จากหยาดน้ำค้าง

1 11 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

"จากหยาดน้ำค้าง"

.

1.
โอ้หยาดน้ำค้างแห่งเช้า
สายลมหยอกเย้าเจ้าไหว
แดดฉายประกายเรืองไร
สะท้อนในวอมวาวเจ้านั้น

ยิ่งลมกระเซ้ากระซิก
ใบพฤกษ์พลันพลิกไหวสั่น
เจ้าหยาดเจ้าหยดลงพลัน
ลดหลั่นที่เกาะที่กุม

แตะแต้มตรงนั้นตรงนี้
จนพร่างประกายพกฤษ์พุ่ม
ชื่นหอมละอองคลี่คลุม
เจ้าทำข้าลุ่มหลง "เช้า"

.

2.
ไม่ว่าย่างไปทางไหน
งามจนสิ้นไร้ความเศร้า
นกน้อยซุกซ่อนในเงา
ขับเพลงบทเก่าให้ฟัง

ว่า.."มรสุมบนฟ้า
ถูกพาพัดไปอีกฝั่ง
โลกนี้น่ารักน่าชัง
เถิดนั่งฟังเราจำเรียง

ดูแดดพิรี้พิไร
ย้ายไปอาบตามเฉลียง
บางไม้ผลิยอด ริมระเบียง
บางดอกเลื้อยเคียง เรียงระบำ

ลานโน้น ผีเสือ – ดอกหญ้า
เชื้อเชิญให้ไปดื่มด่ำ
ขณะแดดสายทอดลำ
ฉ่ำชื้นอณูแห่งเช้า

มา….
คว้าปรารถนาของเจ้า
ชีวิตซึมซับรับเอา
ความบริสุทธิ์เพียงนี้

ดั่งหยาดน้ำค้างแห่งเช้า
พรมเพราไปเสียทุกที่
ดั่งหยาดน้ำคำกวี
คลี่เคลื่อนสู่ห้วงภายใน"

.

3.
บทเพลงจากนกกาลนาน
ขับขานมากจากพฤกษ์ไม้
ขณะตัวหนึ่งผละไป
เริ่มต้นตัวใหม่คีตการณ์

หยาดน้ำค้างอ่อนเยาว์
ย่างก้าวที่ข้าย่ำผ่าน
ข้ารับรู้ ความเบิกบาน
ผ่านจิตวิญญาณแห่งเช้า

"ข้ารับรู้ เบิกบาน  -  ผ่านหยาดน้ำค้างแห่งเช้า"

กวิสรา  23  ตุลาคม 2552  เกือบบ่ายสาม ฝนยังตก

issue-42-design-04





หากเธอไม่เคยรักบทกวี

1 10 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

.

หากเธอไม่เคยรักบทกวี

., 

หากเธอไม่เคยรักบทกวี
โปรดอย่าได้ย่ำยีเมล็ดฝัน
ดอกไม้หนึ่งซึ่งสองมองต่างกัน
สารพันหลากหลายความหมายใจ

แม้นหากเธอไม่เคยรักแสงเงาเช้า
ด้วยเร่งเร้ารีบรบกับวันใหม่
โปรดอย่าได้ประณามหยามเหยียดใคร
ที่หลงใหลแอบอิงประวิงเช้า

แม้นหากเธอไม่เคยรักในแดดสาย
เพราะวุ่นวายแข่งขันประชันเข้า
แล้วหากใครนิ่งแนบธุลีเนา
โปรดอย่าเย้ยหยันเขา..ไร้สาระ

แม้นหากเธอไม่เคยรักอาทิตย์ตก
ไม่เคยมองหมู่นกอิสระ
ค่าของเธอวัดกันชั้นฐานะ
ข้างถนน คน-ขยะ อย่าดูแคลน

เพราะโลกนี้เป็นดุจบทกวี
น้อยหนึ่งฝันเมล็ดนี้ฉันหวงแหน
ถ้าสาระของเราต่างแก่นแกน
เธอจะแค่นแคะกันไปทำไม

เคยไหมเธอเช้าดื่มตะวันจ้า
พอค่ำมาห่มจันทร์เคยบ้างไหม
วินาทีดอกไม้แย้มกลีบใบ
ชั่วโมงใจโบยบินถึงถิ่นฟ้า

เพราะว่าฉันนั้นรักบทกวี
แม้นใครไม่ไยดีไม่แลค่า
เธอบอกกินไม่ได้ไร้ราคา
แต่ฉันปรารถนาเขียนกวี

 

สารบัญ ก้าวฯที่๔๐





เงาร้าย

1 09 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

.

เงาร้าย

.

.

บางครั้งในสีขาวนั้น

เหมือนมวลเมฆอันหม่นเศร้า

เกาะกลุ่มจนกลายสีเทา

เงาฝนรอช่วงโปรยปราย

.

แม้นในแววตาพิสุทธิ์

บางห้วง – คว้าง คว้า เงาหาย

ที่เห็นที่งามก็กลาย

มุมร้าย จนใจคลางแคลง

.

เด็กเอ๋ยเด็กน้อย

ใครหนอมาคอยยื้อแย่ง

พรากห้วงวัยฝันมาแปลง

เป็นแหล่งซื้อขายได้เงิน

.

.

กวิสรา  -  สิงหาคม 2552

 

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๘





บางเช้าบนถนน

1 08 2009

ไป Blog ของ กวิสรา 

.

บางเช้าบนถนน

.

.

เหลืองร่วงหล่นรายเกลื่อนเงาต้น

พลิกคว่ำหงายปนห่มลานหอม

ที่ยังยอดไม้ผลิดอกดอม

ที่เหลืองมาย้อมลานให้นวล

 

เช้าแดดสีทองรังรองทาบ

ถนนอาบแสงเช้าไปทุกส่วน

เงาทอดขณะใบไหวลมกวน

งามมวลชีวิตในรูปเช้า

 

เราเดินไปตามทางสีฝุ่น

ฟุ้งมุ่นลออไอไหวลมเย้า

ปี่ซังยังแว่วในใจเรา

ลบรอยหม่นเศร้ายามเดินทาง

 

เริ่มต้นมาจากความเปี่ยมหวัง

พลาดพลั้งก็อาจร้องไห้บ้าง

เหนื่อยล้าก็พักมองลูกยาง

ว่ายคว้างคว้างไปในสายลม

 

กวิสรา

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๖





แม่น้ำแห่งยุคสมัย

15 02 2009

กวีก้าวฯ โดย กวิสรา

แม่น้ำแห่งยุคสมัย

 

ไหลผ่านม่านเมืองมาเปลื้องปม
รับสิ่งโสมมจนเน่าเหม็น
จากแม่น้ำไหลอันใสเย็น
กลับเป็นน้ำคร่ำเหม็นขื่นคาว

เงาน้ำทอดสายผ่านเมืองหลวง
สะท้อนทั้งปวงสิ่งฉาบฉาว
ทรถนนนั่นช่างยาว
มนุษย์ต่างอบอ้าวในนาคร

ยามได้นึกภาพในอดีต
จารีตดีงามตามสั่งสอน
น้ำใจไหลรินทุกถิ่นดอน
ทุกบ้านอาทรเอื้ออารี

กระบวยกะลาและหม้อดิน
รอผู้ตักกินได้เต็มที่
เย็นล้ำงามลึกทุกไมตรี
ต่างชานเรือนมีไว้รับรอง

แม่น้ำทุกสายทอดเงาใส
สะท้อนดวงใจคนทั้งผอง
วันนี้หมดสิ้นความรังรอง
แม่น้ำสีทองจึงไม่มี

และนี่เงาน้ำที่ฉันเห็น
สะท้อนโลกเป็นสิ่งป่นปี้
กาลสมัยสิ้นความดี
น้ำเน่าสายน้ำช่างรุ่งเรือง!

 

กวิสรา

 

 

 

[สารบัญ - ก้าวฯ ที่๒๕]








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.