
ค่า… โฆษณา…
.
|
เขียนบนหมอนก่อนนอนคืนนั้น… . จิ๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ… งุงิ งุงิ น้องทะเลจ้ะ น้องทะเล ได้ยินพวกเรารึเปล่าเอ่ย? เราอยู่ตรงนี้ไง… ในกระดาษที่ผู้หญิงหัวยุ่งวางไว้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อหลายวันก่อน ยัยผู้หญิงที่ไม่น่าสนใจคนนั้นนั่งมองพวกเราแล้วครุ่นคิดคิ้วขมวดเป็นยัยแก่อยู่นั่นแหละ แต๊… แต่ถึงแม้พวกเราจะตาเล็กนะ แต่ก็สายตายาวพอที่จะมองเห็นสาวน้อยน่ารักอยู่คนหนึ่ง ที่วิ่งไปวิ่งมา… บ้างก็วิ่งเข้ามากอดแล้วอ้อนยัยผู้หญิงหัวยุ่งคนนั้น “ อี๊นกจ๋า… ” บ้างก็นั่งคุยกับหมาสามตัว เอาแว่นเอาหมวกให้หมาใส่ แล้วบางทีก็ลงเอยด้วยการ “ แกล้งหมา ” ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า… พวกเราเห็นแล้วขำกันจนฟันแทบจะหลุด จะนึกกลัวน้องหนูสาวน้อยจอมแก่น แต่ภาพความน่ารักของเด็กกับสัตว์เลี้ยงที่แสนเชื่อง ก็ทำให้กลัวไม่ลงสักที แต่เราก็อดที่จะน้อยใจน้องทะเลไม่ได้นะ ที่เดินมาทางโต๊ะยัยหัวยุ่งทีไร ไม่เค๊ย…ยยย ไม่เคยเหลียวแลเราสักที (คงเพราะยัยอี๊นกวางไว้สูงกว่าสายตาและให้พ้นมือหนูน่ะสิ ยัยอี๊หัวยุ่งจอมวายร้ายนี่!) แต่น้องทะเลกลับสนใจที่จอทีวีมากกว่าพวกเรา ฮือ ฮือ… ในนั้นมีอะไรน่าสนใจนักเหรอ เห็นมีแต่คนหล่อคนสวย มีข้าวของเครื่องใช้มากมาย มองไปรอบ ๆ บ้านของน้องทะเลก็มีทั้งนั้นนะ อย่าสนใจทีวีเลย มาสนใจพวกเราเถอะ นะ นะ… น้องทะเลผู้น่ารัก ยิ่งพวกเราเห็นว่าเวลามีภาพเรื่องราวสั้น ๆ บ้างประกอบเพลง ที่ยัยหัวยุ่งเรียกว่า “ โฆษณา ” พวกเรายิ่งนึกอิจฉาสิ่งต่าง ๆ ในภาพเหล่านั้น เราก็ไม่เห็นมันจะมีอะไรน่าสนใจนักหนา สงสัยว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเด็กจะชอบเรื่องราวสั้น ๆ กับภาพเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ในบางครั้ง แต่น้องทะเลรู้ไหมจ๊ะ พวกนั้นน่ะหลอกลวง ดัดจริต ตอแหล ทั้งเพ! เสื้อผ้าสวย ๆ สิ่งของที่ดูดี ก็สร้างขึ้นมาทั้งนั้น ไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติเล้ย…ยยยยจนนิดเดียว เรากลัวน้องทะเลที่มีความคิดแสนบริสุทธิ์จะถูกชักจูง แล้วหนูก็จะกลายเป็นมนุษย์ที่ปรุงแต่ง มีแต่กลิ่นอายสังเคราะห์และความฉาบฉวย ไม่น่ารักเหมือนน้องทะเลนัยน์ตาใสแจ๋ว ที่บางทีอารมณ์ร้ายแต่น่ารักแบบเป็นธรรมชาติคนนี้ มามะ มามะ… หันมามองพวกเรากันหน่อย ให้ความสนใจเราสักนิด พวกเราน่ะเก่งน้า บินได้ด้วย มองตาเราสิ เราปล่อยพลังแสงออกมาจากตาได้ด้วยนะ ปี๊ด…ดดดดดด ซี่ ซี่… เห็นไหมหน้าจอคอมพิวเตอร์ของยัยหัวยุ่งกลายเป็นขีดยุ่งเหยิงไปหมดเลย เห็นปากแหลม ๆ ของเราไหม มันมีไว้ซอกซอน น้องทะเลดูนะ เดี๋ยวเราจะบินไปจิกเห็บหมา หวิ้ว…ว บินไปละนะ น้องทะเลมาเร็วมาดูเจ้าหมาเกลือกกลิ้งไปมาเพราะ คัน คัน คัน… เวลาเราจิก จิก จิก มาเร้ว…วววว มาเล่นกันเถอะ…. เชื่อเราเถอะนะ เชื่อเรา ว่าเราน่ะสนุกกว่าในทีวี! . . เราจะสนุกด้วยกัน… แม้จะเพียงในความฝันและจินตนาการ… . . . . . แด่…หลานน้อยทะเล และวัยเด็ก |
.
.
|
เบื้องหลังของด้านหลัง . ปลายหนาวเมื่อสองปีก่อน ฉันได้เดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งพร้อมเพื่อนรักอีก 3 คน การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย เราไปขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รถตู้ขึ้นทางด่วนไปลงที่ถนนพระราม 2 จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม พาหนะของเรามาหยุดลงที่ปลายทางบริเวณตลาดแม่กลองในตัวเมืองสมุทรสงคราม เราเดินเท้าต่อจากนั้นไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตร เพื่อไปนมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลมหรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวสมุทรสงคราม จากนั้นเรานั่งรถสองแถวจากตลาดแม่กลองผ่านไปตามถนนสายเล็ก ๆ และผ่านสถานที่สำคัญบางแห่งของจังหวัด คือ อุทยาน ร.2 จนรถมาสิ้นสุดปลายทางที่โรงเจแห่งหนึ่ง ชายหน้าตาท่าทางเชื้อสายจีนคนหนึ่งยืนรอเราอยู่ตรงโต๊ะที่หน้าโรงเจ เมื่อเห็นพวกเราสามคนถือกระเป๋าเดินเหรอหราอยู่บริเวณนั้น เขาจึงเดินยิ้มเข้ามาถามเรา ถึงที่พักที่พวกเราทำการจองไว้ และในที่สุดเราก็ทราบว่าเขาเป็นเจ้าของบ้านพักใกล้คลองอัมพวาที่เพื่อนของเราจองไว้นั่นเอง เมื่อเดินถึงที่พัก บ้านพักแบบ homestay หลังนั้นน่าอยู่ ด้วยแมกไม้ที่ปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบทั้งไม้ดอก ไม้ประดับเต็มพื้นที่หน้าบ้าน บ้านตึกกึ่งไม้มีนอกชานให้ออกมามองดูแสงจันทร์ได้ในยามค่ำคืน… เราออกไปเดินเล่นที่ศาลาไม้ริมน้ำ เรื่อยไปตามคลองอัมพวาสายน้ำเล็ก ๆ แห่งนี้ มีชีวิตผู้คนมากมาย ส่วนมากมีอาชีพค้าขายอยู่ในตลาดน้ำอัมพวา หรือเปิดบ้านพักเป็น homestay ให้เช่าพักอย่างที่เรามาเช่าอยู่ เราเดินลึกเข้าไปด้านหลัง พื้นที่ระหว่างถนนกับสายน้ำอัมพวาเรือกสวนบางแห่งมีชีวิตอยู่ เป็นที่ทางให้ชาวสวนได้ทำมาหากินและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูที่ลิ้นจี่ออกผล เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยบ่าย ส่องแสงแก่งอมและใกล้ทิ้งตัวลงยังปลายฟ้า ตลาดน้ำอัมพวากลับลุกขึ้นมาจากความหลับใหล ชีวิตชีวาแต่งแต้มทุกตารางเมตรของพื้นถนน รวมไปถึงเหนือระลอกคลื่นน้ำคลองอัมพวาแห่งนั้น… แม่ค้าพ่อค้าจัดวางสินค้าที่ส่วนใหญ่สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยภูมิปัญญาของพวกเขาเอง น้ำหวานทำจากดอกไม้หลากหลายชนิด กาแฟโบราณ เสื้อยืดและรองเท้าเพนท์สีที่นั่งเพนท์กันอยู่ตรงนั้น มู่ลี่ประดับบ้านทำมือ ประดับประดาด้วยเชือกที่ร้อยรัดเป็นลูกบอลเล็ก ๆ ซึ่งใส่ไฟหลอดเล็กลงไปให้ความสว่างได้ บางร้านจัดแต่งในบรรยากาศไทย ๆ มีเตียงนอนเอนหลัง เป็นเรือนแถวร้านนวดฝ่าเท้า ทำสปาใต้แสงอาทิตย์สุดท้ายริมสายน้ำอัมพวา หลายร้านเป็นร้านสำหรับขายโปสการ์ดโดยเฉพาะ เป็นภาพถ่ายที่พวกเขาถ่ายเองจากสถานที่ต่าง ๆ และแน่นอนต้องมีภาพชีวิตริมสายน้ำแห่งนั้น โปสการ์ดใบที่ฉันหยิบมานี้เป็นหนึ่งในนั้น…. ในท่ามกลางเรื่องราวมากมายบนโลกใบนี้ เรื่องราวของการสื่อสารด้วยตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ดหรือว่าจดหมาย ให้ความรู้สึกที่คลาสสิคเสมอ น่าแปลกที่ตัวอักษรบางครั้งแค่ไม่กี่ตัว ก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึกต่อกันได้ดีแม้มันจะไม่มีสุ้มเสียงให้ได้ยินแม้แต่น้อย กระทั่งที่รวบรวมตัวกลางการสื่อสารก็ยังมองแล้วเหมือนว่ามีความรู้สึกมากมายตั้งวางอยู่ตรงนั้น เช่นกันกับภาพในโปสการ์ดใบนี้… . . ความรู้สึกที่อยู่ภายในใจนั้น… ใช่หรือไม่ว่า… อาจโด่งดังออกมาได้เองโดยไม่ต้องมีการป่าวประกาศ… . . ใต้แสงจันทร์ในยามค่ำคืนเหนือสายน้ำอัมพวา แสงเล็ก ๆ สีเขียวที่กะพริบพรายล้อแสงดาวนั้นแอบซ่อนตัวอยู่ตามกิ่งลำพู บ้างบินเรียบผิวน้ำมาให้ยลใกล้ ๆ หิ่งห้อยที่มีชีวิตมานานวัน บัดนี้ลดจำนวนน้อยลงไปด้วยความพลุกพล่านจากสิ่งที่เรียกว่า…การท่องเที่ยว คำโฆษณาในความสวยงาม กลับนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยในชีวิตแมลงโบราณน้อย ๆ นั้น อาทิตย์ใกล้ทอแสง… ชีวิตริมสายน้ำอัมพวาตื่นขึ้นอีกครา ประเพณีวัฒนธรรมทางศาสนาของไทยซึ่งได้รับการสืบสานมายาวนานเท่ากับอายุของพระศาสนา ผู้คนถือขันเงินถาดอาหารเดินมาริมสายน้ำ ใส่บาตรพระสงฆ์ซึ่งพายเรือมารับบาตรที่ริมตลิ่ง สายน้ำเย็นแห่งนี้นำพาความร่มเย็นมาสู่ใจ… . . . . ชีวิตที่อัมพวา… หลายสิ่งหลายอย่างที่นั่นไม่ต้องอาศัยการโฆษณา อาหารต่าง ๆ ขนมหวานไทย ๆ ของเล่นโบราณ ก๋วยเตี๋ยวเรือ สินค้าทำมือมากมายที่วางขาย แต่เราก็รับรู้ถึงความน่านิยม น่าชื่นชม หรือน่าสนใจได้ เพราะมีบางอย่างสะท้อนออกมาจากสิ่งเหล่านั้น บางอย่างที่เรียกว่า “ คุณค่า ” คุณค่าที่สั่งสมมาตามกาลเวลา คุณค่าที่สั่งสมมาจากความประณีตละเมียดละไม . ที่บางทีเวลาเพียงเสี้ยวนาที… มิอาจโฆษณาสิ่งเหล่านั้นได้ครบถ้วน… . คำว่า “ คุณค่า ” ใช่หรือไม่ว่า… อาจโด่งดังออกมาได้เองโดยไม่ต้องมีการป่าวประกาศ…
|





ความเห็นล่าสุด