ตอน ๔ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง

1 04 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…)

.

ตอน ๔ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง

.

.

อากาศร้อนระอุ ผู้คนเร่าร้อนตามอากาศ

สายลมคล้ายอ่อนล้าจากภารกิจยาวนาน มันไม่พัดพาอันใด

แล้วมีผู้ใดเล่า จักสามารถช่วงใช้มันให้กระทำการ

ไม่มี

 

 

- -

 ท่านสั่งให้ฟ้าดินคารวะท่านได้งั้นหรือ?”  เสียงคนผู้หนึ่งรำพึงรำพัน

เปล่าเลย  เสียงใครผู้หนึ่งขานรับ กิริยาท่าทางมองแล้วมีความหยิ่งถือยศอยู่ในที  ท่วงท่าการวางมือเท้านั้น ประหนึ่งผู้สูงศักดิ์อันจริตร้ายในสังคมชั้นสูง

เช่นนั้นแล้วเรายังมีเรื่องราวอันใดที่ต้องเจรจากัน

ข้าพเจ้าทราบว่างานนี้ยากต่อการตัดสินใจของท่าน  หากแต่ว่า…”  เสียงนั้นหรี่เบาจนคล้ายจางหาย คล้ายมีการต่อรองเจรจาความบางประการที่ไม่อาจให้ผู้คนรับรู้

เฮอะ!!  อีกสามวัน ท่านมารับสิ่งของได้

สมแล้ว สมแล้ว  ข้าพเจ้าคิดไม่ผิดที่ไว้วางใจท่าน

สิ้นเสียงผู้คน สิ้นเสียงจอกสุราตอกลงพื้นโต๊ะ บานประตูห้องเจรจาเปิดออก  ภายในห้องหลงเหลือผู้คนเพียงหนึ่ง อีกผู้หนึ่งจากไปแล้ว

เถ้าแก่หลงหันหน้ามาทางห้องรับรองนั้น  กวาดตามองทั่วบริเวณห้อง เดินค้อมศีรษะอย่างอ่อนน้อมเข้ามาใกล้ กระซิบถามคนผู้นั้นว่า  มันเล่า

มันไปแล้ว

ผู้คนที่หลงเหลืออยู่เพียงผู้เดียวบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกัน  ในมือข้างหนึ่งประคองถ้วยชาไว้ในมือ กลิ่นของมันโรยไปทั่วทั้งห้อง  เถ้าแก่หลงเมียงมอง ชาหอมเช่นนี้คงเป็น โชยลี้เฮี้ยง (กลิ่นหอมพันลี้) โรมเตี๊ยมอับจนเช่นมันไฉนเลยมีชาชั้นสูงแห่งเทือกเขาบู๊อี่ซัวรินรับแขก  เป็นเพราะแขกผู้นี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสังคม แม้เดินทางไปไหนมาไหนยังต้องพกชาชั้นดีติดกาย ให้บ่าวรับใช้คอยชงจัดหา

คนผู้นี้เรียกว่า ใต้เท้าเหลิง (เหลิงจากเมืองหลง) ขุนนางแห่งเมืองหลงเจี๊ย  คนผู้นี้เดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อช่วงใช้ให้สหายใต้หล้ากระทำเรื่องราวเรื่องหนึ่ง  เถ้าแก่หลงไหนเลยยอมเชื่อว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องดีงาม

ท่านใช้ให้มันไปกระทำเรื่องราวอันใด?”  เถ้าแก่หลงไต่ถาม สีหน้าเคร่งขรึม

ไม่อาจบอกกล่าวท่าน หากแต่นับเป็นเรื่องดีประการหนึ่ง

เรื่องดีของท่านแต่เป็นร้ายของผู้อื่นกระมัง  เถ้าแกหลงทิ้งท้าย ก่อนเดินลับหายไปในห้องครัว จากนั้นสั่งการให้เด็กรับใช้วิ่งออกมากล่าวกับใต้เท้าเหลิงว่า

เถ้าแก่บอกว่า หมดธุระของใต้เท้าแล้ว ให้ข้าพเจ้าส่งใต้เท้าที่ประตู

ใต้เท้าเหลิงกำลังอารมณ์ชื่นบานพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที แต่เพียงชั่วขณะเดียวกันก็พลันฉีกยิ้มขึ้นเหมือนเดิม  เป็นวิชา แปรสีหน้าพันอารมณ์ที่เล่าลือกันว่า มีฝึกสอนกันในวงการเมืองชั้นสูง สามารถแปรเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงอย่างว่องไว เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์แท้จริงของตัวตน

ใต้เท้าเหลิงเดินนำหน้าเด็กรับใช้ ก่อนถึงประตูทางออกเหลียวกลับมามองสภาพผู้คนในโรงเตี๊ยม  มีผู้คนมากมายหลายระดับชั้นนั่งทานอาหารรับน้ำชา  ใต้เท้าเหลิงกวาดตามองเนิ่นนาน ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับตลอดเวลา  จากนั้นก้มคารวะผู้คนในร้านอย่างไม่มีเหตุผลก่อนตบเท้าเดินจากไป

เสียงกระซิบระหว่างโต๊ะ

ผู้ใดกัน

ใต้เท้าเหลิงไง ท่านเจ้าเมืองหลงเจี๊ย

ไฮ้!!..  ยิ่งใหญ่ปานนั้น?”

อันใดยิ่งใหญ่

ตำแหน่งของท่าน

แล้วตัวท่านเล่า

ก็งั้น ๆ คล้ายคนเสียสติ  อยู่ดี ๆ ก็ค้อมคารวะโต๊ะเก้าอี้  จากนั้นจึงมีเสียงหัวร่อโดยมิได้นัดหมาย

เถ้าแก่หลงเดินออกมาจากห้องครัว กวาดตามองรายรอบ ภายในนั้นไม่มีกระไร  เมื่อเดินออกมาตรงริมประตูจึงพบเห็นคนผู้หนึ่ง แววตาหม่นหมองคล้ายมีเรื่องราวร้อนใจ

มันไปไหนแล้ว  ผู้มาถึงไต่ถาม

มันไปแล้ว  เถ้าแก่หลงเพียงบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ไปยังแห่งหนใด?”

ข้าพเจ้าไม่ทราบ

จากนั้นความเงียบงันล่องลอยผ่านห้วงเวลาขณะ เกี่ยวเก็บความเริงรื่นอันเคยมีไปเสียสิ้น

Read the rest of this entry »





ตอนที่ ๓ : โปรยบุปผาชมจันทร์

15 03 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…) 

ตอนที่ ๓ : โปรยบุปผาชมจันทร์

 

         

ค่ำคืนพระจันทร์เสี้ยว  

ภายใต้แสงเงาจันทรา ตำหนักบุปผาหยกงดงามเงียบขรึมเยือกเย็นสมดังชื่อ

กระดังงาอัคคีนั่งพิจารณารายชื่อศิษย์ใหม่ในสำนักกระบี่ชมบุปผา  มีมากมายที่เป็นปัญหาด้วยเพราะคราครั้งนี้ทางการให้บรรดาผู้คนสามารถลงทะเบียนผ่านนกพิราบสื่อสารได้  พิราบบางตัวโดนซัดอาวุธลับตกตายก่อนที่จะโผบินมายังสำนักนาง  เถ้าแก่เล็กใหญ่ต่างพากันฟ้องร้องกรมอาญา เป็นเรื่องให้แก้มิรู้จบ

มวลไอร้อนจากถ้วยชาข้างกายนางตีม้วนตลบเมื่อมีลมกระแสหนึ่งโชยผ่านช่องหน้าต่าง  นางละสายตาจากสมุดบัญชี สีหน้าผ่อนคลายยิ่งเมื่อมองผ่านออกไปเบื้องนอก

ดวงจันทร์ทอแสงเรืองรอง วิหคราตรี-ปักษีสกุณาร่อนร่างฉวัดเฉวียนไปมา หยอกล้อกันแลเล่นรักกัน  นางเห็นภาพนั้นพลันครุ่นคิดคำนึงถึงบัณฑิตธนูทอง ยอดชายในดวงใจ

ทอง-ป่านนี้ท่านเป็นอย่างไรแล้ว

เสียงพร่ำพรอดของนางมลายหายจางไปกับสายลม มีเพียงนางแลสิ่งต่าง ๆ รายรอบเท่านั้นที่รับฟังรู้เห็น  ราตรีจรดอรุณสาง เวลาแห่งความคิดคำนึงเชื่องช้ายาวนานเสมอสำหรับผู้คนที่มีความรัก

ย่ำรุ่งก่อนอรุณ นกพิราบตัวหนึ่งโบยบินออกจากตำหนักบุปผาหยก จากนั้นจึงมีอีกหลายตัวโผบินติดตามไป  ไปยังที่ใด?  นกพิราบสื่อสารเมื่อได้รับการปลดปล่อย สถานที่ที่มันจะไปย่อมมีเพียงแห่งหนเดียว

บ้าน..





ตอนที่ ๒ : ทางลัด

1 03 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…)

ตอนที่ ๒ : ทางลัด

.
.

แม่น้ำสือเจียนเป็นแม่น้ำสายกลาง
ขนาดกลาง
ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป
ในห้วงเวลาหน้าน้ำ มักหลากไหลรุนแรง
ผู้คนคิดข้ามผ่านย่อมไม่ง่ายดาย


- ๑ -


ณ ยามสาย ลำแสงของเปลวแดดมักแผดกล้ากว่าห้วงอรุณแรก ทว่าเมื่อแสงนั้นต้องผิวลอนแห่งห้วงน้ำสือเจียนกลับระยับวับวาว น่าตื่นตา ความตื่นตามักสร้างความประทับใจ ความประทับใจมักดำรงอยู่ในวิสัยของความงาม ประกอบกับเสียงสายน้ำที่ตีเกลียวกระแทกกระทบสันโขดหิน ได้ยินโครมครืน กังวานนั้นสะท้านไปทั่วสองฟากฝั่ง ละอองจากการกระแทกซัดนั้นฟุ้งกระจาย อาบแสงสัญยามสายวูบวาว ความวูบวาวมักท้าทายหัวใจผู้คนให้ลิ้มลอง

คลื่น น้ำส่งเสียงคำรามก้อง สรรพสำเนียงนั้นสะท้านลงหุบห้วงหัวใจผู้คน ทว่าผู้คนย่อมเป็นผู้คน เมื่อคิดหวังท้าทายธรรมชาติ ไฉนรีรอครุ่นคิด ไฉนแสดงออกถึงอาการหวาดเกรงภายในจิตใจได้ ขณะนั้นเอง ไม่ทราบว่าร่างคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ริมฝั่งน้ำแต่เมื่อใด

Read the rest of this entry »








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.