ตอนที่ ๒ : ทางลัด

1 03 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…)

ตอนที่ ๒ : ทางลัด

.
.

แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง
ขนาดกลาง
ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป
ในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรง
ผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย


- ๑ -


ณ ยามสาย ลำแสงของเปลวแดดมักแผดกล้ากว่าห้วงอรุณแรก ทว่าเมื่อแสงนั้นต้องผิวลอนแห่งห้วงน้ำสือเจียนกลับระยับวับวาว น่าตื่นตา ความตื่นตามักสร้างความประทับใจ ความประทับใจมักดำรงอยู่ในวิสัยของความงาม ประกอบกับเสียงสายน้ำที่ตีเกลียวกระแทกกระทบสันโขดหิน ได้ยินโครมครืน กังวานนั้นสะท้านไปทั่วสองฟากฝั่ง ละอองจากการกระแทกซัดนั้นฟุ้งกระจาย อาบแสงสัญยามสายวูบวาว ความวูบวาวมักท้าทายหัวใจผู้คนให้ลิ้มลอง

คลื่น น้ำส่งเสียงคำรามก้อง สรรพสำเนียงนั้นสะท้านลงหุบห้วงหัวใจผู้คน ทว่าผู้คนย่อมเป็นผู้คน เมื่อคิดหวังท้าทายธรรมชาติ ไฉนรีรอครุ่นคิด ไฉนแสดงออกถึงอาการหวาดเกรงภายในจิตใจได้ ขณะนั้นเอง ไม่ทราบว่าร่างคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่งน้ำแต่เมื่อใด

Read the rest of this entry »





แม่น้ำแห่งยุคสมัย

15 02 2009

กวีก้าวฯ โดย กวิสรา

แม่น้ำแห่งยุคสมัย

 

ไหลผ่านม่านเมืองมาเปลื้องปม
รับสิ่งโสมมจนเน่าเหม็น
จากแม่น้ำไหลอันใสเย็น
กลับเป็นน้ำคร่ำเหม็นขื่นคาว

เงาน้ำทอดสายผ่านเมืองหลวง
สะท้อนทั้งปวงสิ่งฉาบฉาว
ทรถนนนั่นช่างยาว
มนุษย์ต่างอบอ้าวในนาคร

ยามได้นึกภาพในอดีต
จารีตดีงามตามสั่งสอน
น้ำใจไหลรินทุกถิ่นดอน
ทุกบ้านอาทรเอื้ออารี

กระบวยกะลาและหม้อดิน
รอผู้ตักกินได้เต็มที่
เย็นล้ำงามลึกทุกไมตรี
ต่างชานเรือนมีไว้รับรอง

แม่น้ำทุกสายทอดเงาใส
สะท้อนดวงใจคนทั้งผอง
วันนี้หมดสิ้นความรังรอง
แม่น้ำสีทองจึงไม่มี

และนี่เงาน้ำที่ฉันเห็น
สะท้อนโลกเป็นสิ่งป่นปี้
กาลสมัยสิ้นความดี
น้ำเน่าสายน้ำช่างรุ่งเรือง!

 

กวิสรา

 

 

 

[สารบัญ - ก้าวฯ ที่๒๕]








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.