มูซาชิ : ฉบับท่าพระจันทร์

1 03 2009

Book Review โดย (…)

มูซาชิ : ฉบับท่าพระจันทร์

.
.

อากาศร้อนลอยตัวขึ้นบน มวลลมไหลเนืองเข้าแทนที่ความว่างเปล่า ทดแทนเติมเต็มมิให้อันตรธานหาย สรรพสิ่งล้วนจุนเจือซึ่งกันและกัน

เก่าไปใหม่มา ชีวิตหรือ ก็มีเท่านั้น

ข้าพเจ้าหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้น มาอ่านฆ่าเวลา (แม้การฆ่านั้นจะไม่มีศพก็ตามที) ในระหว่างที่อายุค่อย ๆ มากขึ้นในเชิงจำนวน ทว่าลดลงในเชิงสัจธรรม  มันเป็นหนังสือเล่มหนาพอดู  คะเนจากน้ำหนักน่าจะตกอยู่ที่ ๖๐๐ หน้า เนื้อหาภายในเกี่ยวกับซามูไรญี่ปุ่นคนหนึ่ง เรื่องเล่าว่าเขาผ่านการต่อสู้ทั้งหมด ๖๐ ครั้ง ไม่เคยแพ้แม้เพียงครั้งเดียว ทว่าสิ่งที่เขาใช้เวลาฝึกฝนขัดเกลาตัวตนอยู่ช้านานกลับเป็นตัวตนของเขาเอง

เรื่อง ราวนั้นบอกเล่าชีวิตของคนผู้หนึ่งนับตั้งแต่วัยหนุ่ม ที่เดินทางไปตามสัญชาตญาณของวัย จนพบกับจุดตกต่ำที่สุดของชีวิต จุดสูงสุดของชีวิต และจุดสุดท้ายคือปล่อยวางสู่ความว่างเปล่า (สุญญตา)


Read the rest of this entry »





รักษ์เพราะรักกับธิวลักษณ์ บุนนาค

1 03 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

รักษ์เพราะรักกับธิวลักษณ์ บุนนาค

  .

  .

มีคำถามอยู่มากกว่าเรารักกันเพราะอะไร ใครหลายคนอาจมีคำตอบของคำถามโลกแตกนี้ แต่สำหรับบางคนคำตอบอาจกำลังเกิดขึ้นในขณะรักก็ได้

ดิฉัน ได้มีโอกาสรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีมุมมองในเรื่องของความรักที่อาจเรียกได้ว่า มีความพอเหมาะ พอควร และเรียนรู้อย่างทำความเข้าใจในรัก เธอมีชื่อเล่นน่ารักๆว่าเจ๋ หรือ ธิวลักษณ์ บุนนาค พนักงานบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับปลาและพันธุ์ไม้น้ำสวยงาม เธอยังบอกกับดิฉันอีกนะว่า ปลาทองไม่ได้ความจำสั้นจนถึงขนาดจำอะไรแสนยาก ซึ่งแน่นอน กับความรักของคนที่ลืมง่ายก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว

ลองมาอ่านความคิดของเธอกันนะคะ บางที เราอาจต้องทบทวนความรักษ์เพราะรักได้เติบโตจากเธอเข้าก็ได้

Read the rest of this entry »





กล่องเครื่องมือนักหัดเขียน

1 03 2009

.
.

พ่อมีกล่องเหล็กใบใหญ่อย่างกับยักษ์วัดแจ้ง หนักขนาดใช้สองมือฉวยหูหิ้วออกแรงลากยังไม่ขยับ หากเปิดฝาแล้วผลักออก ข้างกล่องจะแยกห่างจากกันทีละชั้นเหมือนหุ่นยนต์กำลังแปลงร่างเผยความลับ ต่าง ๆ ที่เก็บซ่อนไว้

ภายในเป็นโลกสลับซับซ้อน มีอุปกรณ์หน้าตาประหลาดวางเรียงสลอน ชิ้นเล็ก ๆ อยู่ชั้นบนและชั้นกลาง ชั้นล่างที่เป็นเหมือนท้องของหุ่นเต็มด้วยเครื่องมือชิ้นใหญ่หลายขนาดหลาก รูปทรง ที่เหมือนกันทุกชิ้นของอุปกรณ์หน้าตาประหลาดทั้งห้าช่องก็คือวาวสีเงิน สะท้อนเงาเป็นมันน่าหยิบจับ

พ่อหิ้วกล่องเหล็กด้วยมือข้างเดียว เส้นเลือดท่อนแขนเขียวโปน ข้าพเจ้าตอนนั้นสูงยังไม่พ้นเอวพ่อเดินตามหลัง

พ่อก้าวลงไปในเรือ วางกล่องเครื่องมือไว้ใกล้ตัว นั่งลงข้างเครื่องยนต์ ลองสตาร์ท

ได้ยินแต่เสียงแก๊ก ๆ เครื่องยนต์นิ่งสนิทเหมือนคนขี้เซาต่อให้ปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น

พ่อเปิดกล่องหยิบเครื่องมือมาคลายน็อตถอดชิ้นส่วนเครื่องยนต์ออกทีละชิ้น เห็นพ่อสาระวนอยู่กับเครื่องยนต์ข้าพเจ้าขี้เกียจอยู่ดูหลบไปวิ่งเล่นเสีย ที่ส่วนอื่นของเรือลำใหญ่เท่าสนามบอล

Read the rest of this entry »





การหลอมรวมระหว่างเรา

1 03 2009

กวีก้าวฯ โดย กวิสรา

.

การหลอมรวมระหว่างเรา


.

.

จงผลิบานในดวงใจข้า มิปรารถนาการเป็นอื่น
แสนสั้นหรือยาวยืน เราจะหลอมกันและกัน


เพราะรักแดดเมษา รักฝนพฤษภาที่เมฆกลั่น
รักมิถุนาฟ้าฉายจันทร์ รักวันเดือนปีที่พบพาน


พำนักในดวงใจข้า หยาบมาขัดเกลาให้อ่อนหวาน
คงเสียงเยาว์วัยไว้เนิ่นนาน เบิกบานเหมือนนกรุ่งอรุณ


วันและคืนข้ากับเจ้า สนทนาเขลาเขลากับเถ้าฝุ่น
ดอกไม้ละไมละมุน อ่อนหวานนักอ่อนหวานนัก


เป็นช่วงลมวูบไหว ก่อนเลยไปเราได้สลัก
ร่องรอยของความรัก ริมหน้าต่างฤดูหนาว


เจ้าเป็นบทกวี จากดนตรีของหมู่ดาว
จากธารสายสีขาว ไหลรินสู่ห้วงดวงใจ


เนิ่นนานหรือแสนสั้น ข้าได้ฝันเจ้าได้ใฝ่
คืนจึงมีวอมไฟ จากหิ่งห้อยผู้มาเยือน


เราผ่านเราผ่านพ้น น้ำตาหล่นและหยาดเปื้อน
เราผ่านเราผ่านเรือน
พักแรมของนักเดินทาง


ครั้งหนึ่งเราได้อยู่ ดูสีทองของกองฟาง
แดดแรกเมื่อฟ้าสาง หอมเพียงนั้นอุ่นเพียงนี้


ข้าอยู่กับเจ้า หลอมเป็นเราทุกทุกที่
เจ้าคือบทกวี ถ่ายเทอยู่ในความเป็น

.


กวิสรา ชนะพูล

.

.




[สารบัญ – ก้าวฯที่ ๒๖]





ตอนที่ ๒ : ทางลัด

1 03 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…)

ตอนที่ ๒ : ทางลัด

.
.

แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง
ขนาดกลาง
ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป
ในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรง
ผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย


– ๑ –


ณ ยามสาย ลำแสงของเปลวแดดมักแผดกล้ากว่าห้วงอรุณแรก ทว่าเมื่อแสงนั้นต้องผิวลอนแห่งห้วงน้ำสือเจียนกลับระยับวับวาว น่าตื่นตา ความตื่นตามักสร้างความประทับใจ ความประทับใจมักดำรงอยู่ในวิสัยของความงาม ประกอบกับเสียงสายน้ำที่ตีเกลียวกระแทกกระทบสันโขดหิน ได้ยินโครมครืน กังวานนั้นสะท้านไปทั่วสองฟากฝั่ง ละอองจากการกระแทกซัดนั้นฟุ้งกระจาย อาบแสงสัญยามสายวูบวาว ความวูบวาวมักท้าทายหัวใจผู้คนให้ลิ้มลอง

คลื่น น้ำส่งเสียงคำรามก้อง สรรพสำเนียงนั้นสะท้านลงหุบห้วงหัวใจผู้คน ทว่าผู้คนย่อมเป็นผู้คน เมื่อคิดหวังท้าทายธรรมชาติ ไฉนรีรอครุ่นคิด ไฉนแสดงออกถึงอาการหวาดเกรงภายในจิตใจได้ ขณะนั้นเอง ไม่ทราบว่าร่างคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่งน้ำแต่เมื่อใด

Read the rest of this entry »





สายลม

1 03 2009

สวนอักษร โดย หนุงหนิง

 

สายลม

.

.

สายลม…
เปรียบดั่งนักเดินทาง
ท่องเที่ยวจากภูเขาสู่ทะเลกว้าง
ไม่หยุดพักริมทางเลยสักหน

สายลม…
เปรียบได้ดั่งคนเลี้ยงแพะแกะขนรนแรมไป
ฝูงสัตว์ของมันคือใบไม้แห้ง
ยามลมพัดแรง…
กวัดแกว่งปลิดปลิวไปไหนๆ

สายลม…
ดุจดั่งคีตกวีเห่กล่อมไพร
เปียโนของมันคือป่าใหญ่
มียอดสนต้นไม้เป็นแป้นคีย์

ดนตรีบรรเลง…บรรเลง…
ไร้ซึ่งเนื้อเพลง
แต่มีความหมายซ่อนอยู่ในนี้
“ก้อนเมฆ…ตะวัน…ออกมาซี
เพื่อโลกใบนี้จะได้งาม”

.


.
ผู้เขียน: Gianni Rodari
ชื่อเรื่อง: Il secondo libro delle filastrocche
ผู้ถอดความ: Nungning

 

 



[สารบัญ – ก้าวฯที่ ๒๖]





เราสวนทางกันในวินาทีที่เราสบตากัน

1 03 2009

ปลิวไปตามรมณ์ โดย ปรัชญา พงษ์พานิช

เราสวนทางกันในวินาทีที่เราสบตากัน

.


.

เรา กอดก่ายกันอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาวหม่นผืนบาง เธอสัมผัสฝ่ามืออุ่นบนแผงหน้าอกของผม ผมก้มลงจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมและส่งยิ้มละมุน

‘เหตุใด หญิงสาววัยสดใส น่ารัก จึงเลือกที่จะหันมาประกอบอาชีพนี้–หรือเธอไม่มีทางเลือก’ เป็นคำถามที่ผุดพรายขึ้นในใจเงียบ ๆ

เธอซุกหน้าและสัมผัสริมฝีปากที่ซอกคอของผมอย่างนุ่มนวล

ผมยิ้มและกุมมืออันอบอุ่นของเธอ

“ไปทำงานกับพี่ไหม”

ผมพยายามเสนอทางเลือกให้เธอ

Read the rest of this entry »