โดย (…)
ตอน ๖ : คนพเนจร
.
.
ประตูเมืองทิศตะวันออก
ผู้คนสัญจรมีมาก
บ้างค้าขาย-บ้างติดต่อแจ้งข่าว
บ้างยืนเฝ้าคอยผู้คนคืนเรือน
คนเฝ้าประตูได้แต่ยืนมอง
…
ประตูเมืองใช่มีเพียงคนเฝ้าประตู : บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิด
ใบหน้ากร้านเกรียมจมูกคมรับเข้ากับคิ้วหนาเชิดขึ้น ขมวดตรงหว่างคิ้วเล็กน้อย ขอบตาลึกดวงตาเป็นประกาย บริเวณหางตาพบเจอริ้วรอยย่นตามสมควร ใบหน้ามันมีรอยแผลเป็นสามสี่แห่ง คล้ายถูกของมีคมเชือดเฉือนด้วยความเร็ว ด้วยเพราะแผลเหล่านั้นเล็กยิ่งแต่ลึกยิ่ง ทว่าถูกกลบหายด้วยรอยเปรอะเปื้อนของโคลนดิน
เมื่อยามฝนตกโชกหนัก จึงเห็นว่าเมื่อถูกชำระล้างแล้ว มันเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าคมเข้มผู้หนึ่ง แต่มันก็หานำพาไม่ ใบหน้าของมันในบางครั้งคล้ายกับสามารถลอกออกมาได้อีกหนึ่งชั้น ด้วยเพราะโคลนที่พอกไล้ใบหน้าของมันนั้น เมื่อผสมปนเข้ากับฝุ่นดินที่คละคลุ้งด้วยเพราะคนสัญจรไปมา เป็นเช่นดั่งหน้ากากโคลนบาง ๆ หนึ่งชั้น
เสื้อผ้าอาภรณ์คล้ายไม่เป็นชิ้นเป็นอัน กล่าวไปคล้ายเป็นผ้าฝ้ายหลายชิ้นเย็บติดรวมเป็นผืนเดียว ผูกมัดรัดรอบกายด้วยด้วยเชือกฟางเส้นเท่าข้อนิ้ว เกรอะไปด้วยคราบดินและไขมันสัตว์ ผู้รัดเพียงหลวม ๆ ไม่แน่นหนาแต่อย่างใด ในบางครั้งครามันเดินเหินด้วยอาการติดขัดด้วยเพราะผ้าที่มันใช้พันรัดรอบกายนั้นหลุดล่วงลงกองกับพื้น แต่มันก็หาได้ใส่ใจ เพียงหยิบชิ้นผ้าขึ้นมาพาดใส่เนื้อตัว เดินเหินไปมาไม่นำพาสายตาผู้คน
เบื้องหลังมันมีถุงผ้าใบหนึ่ง ใช้เก็บสิ่งของสองสามชิ้น เป็นกล่องไม้เก่าแก่ชิ้นหนึ่ง ภายในนั้นไม่มีใครทราบได้ว่าซุกซ่อนสิ่งของอันใดไว้ ไม่เคยมีผู้ใดคิดถามไถ่สอดรู้อยากเห็น ด้วยเพราะกลิ่นไอเนื้อตัวมันนั้นฉุนเฉียวเปรี้ยวใจเหลือต้านทาน สำหรับผู้คนธรรมดาสามัญไฉนปล่อยเนื้อตัวให้เหม็นคละคลุ้งปานนี้
มันเป็นผู้ใด? บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิดหันไปมองหน้าบุรุษที่สอง อาการที่แสดงออกทางใบหน้า เชิงถามไถ่
.
ความเห็นล่าสุด