คารวะและอาลัย ’รงค์ วงษ์สวรรค์

1 04 2009

.

คอลัมน์พิเศษ : คารวะและอาลัย ’รงค์ วงษ์สวรรค์

.

.

รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม ๒๘)

โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

 

นามนี้เดินเข้ามาในความคิดของข้าพเจ้าเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ และไม่ควรทราบ  เรื่องบางเรื่องควรละไว้เป็นความลับส่วนบุคคล แม้การสู่รู้เรื่องของคนอื่นเป็นความสุขชนิดหนึ่งในโลก แต่สำหรับโลกส่วนตัวเล็ก ๆ ใบนี้ของข้าพเจ้าแล้ว โปรดให้ข้าพเจ้ารู้เพียงคนเดียวจะได้ไหม? – ได้ไหม?

หากจะคาดคั้นให้ข้าพเจ้าบอกว่ารู้จัก รงค์ วงษ์สวรรค์ ตั้งแต่เมื่อไหร่จริง ๆ นั้น มโนธรรมที่ยังรู้ละอายบาป ไม่อยากมุสาวาท คงบังคับให้ข้าพเจ้าตอบว่า  ไม่รู้สิ

ใช่ ไม่รู้

เจ้าของนามนี้เดินเข้ามาในความคิดของข้าพเจ้าราวกับภูตผี คือไม่มีตัวตน  ไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่  รู้ตัวอีกครั้ง นามนี้ก็นั่งอยู่ในใจของข้าพเจ้าแล้ว  และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเรื่องบางเรื่องควรให้ข้าพเจ้ารู้เพียงคนเดียว เพราะแม้แต่ข้าพเจ้าเองก็ยังไม่รู้เลย

ที่จำได้คือ รงค์ วงษ์สวรรค์ เดินเข้ามาทักทายข้าพเจ้าผ่านคอลัมน์ 2 นาฑีทางมติชนสุดสัปดาห์  ด้วยสำนวนภาษาสวิงสวายหมิ่นเหม่ชวนหวาดเสียวนั้น แทบทุกครั้งที่อ่านคอลัมน์นี้ ข้าพเจ้าจะหล่นตามองนามของผู้เขียนอยู่หลายหนกว่าจะอ่านจบ จนข้าพเจ้าจำนามนี้ได้ขึ้นใจ แล้วเริ่มติดตามอ่าน 2 นาฑี เรื่อยมาด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน

มันไม่ยากเท่าการงมเข็มแห่งความสุขที่ไม่เคยหล่นลงในมหาสมุทร และไม่ต้องใช้ความเพียรระดับเข็นภูเขาลงครกแต่อย่างใด ที่ในเวลาต่อมาข้าพเจ้าจะค้นพบว่า ได้เจอความสุขในระดับเดียวกันกับการบรรลุ ออกัสโมสุโขด้วยตนเอง ว่าเหตุใดเมื่อปะกับสำนวนการเขียนของ รงค์ วงษ์สวรรค์ แล้ว ข้าพเจ้าจึงรู้สึกราวกับเจอเพื่อนเก่า  คงเพราะตัวหนังสือเหล่านั้นมีความสัปดน ปนทะลึ่ง แต่น่ารัก ซึ่งโทษสมบัติเหล่านี้คือคุณสมบัติที่ชายหนุ่มที่ดี ผู้ชอบกระสันเสียวอย่างข้าพเจ้าพึงจะมี ควรจะมี และจักต้องมี ว่าไหม?

ข้าพเจ้าไม่แปลกใจและยินดีให้อภัยผู้อ่านบางท่านเสมอ (ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของข้าพเจ้าเลย) ถ้าหากใครจะพูดว่าไม่ชอบตัวหนังสือของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เลย เพราะเขียนสัปดนและอ่านไม่รู้เรื่อง…  เย่ห์ นั่นเป็นมรรควิถีเฉพาะตนของท่านผู้นี้ ที่เชี่ยวชาญเรื่องการปั้นสำนวนแผกขนบของ ปราชญ์สวมชฎา (ราชบัณฑิต) ก็ในเมื่อความคิดของผู้อ่านบางท่านเป็นความจริง จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะให้อภัยต่อกัน ใช่ไหม?

ข้าพเจ้าพูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เพราะเท่าที่ได้อ่านงานเขียนของท่านผู้นี้ก็เพียงแค่สามเรื่องเท่านั้น คือ จากโคนต้นไม้ริมคลองถึงป่าคอนกรีท, นักเลงโกเมน และ เสเพลบอยชาวไร่

แค่นี้ แค่นั้น

ความสนิทสนมที่เหลือนั้นได้มาจากคอลัมน์ 2 นาฑี และ เว็บไซต์สวนทูนอิน ที่ข้าพเจ้าเคยปลอมตัวเป็นหนอนเปลี่ยวเข้าไปชอนไชรูเรี้ยวความคิดของ รงค์ วงษ์สวรรค์ อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง

ข้าพเจ้าไม่ชอบการสาบาน

ให้ตายเถอะ! กลัวฟ้าผ่า!

แต่เคยบอกกับตัวเองเอาไว้ว่า หากเจอหนังสือของท่านผู้นี้อีก ไม่ว่าจะเป็นเล่มไหน ประเภทใดก็ตาม ข้าพเจ้าจะละลายเวลาส่วนหนึ่งของชีวิตให้กับมันอย่างแน่นอน

การได้เข้าไปอ่านบทสัมภาษณ์และประวัติของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ในสวนทูนอิน ทำให้ข้าพเจ้าอาจหาญเผยอตัวขึ้นไปเป็น หลานชายของท่าน (ทั้งที่ลึก ๆ ในใจแล้วอยากจะเป็นหลานเขยของตระกูล วงษ์สวรรค์มากกว่าก็ตามที  แต่อย่าเอ็ดไปล่ะ เดี๋ยวคนอื่นรู้ประสงค์เร้นของข้าพเจ้าหมด) ทำให้ในลำดับต่อมา เมื่อรู้จักนักเขียนนามอุโฆษผู้นี้มากขึ้น สรรพนามที่ข้าพเจ้าสะดวกปากอยากจะเรียกท่านจึงกลายเป็น พ่ออาว์รงค์

นามนำหน้าว่า พ่ออาว์นี้ ย่อมมีที่มาที่ไปอย่างแน่นอน  ข้าพเจ้ายินดีอธิบายเพื่อบำเรอผู้อ่านด้วยความเต็มใจ

สิทธิการิยะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…  อย่าเลย อย่าได้ย้อนไปไกลถึงอสงไขยกัป ว่ากันเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้แหละ ก็แลผู้คนในชนบทภาคอีสานนั้น จะมีความเป็นมิตรต่อกันสูง และนับถือกันเป็นพี่ป้าน้าอาด้วยบริสุทธิ์ใจ หากผู้เยาว์จรไปรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ต่างถิ่น ถ้าท่านเป็นผู้ชาย ควรแล้วที่เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานจะเรียกท่านว่า พ่อลุง, พ่ออาว์แต่หากท่านเป็นผู้หญิง การจะเรียกท่านเหล่านั้นว่า แม่ป้า, แม่อา, แม่น้าดังนี้แล้ว ล้วนไม่เป็นการผิดบาปใด ๆ ทั้งสิ้น

มีปัญหาหนึ่งที่อาจจะผุดขึ้นมาท่ามกลางประชุมชนแห่งนี้คือ ก็ในเมื่อ รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นคนภาคกลางแต่กำเนิด แล้วจะไปเกี่ยวอันใดกับคนอีสาน?

ไหมล่ะ! รู้ไม่จริงกันอีกแล้ว  เรื่องของเรื่องมันเป็นยังงี้

ก็แลในครั้งกระโน้น เสือผู้หญิงนาม รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้ข้ามห้วยทอดลายไปถึงถิ่นอีสาน แล้วประกาศความต้องการของตนเปรี้ยงขึ้นว่า  ผมต้องการอั๊ปคันทรี่โซล

หากจะพูดตรง ๆ ด้วยลิ้นเปื้อนปลาร้าคือ เขาอยากจะได้ผู้หญิงที่มีจิตวิญญาณบริสุทธิ์แบบบ้านนอกมาเป็นเมีย

เป็นคนที่สะอาด สงบ ไม่มีไวรัสของคนเมือง เขาขยายอ๊อปชั่นออกอีกโข

และแล้ว รงค์ วงษ์สวรรค์ ในพ.ศ.นั้นก็เจอคำตอบ…

แม่อา สุมาลี วงษ์สวรรค์ (ตระการไทย) คือสาวสวยคนนั้น – คนที่จับปีกพญาอินทรีตัวนี้ไขว้เอาไว้จนอยู่มือ ติดหมัด

พ่ออาว์รงค์พูดถึงรักแรกพบต่อไปอีกว่า

เขานั่งอยู่ในหมู่เพื่อนเค้าเนี่ยะ ผมมองไปแล้ว เอ๊ะ ผมอยากได้คนแบบนี้แหละมาเป็นเมีย  ถ้าจะแต่งงานอีกสักครั้งนะ ตอนนั้นอายุเท่าไหร่ไม่รู้?”  พญาอินทรีผู้ยิ่งยงแห่งฟ้าอักษรหันไปถามสาวสุมาลี

ใคร?”  ถ้อยคำรวบรัดแฝงน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลของ มาดามวารินชำราบ ถามกลับ

ผม… ฮิปปี้เก๋าตอบเสียงแผ่ว  ด้วยรู้ตัวว่าไม่ควรถามอายุของมาดามฯต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ ใช่ ไม่สุภาพอย่างยิ่ง

ผู้ฟังฮาตึง (เข้าไปชมและฟังบทสัมภาษณ์นี้ได้ในสวนทูนอิน  หรือจะดูบทสนทนานี้ทาง YouTube โดยตรงก็ได้นะครับ เป็นสกู๊ปพิเศษของรายการ จุดชนวนความคิด)

เหล่านี้คือแง่ละเอียดอ่อนของเขยอีสานผู้นี้ ซึ่งต้องถือว่าเป็น ดอง (ร่วมโถ)" ของคนภาคนั้นไปโดยปริยาย

เหตุนั้น ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งของคนผู้มีรากแยงมาจากที่ราบสูง จึงขอเรียกพญาอินทรีผู้นี้ด้วยความเคารพว่า พ่ออาว์รงค์ด้วยเหมือนกัน ได้ไหมๆ ??

ถ้อยคำเหล่านี้ ข้าพเจ้าเรียบเรียงขึ้นมาเพื่อไว้อาลัยต่อการทะยานเหินลงแล้วจากคอนบนดอยโป่งแยง เหนือห้วยบวกเขียดของพญาอินทรีผู้ยิ่งยงนี้  ซึ่งตลอดเวลาที่ได้เกาะรังกกไข่อยู่ในสวนทูนอินนั้น ท่านผู้วางตัวเองเอาไว้ในมุมของ อาร์ตเลเบ้อ (Art labour) ได้ให้กำเนิด ลูกน้อยตัวแล้วตัวเล่า ประโยคแล้วประโยคเล่า บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า กระทั่งเป็นหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า บำเรอผู้อ่านอย่างซื่อสัตย์ต่อสายตาที่เฉียบคม ซึ่งทอดมองดูสังคมโลกอยู่มิเว้นวาง

หากเด็ดดอกไม้ยังสะเทือนถึงดวงดาว…

จะกล่าวไปไยถึงลมใต้ปีกที่พญาอินทรีตีอากาศแหวกนำทางไปแล้ว

กระจิบกระจอกน้อยทั้งหลายคงได้เห็นลู่ลมที่ทอดริ้วเป็นทางพอให้ดำเนินตามบ้างอย่างแน่นอน

ขอคารวะแด่จิตวิญญาณเสรีของพญาอินทรี – รงค์ วงษ์สวรรค์

 

ผู้หลาน

สิญจน์ สวรรค์เสก

 

eagle

 

ความรู้สึกต่อลุง รงค์  วงษ์สวรรค์

โดย saranya_nok.worm

 

ในการเขียนหนังสือนั้น  ฉันคิดว่าควรจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง  พยายามค้นหาว่าเอกลักษณ์ของตัวเองนั้นเป็นอย่างไร  บางครั้งรู้สึกว่า  ไม่อยากอ่านหนังสือเลย  เพราะเมื่อเขียนหนังสือครั้งใด  ก็จะติดสำนวนภาษาตามที่เราอ่านมาด้วยทุกครั้ง  แต่สำนวนภาษาหรือความคิดของใครคนหนึ่งซึ่งไม่เคยติดมาเลย  คือลุงรงค์  วงษ์สวรรค์  ที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เพราะว่าไม่เคยอ่านงานของท่าน  เคยอ่านงานของท่านมาบ้างและจับแนวของท่านได้  แต่ที่ไม่ติดมาก็เป็นเพราะว่า  ภาษาและความคิดของท่านนั้นอยู่ในขั้นยาก  ไม่ใช่การคิดออกมาได้ง่าย ๆ เลย  มันสวยงามในแบบของท่าน  และอ่านแล้วให้ความรู้สึกว่า  การคิดคำเหล่านี้ได้นั้นช่างน่าอัศจรรย์ใจ  ลุงรงค์  เป็นคนที่ใช้ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน

ฉันประทับใจอีกอย่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของท่าน  ลุง รงค์ ต้องเขียนหนังสือ  ดูแลครอบครัว  คนรอบข้างอันเป็นที่รักและคนที่รู้จักอีกมากมาย  ในขณะที่ตัวลุงเองนั้นป่วย  ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยที่จะดำรงชีวิตแบบนั้นได้  แต่ฉันเห็นความพยายามในการใช้ชีวิตของลุง  และผลลัพธ์นั้นก็แสดงออกมาเป็นความสำเร็จในทุก ๆ ลมหายใจของรงค์  วงษ์สวรรค์…

ขอให้ลุงได้พักผ่อนและมีความสุขในภพที่สวยงามค่ะ

 

 

ด้วยอาลัยและระลึกถึง

saranya_nok.worm

 

Advertisements

คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: