ศิลปะ – อนาจาร

1 04 2009

เก็บดีไซน์ใส่ชีวิต โดย ยางมะตอยสีชมพู

ศิลปะ – อนาจาร

.

เป็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนาน ว่าเราจะแบ่งเส้นกั้นกลางระหว่าง ศิลปะ กับ อนาจาร ออกมาได้อย่างไร มันจะมีขอบเขตหรือไม่ว่า ภาพนี้เป็นศิลปะ หรือภาพนี้อนาจารตั้งใจขายเซ็กส์กันแต่เพียงอย่างเดียว หากถามความเห็นส่วนตัว หากไม่ใช่ภาพการร่วมเพศ หรือแหกขาอาซ่าอล่างฉ่างผมว่ามันก็เป็นศิลปะได้เหมือนกันนะตัวอย่างเช่นภาพปฏิทินที่เป็นที่ฮือฮากันทุกปีของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง ที่นำเหล่านางแบบชื่อดังมาเปลื้องผ้าโชว์ส่วนสัดอะร้าอร่ามของพวกเธอกัน ถามว่าเป็นภาพนู้ดหรือไม่…แล้วนู้ดคืออะไร…ต้องโชว์แค่ไหนถึงจะเรียกว่านู้ด มันก็แล้วแต่บรรทัดฐานของแต่ละคนอีกนั่นแหล่ะครับ เอาเป็นว่าเรามาลองดูคำจำกัดความของทั้งสองคำกันก่อนก็แล้วกัน

อนาจาร หมายถึง ความประพฤติชั่ว น่าอาย ลามก น่าบัดสี เสื่อมศีลธรรม ส่วน ศิลปะ นั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความคิด ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์อื่นๆ เนื่องจากศิลปะนั้นเป็นเรื่องของอารมณ์ รสนิยม จึงทำให้การกำหนดคุณค่าว่าสิ่งใดคือศิลปะหรือไม่ใช่นั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว

 

กลับเข้ามาในเรื่องของสาวเครื่องดื่มค่ายสิงโตทอง เอ๊ยย! การให้ความหมายของภาพนู้ดกันต่อดีกว่าครับ แหะๆ ซึ่งมีบุคคลบางกลุ่มให้ความหมายในเชิงศิลปะโดยกระกาศเจตนารมณ์ออกมาว่าเป็นการกระทำเพื่อศิลปะ ในขณะที่บางกลุ่มมองว่าเป็นสิ่งที่ยั่วยุกามารมณ์ ก็ได้มีการให้ความหมายต่อภาพนู้ดในสังคมไทยโดยผู้ที่ถือได้ว่ามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยใช้การสร้างสรรค์ทางศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งทางด้านองค์ประกอบและทฤษฎีทางศิลปะ รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้คนดูมองเห็นความงามของร่างกายมนุษย์มากกว่าที่จะมองในเชิงอนาจาร ส่วนทางด้านสตรีนิยมก็มองว่าภาพนู้ดเป็นการแสดงการกดขี่ผู้หญิงอีกทางหนึ่ง โดยเป็นการแสดงอำนาจของผู้ชายเป็นสำคัญซึ่งเป็นการลดคุณค่าของความเป็นผู้หญิงลงไป แต่ลืมไปหรือเปล่าครับว่า เมื่อมีทุนนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง บางสิ่งมองแล้วไม่ใช่ศิลป์…แต่ก็สามารถสร้างจินตนาการ..ให้เลิศเลอว่าเป็นศิลป์ ได้เช่นกัน

ผมได้ไปเจอหลักการพิจารณาศิลปะกับอนาจารของท่านอาจารย์อารี สุทธิพันธ์ ผู้บุกเบิกงานศิลปศึกษาในเมืองไทย ซึ่งท่านได้เสนอหลักพิจารณาความแตกต่างของศิลปะกับอนาจารดังนี้ครับ

1) ให้ดูที่เจตนาของผู้ทำงานนั้น ๆ ว่ามีเจตนาอะไรแฝงอยู่หรือไม่ เช่น การใช้กิเลสพื้นฐานของสัญชาตญาณเป็นสิ่งกระตุ้นความสนใจแล้วแอบอ้างว่าเป็น "ศิลปะ" เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจหรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของตนเอง
2)
ให้ดูปฏิกริยาของผู้ชม ถ้าเป็นงานศิลปะผู้ชมจะสามารถดูได้อย่างเปิดเผย แต่งานอนาจารจะดูอย่างลับ ๆ ศิลปะจะส่งเสริมให้มนุษยชาติมีความเจริญงอกงามด้านแนวคิดและสติปัญญามากกว่าการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ใฝ่ต่ำ
3)
งานศิลปะยิ่งนานไปยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่อนาจารยิ่งนานยิ่งเสื่อมค่าลง ศิลปะเป็นผลงานของมนุษย์ที่แสดงออกให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์อันแฝงด้วยจิตวิญญาณหรือความรู้สึกที่ต่างไปจากผลงานที่เป็นสัญชาตญาณของสัตว์เดรัจฉานทั่วไป
4)
ให้ดูที่ฝีมือ หรือ ความสามารถในการถ่ายทอดของศิลปิน ว่าถ่ายทอดได้อารมณ์มากน้อยเพียงใด ความละเอียดอ่อนที่ไวต่อการรับรู้ของศิลปินผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการระบายหรือถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้แตกต่างกัน ทำหใคณค่าของศิลปะแตกต่างกันด้วย

ภาพเปลือยหรือภาพนู้ดมันก็เป็นได้ทั้ง ศิลปะและอนาจารแล้วแต่ใครจะคิด ศิลปะ ก็ได้ อนาจาร ก็ได้ แล้วแต่มุมมองและประสบการณ์อันแตกต่างของท่านผู้ชม สรุปง่ายๆว่าเป็นมันได้ทั้ง 2 อย่างแต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยว่าส่อไปในทิศทางใด ซึ่งแน่นอนครับว่าสังคม ประเพณี วัฒนธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดด้วยเช่นกันว่า สิ่งนั้นเป็น ศิลปะ หรือ อนาจาร

          และจากความขัดแย้งในเรื่องนี้เอง ผมจึงได้สร้างงานนี้ขึ้นมาครับ

 art-02

 

 

 

 

 

 

art-01

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นครับ หากความงามของร่างกาย ทรวดทรงองค์เอว ส่วนโค้ง ส่วนเว้า นั้นเป็นศิลปะ แต่ส่วนที่สมควรจะสงวนไว้เป็นจุดซ่อนเร้นจะเรียกว่า อนาจาร ก็ได้นะครับ ตามความคิดของผม

Advertisements

คำสั่งกระทำ

Information

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




%d bloggers like this: