไปไหน ไฉนไม่รีบเร่งกลับมา  พวกข้าก็นึกว่าเจ้าเป็นอันใดไปเสียแล้ว

ฮ่า…”  สหายใต้หล้าหรี่ตาเล็กลง กระซิบข้างใบหูของผู้เฒ่าทั้งสอง  เงาร่างผู้คนสามคนสุมหัวท่างกลางแสงพระอาทิตย์อัสดง

ข้าพเจ้าเดินทางไปหาใต้เท้าเหลิง พบเจอเรื่องราวบางประการ เห็นว่าน่าจะสามารถช่วงชิงไปขายต่อได้ จึงหยิบติดมือเล็กน้อย  จากนั้นเดินทางเข้ามณฑลหลง นำของฝากเล็กน้อยส่งต่อให้กับคนผู้หนึ่ง

ผู้ใด?”  เฒ่าทั้งสองไต่ถามด้วยความอยากรู้

หลงชิน

ซินแสเกาและเถ้าแก่หลงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง หลงชินเจ้ามณฑลหลง สหายใต้หล้านับว่าไม่ธรรมดาแล้ว  เรื่องราวมันเป็นอย่างไร  เจ้าเอาสิ่งใดมอบให้ท่านเจ้ามณฑล ซินแสเกาถามอย่างร้อนรน

หยิ่งเซียม  สหายใต้หล้าตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ใช่ หยิ่งเซียม  หยิ่งเซียมมากมายในจวนของท่านใต้เท้าเหลิง  สหายใต้หล้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ  ดวงตาคล้ายมีประกายประหลาด  ซินแสเกาครางในลำคอ  อ่อ…”  คล้ายล่วงรู้เรื่องราวที่สหายใต้หล้าจะกล่าวนับต่อจากนี้

หยิ่งเซียมเป็นของหายากเป็นสิ่งของต้องนำเข้า และยังต้องเสียภาษีเก็บเข้ามณฑล  ผู้ใดมีไว้กักตุนย่อมมีความผิดใหญ่หลวง  เรื่องราวเช่นนี้นับเป็นเรื่องราวที่ขุนนางไม่ควรกระทำ  ใต้เท้าเหลิงมีของมีค่าเช่นนี้ไว้ครอบครองมากมาย ดูท่าว่าจะมีภัยมากกว่ามีผลดีต่อตัวเองเสียแล้ว

สหายใต้หล้าคล้ายนึกเรื่องราวบางประการออก มันสอดมือเข้าไปที่ย่ามผ้าด้ายดิบที่มันคล้องมาด้วย ที่หยิบออกมากลับเป็น

ฮื้อเผีย  เถ้าแก่หลงร้องเสียงหลง  ฮื้อเผียคือกระเพาะปลา เป็นยาโป๊วชั้นเลิศในแผ่นดินตะวันออก  ที่มันเห็นนั้นเรียกว่า กระเพาะปลากิมกี่เมี่ยงฮื้อ ซึ่งนับเป็นของหายากอีกชนิดหนึ่ง

เจ้าได้สิ่งนี้มาอย่างไร

ใต้เท้าหม่ามอบให้ข้าพเจ้าเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อยหลังจากส่งมอบงาน

ส่งมอบงาน… – ใต้เท้าหม่าฮง  ซินแสเกาและเถ้าแก่หลงอุทานด้วยความตกใจ

ฮ่าใต้เท้าหม่าความจริงเดินทางมาไหว้วานข้าพเจ้าให้สืบเรื่องราวความเป็นไปของใต้เท้าหวังเซี๊ย แห่งเมืองหลงหูเมื่อหลายวันก่อนตรงหน้ากำแพงเมือง พวกท่านอาจไม่ทราบ

ซินแสเกาพร้อมเถ้าแก่หลงส่ายหน้าพร้อมกัน  มีเรื่องราวมากมายที่พวกมันทั้งสองยังไม่ทราบเกี่ยวกับสหายใต้หล้า  คนผู้นี้เป็นเช่นไรกันแน่  บางคราวคล้ายคนโง่งม เดียงสาน่ารัก  แต่บางคราวคล้ายกลอกกลิ้งสิ้นดี

ซินแสเกาไม่อาจคาดคิดต่อไปว่า ในวันชุมนุมเจ้าเมืองทั้งห้า ยังมีเรื่องราวอันใดเกิดขึ้นอีก

สุรา ๆ  สุราหมดแล้วเถ้าแก่หลง  ข้าพเจ้าสั่งสุราอีกหลายไห  วันนี้ข้าพเจ้าเลี้ยงดูท่านทั้งสองเอง

สหายใต้หล้ากล่าวออกด้วยน้ำเสียงแจ่มใจ  มองไปยามนี้ ใบหน้ามันคล้ายเด็กหนุ่มขี้เมาโง่งมเพียงหนึ่งคนเท่านั้น

ผู้ใดล่วงรู้ว่าภายในนั้นมีสิ่งอื่นซุกซ่อนอีกมากมาย

ไม่มี

 

 

จวนของใต้เท้าเหลิงเงียบงัน ชายหลังคานิ่งสงบคล้ายราชสิงห์ผ่อนคลายหลังเสพรับเอาอาหารมื้อใหญ่ลงท้อง เสียงคำรามเมื่อเนื้อไม้ลั่นเหมือนเสียเรอ.. ในช่องหน้าต่างห้องรับรองปรากฏเงาร่างผู้คนสองคนนั่งสนทนาต่อกันท่ามกลางเสียงเทียน

ท่านสามารถช่วงใช้มันกระทำการให้ได้  เสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยถาม

ผู้คนล้วนแล้วแต่กระทำเพื่อตนเอง

หากคิดช่วงใช้ความรู้ของมัน อย่าได้คิดไหว้วานความรู้ของมัน  จงไหว้วานอัตตาของมัน เพราะจึงมีเพียงอัตตาของมันที่สามารถช่วงใช้ความรู้เหล่านั้นได้

และหากว่ามันเป็นผู้คนที่ไร้อัตตาเล่า?”

หากมันไม่มี ข้าพเจ้าก็จักสร้างมันขึ้นมา

สร้างอย่างไร? คนยากไร้อย่างเราไฉนยังมีอัตตาได้

ผู้กล่าวออกมาเรียกว่า ยาจกเจียม คนผู้เป็นผู้กว้างขวางในสังคมวนิพก  มันไม่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคยาจก  หากแต่มันสามารถควบคุมคนในพรรคได้อย่างที่ว่า แม้แต่หัวหน้าพรรคยังต้องยอมอ่อนข้อ  อำนาจในความหมายของมันนั้นอยู่เหนือจากตำแหน่งที่ผู้คนจัดตั้งมากมายนัก

กิเลสผู้คนคล้ายบาดแผลชนิดหนึ่ง เป็นบาดแผลที่ตัวเราเป็นผู้กระทำให้เกิดเอง  รสชาติบาดแผลนั้นใหรู้สึกแสบสยิววูบวาบ โลหิตไหลนองทาทั่วพื้นพสุธา  ผู้คนล้วนทุรนทุรายในพิษบาดแผลนั้น จึงพยายามขวนขวายอัตตา แลอัตตาริยา มาปะชุน นั่นคือ ในห้วงความคิดของยาจกเจียม

ยกยอมัน ส่งเสริมมัน ทำให้เราดูด้อยกว่ามัน  ยอมต้อยต่ำเพื่อช่วงใช้อัตตา  ใต้เท้าเหลิงกล่าวต่อ

พ่ายแพ้ในสนามรบ หากแต่คว้าชัยในสงคราม  ประเสริฐ ประเสริฐ สมแล้วที่เป็นท่าน  ฮิฮิฮิ

ยาจกเจียมหัวร่อส่งเสริม

เมื่อถึงคราวประชุมเจ้าเมืองทั้งห้าแห่งมณฑลหลงเมื่อใด ( มณฑลหลง ประกอบไปด้วย เมืองทั้งหมดห้าเมือง  มี  หลงเจี๊ย  หลงหู  หลงจู๋  หลงอู้  หลงชิงเสียงกล่าววาจาของใต้เท้าเหลิงเยียบเย็น  ข้าจะใช้หลักฐานนั้น ตอกหน้าเจ้าหม่าฮงให้สาแกใจ

ฮิฮิฮิ.. สมควรแล้วนายท่าน  สมควรแล้ว  ยาจกเจียม แววตามีประกายส่อเห็นความกรอกกลิ้ง

เสียงหัวร่อของคนทั้งสอง หากสามารถเดินทางล่องลอยไปถึงห้องพักของท่านเจ้ามณฑลหลงชิง ไม่ทราบว่า เสียงหัวร่อของผู้ใดจึงแว่วหวานไพเราะเสนาะกว่ากัน

 

ดวงจันทร์ลอยคว้างกลางนภาฟ้า

สหายใต้หล้าและมิตรแห่งโรงเตี๊ยมวิญญูชน รื่นเริงในสุรา

ผู้ใดทราบว่าเรื่องราวต่อไปเป็นเช่นไร

ไม่มี..

 

 

จบตอน

 

 

Advertisements

คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: