
Hand Made – Heart Made
.
|
. เขียนที่โต๊ะหนังสือข้างหน้าต่าง… . สวัสดียัยลักษณ์ เป็นคำถามเชย ๆ แต่ก็อยากจะถามเธอว่า… เธอสบายดีไหมเอ่ย? พบเจอเธอทีไร ฉันจะรู้สึกเหมือนเธอสบายดีในทุก ๆ ครั้ง เพราะว่าเธอไม่เคยบ่นหรือรำพึงรำพันถึงความทุกข์ยากอะไรออกมาให้ฟังแม้แต่สักครั้งเดียว แต่เมื่อฉันมองหน้าเธอ ก็จะได้พบใบหน้างอ ๆ เหมือนแบกทุกข์ของโลกทั้งใบไว้อย่างนั้น ฉันจึงสรุปว่า…เธอเป็นคนอมทุกข์อมสุข ซึ่งปากแข็ง! ความจริง…เพื่อน คือ คนที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน แต่สำหรับเรา… ทุกข์สุขนั้นแผ่ออกมาจากหัวใจสู่รอบตัว แล้ววนเวียนอยู่ในพื้นที่ว่างระหว่างเรา ไม่ต้องพูด ไม่ต้องบอกอะไรหรอก ในความเงียบงันนั้น ฉันรับรู้ถึงข้างในใจเธอได้เสมอ… . . เห็นโปสการ์ดใบนี้แล้วก็อยากจะส่งมาให้กับเธอ เธอได้ยินเสียงลอยออกมาจากผู้หญิงในภาพโปสการ์ดนั้นไหม? ผู้หญิงคนนั้นเพียงต้องการถามเธอสักนิดว่า… เธอเหนื่อยไหมกับการวิ่งตามเทคโนโลยี ในวันที่โลกมาไกลถึงตรงนี้ เธอก็ต้องวิ่งวุ่นหาความไกลออกไปอีก… . ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย… ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ชอบชวนฉันไปหาที่สงบ ๆ หยุดพักใจ ชวนไปปฏิบัติธรรม ฉันเห็นด้วยกับเธอนะ บางครั้งโลกทำให้หัวใจและย่างก้าวของเราต้องเดินทางอย่างรวดเร็ว หากเรามีสติรู้ตัว รู้จักหยุดนิ่ง ให้เวลากับการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา พินิจกับปัจจุบันที่เป็นอยู่ ว่าสิ่งใดที่เราทำแล้วไม่ดี หรือทำให้สิ่งอื่นใดต้องเดือดร้อน หรือกับบางสิ่งที่ทำพลั้งพลาดไป ก็น่าจะทำให้เราสามารถคิดและทำสิ่งที่อยู่ในอนาคตได้ดีขึ้น ทุกวันนี้… ในแต่ละวันที่เราก้าวเท้าออกจากบ้าน แม้วันนั้นจะเป็นวันที่ท้องฟ้าโปร่งใส ลมพัดเย็นสบาย นกน้อยขับขานบทเพลงไพเราะ แต่อันตรายกลับซุกซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศทั่วไป ก็คนเรานั้นมากมี และความหลากหลายของคนเราก็มากมาย ผู้คนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่กับความตึงเครียดของการงานหรือปัญหาเศรษฐกิจ บางคนปล่อยให้ใจวิ่งวุ่นหมุนวน ค้นหาทางออกไม่ได้ หรือระบายความรุ่มร้อนภายในใจออกมาด้วยวิถีทางที่เลวร้าย สุดท้ายความเดือดร้อนก็บังเกิด บางที…การที่เขาจะได้หยุดพักใจอย่างเธอบ้าง หรือหาวิธีชะลอความเร็วของใจด้วยกิจกรรมบางอย่าง เช่น การทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดลออ ใช้สมาธิ สังคมของเราคงมีพื้นที่สำหรับความไว้ใจกัน ความสบายใจ และความสุขมากขึ้นกว่านี้… . . . . . สักวันหนึ่ง… เราจะได้ไปปฏิบัติธรรมกัน เพื่อที่ว่า…เราจะเป็นคนหนึ่ง ที่หัวใจหมุนด้วยความเร็วคงที่อย่างพอดี และเป็นคนที่จะช่วยทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น… . . . . . แด่… ลักษณ์เพื่อนรัก และจิตใจที่เร็วร้อนของผู้คน |
.
.
|
เบื้องหลังของด้านหลัง . สาย ๆ ของวันท้องฟ้าสดใสอันผกผันกับเวลาเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน เพื่อนรักขับรถพาฉันและเพื่อนอีก 2 คน ออกจากจุดนัดพบใกล้ ๆ ตลาดบางแค รถวิ่งไปตามถนนของซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 และออกสู่ถนนสายหลักกาญจนาภิเษก เราต่างช่วยกันมองหาถนนเล็ก ๆ ทางเข้าโรงเรียนโพธิสารพิทยาคม ตรงข้ามกับสมาคมชาวปักษ์ใต้ในท้องที่เขตบางแค แล้วเพื่อนรักก็เลี้ยวรถเข้ายังถนนเล็ก ๆ นั้น วิ่งเข้าไปประมาณ 2 กม. ก็พบตลาดแห่งหนึ่งวางตัวอยู่สองข้างทางของถนน ไม่ใช่เรื่องง่ายนักกว่าเราจะสามารถหาที่จอดรถได้ เพราะว่าในวันหยุดเช่นนี้ ผู้คนต่างพากันมาเที่ยวที่นี่กันอย่างหนาแน่น ตลาดแห่งนี้มีชื่อว่า “ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ” มองดูจากไกล ๆ บริเวณที่จอดรถ จะพบเพิงหลังคามุงจาก สร้างเป็นแถวยาวหลาย ๆ แถว อีกด้านหนึ่งของถนนสร้างเป็นแถวยาวแล้วหักมุมยาวไปอีกด้านหนึ่ง เพิงหลังคามุงจากนี้วางตัวอยู่บนพื้นดินซึ่งบางช่วงแตกระแหงแห้งด้วยเปลวแดด บางช่วงกลับอุ้มน้ำจนชื้นแฉะเนื่องด้วยอยู่ใกล้บ่อน้ำธรรมชาติหรือใกล้คลองลัดมะยม เหนือขึ้นไปเป็นต้นมะพร้าวสูงยืนต้นตามชายขอบรอบ ๆ ตลาด เพื่อนรักคนที่เคยมาที่นี่พาฉันเดินไปยังด้านหนึ่ง เธอบอกกับฉันว่า “ ตรงนั้นมีที่นั่งวาดรูประบายสีอย่างที่เธอต้องการ ” ก่อนเดินไปที่นั่นมีประตูไม้ขวางเราไว้ก่อน ป้ายไม้เหนือประตูนั้นเขียนไว้ว่า “ สวนเจียมตน ” เห็นแล้วฉันก็ให้สงสัยว่า…ทุกคนที่จะผ่านเข้าไปได้ต้องผ่านการเจียมตนก่อนใช่หรือไม่ เจียมตนเพื่อจะพบกับสิ่งต่าง ๆ ข้างใน… . เมื่อเดินเข้าฉันก็ได้พบกับภาพคนกำลังจับพู่กันระบายสี… ที่ปลายพู่กันนั้นเป็นตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ตัวหนึ่ง… เหนือขึ้นไปจากตรงนั้น มีตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ถูกระบายสีไว้แล้วแขวนไว้หลายตัว “ นี่ไง… ที่เค้าระบายสีกัน ” เพื่อนรักชี้มือพร้อมหันมาพูดกับฉัน “ นี่มันสำหรับเด็ก ๆ นี่ ” ฉันมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับรู้สึกขำเพื่อนรักคนนี้ขึ้นมา แต่ที่น่ารักกว่านั้น ก็คือความปรารถนาดีของเธอนั่นเอง . เพื่อนคนเดิมพาพวกเราเดินไปเรื่อย ๆ ตามคันดิน เธอบอกกับเราว่า “ ตลาดน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นบนท้องร่องสวน ” ฉันจึงมองไปรอบ ๆ และพบว่า ไกลออกไปจากตรงนั้นยังเป็นพื้นที่ของเรือกสวน มีท้องร่องและมีพืชสวนขึ้นอยู่ เราเดินเข้าไปจนสุดทาง และพบกับห้องสมุดเล็ก ๆ ตั้งอยู่ บริเวณนั้นมีลานกว้างปูด้วยไม้กระดาน และมีแคร่อยู่ 3-4 แคร่ ช่วงที่เราไปไม่มีผู้คนผ่านเข้ามามากนัก ฉันจึงเสนอความคิดว่า…เราควรจะเดินซื้อหาของกิน มานั่งกินกันที่นี่ เราเดินออกไปทางเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้…พวกเราเดินไปทุกซอกทุกมุมใต้หลังคามุงจากนั้น ร้านส้มตำ ไก่ย่าง , ร้านขนมเบื้องญวน , ร้านขายน้ำหวานจากดอกไม้ เช่น อัญชัน , ร้านหมูสะเต๊ะ , ร้านขายปลาหมึกสดย่าง , ร้านขายขนมครกทะเล ฯลฯ แล้วเราก็เดินกลับมานั่งกินกันบนแคร่ในห้องสมุดเล็ก ๆ ที่เปิดโล่ง ท่ามกลางบรรยากาศท้องร่องสวน… หลังจากที่นั่งทานอาหารพร้อมกับพูดคุยกันในทุก ๆ เรื่องอย่างออกรสชาติสมกับการที่นาน ๆ จะได้พบเจอกันแล้ว เราเก็บกวาดสิ่งที่หลงเหลือทั้งหมด ก่อนที่จะเดินออกไปเลือกซื้อหาของฝากสำหรับคนที่บ้าน ฉันเดินไปยังซุ้มที่ขายต้นไม้ ก็พบว่าที่นั่นมีผู้คนมาเลือกซื้อต้นไม้กันมากทีเดียว ฉันเดินดูความสวยงามของต้นไม้ แต่ก็ไม่ได้ซื้อหาติดไม้ติดมือมาสักต้นเดียว เนื่องจากว่าพื้นที่เพาะปลูกที่บ้านนั้นเต็มไปหมดแล้ว แต่เพียงแค่ได้มองสีเขียว ๆ ของใบไม้หรือสีสันสวยงามของดอกไม้ และได้รู้ว่ามีคนรักต้นไม้จำนวนมาก ก็ทำให้เย็นใจขึ้นมาแล้ว… หลังจากทุกคนได้ของฝากซื่งส่วนมากเป็นของกินฝากครอบครัวกันแล้ว เราก็เดินมาอีกด้านหนึ่ง ตรงนั้นมีมุมเพนท์ผ้าบาติก ฉันสนใจอยากจะเพนท์บ้าง แต่เมื่อมองเวลาแล้ว น่าเสียดายที่เรามาถึงจุดนี้ช้าเกินไป เพื่อน ๆ ต่างมีธุระที่จะต้องไปทำกันต่อหลังจากนี้ ฉันถามเจ้าของร้านว่ามีอุปกรณ์ให้ซื้อกลับไปทำที่บ้านไหม เขาตอบว่าไม่มี ต้องเพนท์ที่นี่ เมื่อเพนท์เสร็จแล้วเขาจะนำไปเคลือบสีด้วยโซเดียมซิลิเกต และล้างออกจนเสร็จกรรมวิธีให้ และสามารถมารับชิ้นงานได้ในสัปดาห์ต่อไป หรือให้ส่งไปทางไปรษณีย์ก็ได้ . ฉันคิดเงียบ ๆ ในใจว่ามาคราวหน้าจะนั่งเพนท์สักผืน เดินไปเปิดดูแบบผ้าที่วาดไว้ด้วยเทียนสำหรับเพนท์ ซึ่งวางตั้งอยู่บนพื้นดินหลาย ๆ ภาพ ก็เห็นภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพดอกไม้ ภาพแอ็บสแตร็กท์ ภาพสัตว์ หรือว่าภาพตัวการ์ตูน เห็นภาพบางภาพแล้วก็ทำให้คิดถึงใครคนหนึ่ง คิดหวังไว้ในใจว่า…สักวันหนึ่งจะมานั่งระบายสีสันผสานความคิดถึงคน ๆนั้น… แวะดื่มเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟสดซึ่งตั้งอยู่ข้างหลังมุมผ้าบาติก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังร้านขายของที่ระลึกซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังร้านกาแฟสดอีกที ที่นี่มีของที่ระลึก ของเล่น ขนมโบราณ เสื้อผ้าที่ทำขึ้นด้วยมือ และที่ฉันได้มาจากที่นี่ก็คือ…โปสการ์ดใบนี้ โปสการ์ดภาพวาดผู้หญิง และฉันมารู้ภายหลังว่าเป็นภาพวาดบนบานประตู ก็เมื่อฉันได้มองเข้าไปข้างในสุดของร้าน ที่บานประตูของร้านแห่งนี้ ถูกเพนท์ไว้ด้วยภาพผู้หญิงในโปสการ์ดนั่นเอง แล้วก็มาถึงท้ายที่สุดของกาลเวลาที่เรามาพบกัน เวลาสุดท้ายที่ตลาดลักมะยม ฉันอำลาที่แห่งนั้นด้วยความรู้สึกประทับใจ และคิดไว้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องหวนคืนกลับไปอีกครั้ง . ล้อรถของเพื่อนรักมาหยุดลงหน้าห้างสรรพสินค้า หลังแยกจากกัน ฉันกับเพื่อนเดินเข้าไปในห้าง เราแยกจากกันหลังจากนั้น ฉันเดินไปยังสถานที่หนึ่งเพื่อไปเรียนวิชาการถักนิตติ้ง . . . . การทำงานที่ต้องใช้ฝีมือ ต้องใช้ความละเอียดประณีต จะทำให้มีสมาธิมากขึ้น และเกิดความนิ่งสงบภายในใจ สิ่งนี้นอกจากมีผลต่อตนเอง แล้วยังมีผลต่องานและผู้คนรอบข้าง ที่นอกจากเราจะรู้จักรอบคอบ ละเอียดลออในงานมากขึ้นแล้ว การปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่นก็ให้เป็นไปโดยสงบสันติมากยิ่งขึ้น อีกสิ่งหนึ่งก็คือ…เราจะเป็นผู้ที่มีจุดหมาย ไม่เลื่อนลอย เพ้อฝันหรือฟุ้งซ่าน และมันท้าทายความพยายามของเราเพื่อไปยังจุดหมายนั้นให้ได้ในที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่สานก่อขึ้นด้วยมือของเราเองนั้น จะทำให้เรามองเห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าจะมองชิ้นงานที่อยู่ในมือเรา หรือเมื่อมันถูกทำขึ้นและให้เป็นของขวัญสู่มือของผู้อื่นจากใจเรา และเมื่อเราเห็นคุณค่าในตัวเองแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจแม้ยามที่รู้สึกว่าไม่มีใครเห็นคุณค่าในตัวเรา… . . . . ทำด้วยมือเรา… ทำด้วยใจเรา… .
. ขอขอบคุณภาพจาก |

ความเห็นล่าสุด