ตอน ๖ : คนพเนจร

1 05 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (...)

โดย (…)

ตอน ๖ : คนพเนจร

.

.

ประตูเมืองทิศตะวันออก

ผู้คนสัญจรมีมาก

บ้างค้าขาย-บ้างติดต่อแจ้งข่าว

บ้างยืนเฝ้าคอยผู้คนคืนเรือน

คนเฝ้าประตูได้แต่ยืนมอง

 

ประตูเมืองใช่มีเพียงคนเฝ้าประตู : บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิด

ใบหน้ากร้านเกรียมจมูกคมรับเข้ากับคิ้วหนาเชิดขึ้น ขมวดตรงหว่างคิ้วเล็กน้อย ขอบตาลึกดวงตาเป็นประกาย บริเวณหางตาพบเจอริ้วรอยย่นตามสมควร ใบหน้ามันมีรอยแผลเป็นสามสี่แห่ง คล้ายถูกของมีคมเชือดเฉือนด้วยความเร็ว ด้วยเพราะแผลเหล่านั้นเล็กยิ่งแต่ลึกยิ่ง  ทว่าถูกกลบหายด้วยรอยเปรอะเปื้อนของโคลนดิน

เมื่อยามฝนตกโชกหนัก จึงเห็นว่าเมื่อถูกชำระล้างแล้ว มันเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าคมเข้มผู้หนึ่ง แต่มันก็หานำพาไม่ ใบหน้าของมันในบางครั้งคล้ายกับสามารถลอกออกมาได้อีกหนึ่งชั้น ด้วยเพราะโคลนที่พอกไล้ใบหน้าของมันนั้น เมื่อผสมปนเข้ากับฝุ่นดินที่คละคลุ้งด้วยเพราะคนสัญจรไปมา เป็นเช่นดั่งหน้ากากโคลนบาง ๆ หนึ่งชั้น

เสื้อผ้าอาภรณ์คล้ายไม่เป็นชิ้นเป็นอัน กล่าวไปคล้ายเป็นผ้าฝ้ายหลายชิ้นเย็บติดรวมเป็นผืนเดียว ผูกมัดรัดรอบกายด้วยด้วยเชือกฟางเส้นเท่าข้อนิ้ว เกรอะไปด้วยคราบดินและไขมันสัตว์ ผู้รัดเพียงหลวม ๆ ไม่แน่นหนาแต่อย่างใด ในบางครั้งครามันเดินเหินด้วยอาการติดขัดด้วยเพราะผ้าที่มันใช้พันรัดรอบกายนั้นหลุดล่วงลงกองกับพื้น แต่มันก็หาได้ใส่ใจ เพียงหยิบชิ้นผ้าขึ้นมาพาดใส่เนื้อตัว เดินเหินไปมาไม่นำพาสายตาผู้คน

เบื้องหลังมันมีถุงผ้าใบหนึ่ง ใช้เก็บสิ่งของสองสามชิ้น เป็นกล่องไม้เก่าแก่ชิ้นหนึ่ง ภายในนั้นไม่มีใครทราบได้ว่าซุกซ่อนสิ่งของอันใดไว้ ไม่เคยมีผู้ใดคิดถามไถ่สอดรู้อยากเห็น ด้วยเพราะกลิ่นไอเนื้อตัวมันนั้นฉุนเฉียวเปรี้ยวใจเหลือต้านทาน สำหรับผู้คนธรรมดาสามัญไฉนปล่อยเนื้อตัวให้เหม็นคละคลุ้งปานนี้

มันเป็นผู้ใด?  บุรุษที่หนึ่งครุ่นคิดหันไปมองหน้าบุรุษที่สอง อาการที่แสดงออกทางใบหน้า เชิงถามไถ่

.

Read the rest of this entry »





กระบี่พ่ายรัก

15 02 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (…) 

กระบี่พ่ายรัก

 

 

หากท่านคิดเสพสุขอันหวานชื่นของความรัก
ก็ต้องกล้ำกลืนความกลัดกลุ้มและปวดร้าว
ซึ่งสืบเนื่องจากความรักด้วย

-ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่/โก้วเล้ง-
 
 

 

 

ราตรีงาม : ดวงดาราพรมพรายไปทั่วนภาฟ้า ภาพนั้นคล้ายประกายธารายามอัสดง ทว่าไม่นานนัก กลับมีสายฝนโปรยลงทั่วบริเวณ มีเสียงเปาะแปะจากหยดน้ำใต้ชายคา กวีทอดอาลัยให้กับหยาดน้ำตาของจือหนี่กับหนิวหลาง ด้วยบทกลอนหลายประโยค

อากาศชื้นเย็น ผู้คนเบื้องล่างหลบเข้าหาที่บังกาย ด้วยเพราะพวกเขาเกรงกลัวเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่จะเปียกชื้น สูญเสียความงดงามตามหมาย ผู้คน-เมื่อหลงรักอย่างรุ่มร้อน จิตใจย่อมไม่อาจรักษาอาการสงบ เมื่อนั้นจึงเป็นห้วงยามอันเหมาะสมลงตัว

การสังหารผู้คนในห้วงอาลัยสับสน ยังมีช่วงจังหวะไหนเวลาใดเหมาะสมถึงเพียงนี้

Read the rest of this entry »








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.