กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…)
.
ตอน ๔ : ยาโป๊วของใต้เท้าเหลิง
.
.
อากาศร้อนระอุ ผู้คนเร่าร้อนตามอากาศ
สายลมคล้ายอ่อนล้าจากภารกิจยาวนาน มันไม่พัดพาอันใด
แล้วมีผู้ใดเล่า จักสามารถช่วงใช้มันให้กระทำการ
ไม่มี…
- ๑ -
“ท่านสั่งให้ฟ้าดินคารวะท่านได้งั้นหรือ?” เสียงคนผู้หนึ่งรำพึงรำพัน
“เปล่าเลย” เสียงใครผู้หนึ่งขานรับ กิริยาท่าทางมองแล้วมีความหยิ่งถือยศอยู่ในที ท่วงท่าการวางมือเท้านั้น ประหนึ่งผู้สูงศักดิ์อันจริตร้ายในสังคมชั้นสูง
“เช่นนั้นแล้วเรายังมีเรื่องราวอันใดที่ต้องเจรจากัน”
“ข้าพเจ้าทราบว่างานนี้ยากต่อการตัดสินใจของท่าน หากแต่ว่า…” เสียงนั้นหรี่เบาจนคล้ายจางหาย คล้ายมีการต่อรองเจรจาความบางประการที่ไม่อาจให้ผู้คนรับรู้
“เฮอะ!! อีกสามวัน ท่านมารับสิ่งของได้”
“สมแล้ว สมแล้ว ข้าพเจ้าคิดไม่ผิดที่ไว้วางใจท่าน”
สิ้นเสียงผู้คน สิ้นเสียงจอกสุราตอกลงพื้นโต๊ะ บานประตูห้องเจรจาเปิดออก ภายในห้องหลงเหลือผู้คนเพียงหนึ่ง อีกผู้หนึ่งจากไปแล้ว
เถ้าแก่หลงหันหน้ามาทางห้องรับรองนั้น กวาดตามองทั่วบริเวณห้อง เดินค้อมศีรษะอย่างอ่อนน้อมเข้ามาใกล้ กระซิบถามคนผู้นั้นว่า “มันเล่า”
“มันไปแล้ว”
ผู้คนที่หลงเหลืออยู่เพียงผู้เดียวบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงระดับเดียวกัน ในมือข้างหนึ่งประคองถ้วยชาไว้ในมือ กลิ่นของมันโรยไปทั่วทั้งห้อง เถ้าแก่หลงเมียงมอง ชาหอมเช่นนี้คงเป็น โชยลี้เฮี้ยง (กลิ่นหอมพันลี้) โรมเตี๊ยมอับจนเช่นมันไฉนเลยมีชาชั้นสูงแห่งเทือกเขาบู๊อี่ซัวรินรับแขก เป็นเพราะแขกผู้นี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสังคม แม้เดินทางไปไหนมาไหนยังต้องพกชาชั้นดีติดกาย ให้บ่าวรับใช้คอยชงจัดหา
คนผู้นี้เรียกว่า ใต้เท้าเหลิง (เหลิงจากเมืองหลง) ขุนนางแห่งเมืองหลงเจี๊ย คนผู้นี้เดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อช่วงใช้ให้สหายใต้หล้ากระทำเรื่องราวเรื่องหนึ่ง เถ้าแก่หลงไหนเลยยอมเชื่อว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องดีงาม
“ท่านใช้ให้มันไปกระทำเรื่องราวอันใด?” เถ้าแก่หลงไต่ถาม สีหน้าเคร่งขรึม
“ไม่อาจบอกกล่าวท่าน หากแต่นับเป็นเรื่องดีประการหนึ่ง”
“เรื่องดีของท่านแต่เป็นร้ายของผู้อื่นกระมัง” เถ้าแกหลงทิ้งท้าย ก่อนเดินลับหายไปในห้องครัว จากนั้นสั่งการให้เด็กรับใช้วิ่งออกมากล่าวกับใต้เท้าเหลิงว่า
“เถ้าแก่บอกว่า หมดธุระของใต้เท้าแล้ว ให้ข้าพเจ้าส่งใต้เท้าที่ประตู”
ใต้เท้าเหลิงกำลังอารมณ์ชื่นบานพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที แต่เพียงชั่วขณะเดียวกันก็พลันฉีกยิ้มขึ้นเหมือนเดิม เป็นวิชา ‘แปรสีหน้าพันอารมณ์’ ที่เล่าลือกันว่า มีฝึกสอนกันในวงการเมืองชั้นสูง สามารถแปรเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงอย่างว่องไว เพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์แท้จริงของตัวตน
ใต้เท้าเหลิงเดินนำหน้าเด็กรับใช้ ก่อนถึงประตูทางออกเหลียวกลับมามองสภาพผู้คนในโรงเตี๊ยม มีผู้คนมากมายหลายระดับชั้นนั่งทานอาหารรับน้ำชา ใต้เท้าเหลิงกวาดตามองเนิ่นนาน ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับตลอดเวลา จากนั้นก้มคารวะผู้คนในร้านอย่างไม่มีเหตุผลก่อนตบเท้าเดินจากไป
เสียงกระซิบระหว่างโต๊ะ
“ผู้ใดกัน”
“ใต้เท้าเหลิงไง ท่านเจ้าเมืองหลงเจี๊ย”
“ไฮ้!!.. ยิ่งใหญ่ปานนั้น?”
“อันใดยิ่งใหญ่”
“ตำแหน่งของท่าน”
“แล้วตัวท่านเล่า”
“ก็งั้น ๆ คล้ายคนเสียสติ อยู่ดี ๆ ก็ค้อมคารวะโต๊ะเก้าอี้” จากนั้นจึงมีเสียงหัวร่อโดยมิได้นัดหมาย
เถ้าแก่หลงเดินออกมาจากห้องครัว กวาดตามองรายรอบ ภายในนั้นไม่มีกระไร เมื่อเดินออกมาตรงริมประตูจึงพบเห็นคนผู้หนึ่ง แววตาหม่นหมองคล้ายมีเรื่องราวร้อนใจ
“มันไปไหนแล้ว” ผู้มาถึงไต่ถาม
“มันไปแล้ว” เถ้าแก่หลงเพียงบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไปยังแห่งหนใด?”
“ข้าพเจ้าไม่ทราบ”
จากนั้นความเงียบงันล่องลอยผ่านห้วงเวลาขณะ เกี่ยวเก็บความเริงรื่นอันเคยมีไปเสียสิ้น
ความเห็นล่าสุด