กาลครั้งหนึ่ง โดย THEJUI
.
INGLOURIOUS BASTERDS
สงครามนาซีแบบเควนติน
.

ปล่อยให้แฟนประจำรอผลงานอยู่ 2 ปี หลังจาก Death Proof หนังแบ่งครึ่งในชุด Grind House ที่ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรีหนังของ เควนติน สักเท่าไหร่นัก จนมาถึง INGLOURIOUS BASTERD ที่หน้าหนังเป็นหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 โปสเตอร์มีไม้เบสบอล กับหมวกทหารเปื้อนเลือด ยิ่งสร้างกระแสความน่าสนใจว่า หนังสงครามในสไตล์ เควนติน จะออกมายังไง
มาคราวนี้ เควนติน คิดสร้างกลุ่มทหารนอกรีตที่ฟอร์มทีมตัวเองขึ้นมาในชื่อ Basterds มีร้อยโท อัลโด เรน เป็นหัวหน้าทีม แบรด พิทต์ รับบทนี้ได้แบบสบาย ๆ เป็นบุคลิกแบบกวน ๆ ฮา ๆ มากกว่าน่าเกรงขาม เป็นบทของพิทต์ในแบบที่เราคุ้นตาจากหลาย ๆ เรื่องก่อนหน้านี้
อัลโด เรน เป็นผู้นำทีมทหารเดนตาย 8 นาย คอยลอบสังหารพวกนาซี คัดหาสมาชิกเอาเฉพาะพวกดุ บ้าเลือด ทีม Basterds ปฏิบัติการแบบไม่เคยพลาดและไม่เคยจับใครเป็นเชลย นาซีทุกนายที่พลาดท่าให้ทีม Basterds จะถูกสังหารและถลกหนังหัวทุกราย ในหนังภารกิจแรกมีภาพขั้นตอนการถลกหนังหัวที่ดูสมจริง เห็นเลือดเห็นกะโหลกแดง ๆ ให้ความรู้สึกหยึยมาก ๆ ด้วยเหตุนี้ทีม Basterds จึงเป็นเสี้ยนหนามร้ายแรงที่เหล่านาซีอยากจะกำจัดทิ้งยิ่งนัก
หนังเปิดเรื่องในฝรั่งเศสปี 1941 ในยุคที่ถูกนาซียึดครอง หนึ่งชั่วโมงแรกของหนังเป็นการแนะนำตัวละครที่มีมากมายในเรื่อง เป็นเปิดเรื่องแบบอึดอัดด้วยการสนทนาแบบยาวมากของเจ้าของบ้านชาวฝรั่งเศสที่ต้องต้อนรับการมาเยือนโดยไม่คาดหมายของพันเอกฮานส์ ลันดา ตัวละครสำคัญที่สุดของเรื่อง คนดูต้องนั่งฟังการสนทนาอันสุภาพ นิ่ง หยั่งเชิง ทำให้ต้องคอยลุ้นอยู่นานว่าสุดท้ายแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเควนตินจะทำเซอร์ไพรส์อะไรไหม กว่าจะเข้าประเด็นว่า ลันดา เป็นนายทหารที่รับผิดชอบการตามล่าชาวยิวที่หลบซ่อนอยู่ในฝรั่งเศสตามฟอร์มที่เราจะได้เห็นฉากแนะนำตัวร้ายของเรื่อง ให้เห็นถึงเล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิงอันแพรวพราวของลันดา ในสมญานาม “หมอผีล่ายิว” ที่จะมาเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของแก๊ง Basterds
บทพันเอกฮานส์ ลันดา ได้ดาราใหม่ที่เควนตินเลือก คริสโตเฟอร์ วอลต์ ดาราชาวออสเตรียมารับบทแทน ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ที่วางตัวไว้เดิมแต่ไม่สามารถมาร่วมงานในเรื่องนี้ได้ เหตุเพราะบท อัลดา เป็นนายทหารที่พูดได้หลายภาษาทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมันซึ่ง วอลต์ สามารถพูดได้จริง
สำหรับ วอลต์ ต้องถือว่าส้มหล่นที่ได้รับคัดเลือกมาเล่นบทนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นบทแจ้งเกิด ลันดา เป็นนายทหารหลากหลายบุคลิกทั้งเก่ง ฉลาด ดูลึกลับ และทันคน บางครั้งก็มีหลุดบ้า ๆบอ ๆ และในเวลาเดียวกันก็โหดสามารถฆ่าคนได้ด้วยมือเปล่า วอลต์สามารถถ่ายทอดบทของ ลันดา ได้จนเป็นตัวละครที่น่าจดจำและ วอลต์ก็ได้รางวัลดาราแสดงนำในบทลันดานี้จากเวทีคานส์ปีนี้ไปแล้วเช่นกัน สมควรครับ
อีกบทหนึ่งที่มีบทบาทมากคือ โซแซนน่า ดรัยฟัส ที่รับบทโดยดาราฝรั่งเศส เมลานี โลรองต์ โชแซนน่า เป็นสาวยิวที่มีความแค้นกับ ลันดา ที่ฆ่าล้างครอบครัวเธอ มีแต่เธอที่รอดชีวิตมาได้จนมีเหตุบังเอิญให้เธอได้พบกับลันดาในอีก 3 ปีต่อมาในปารีส ปฎิบัติการแก้แค้นของเธอจึงเกิดขึ้นในโรงหนังที่เธอรับมรดกมาจากป้า และโรงหนังของเธอถูกเลือกให้เป็นที่ฉายหนังรอบปฐมทัศน์เรื่อง “Nation’s Pride” ในวันฉาย ฮิตเลอร์ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่จะมาดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน ในขณะเดียวกันแก๊ง Basterds ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอังกฤษ นำโดยนายพล เอ็ด เฟเนซ รับบทโดย ไมค์ มายเออร์ ที่เมคอัพเสียจนจำแทบไม่ได้ ให้ดำเนินการ “ปฏิบัติการโรงหนัง” สังหารหมู่นายทหารนาซีในโรงหนังนั้นซะ เลยเป็นเหตุให้ 2 ปฏิบัติการดำเนินขึ้นพร้อมกัน โดยแต่ละฝ่ายต่างไม่ได้รับรู้แผนการของแต่ละฝ่าย ต้องไปลุ้นกันครับว่าปฏิบัติการจะสำเร็จไหม
หนังเรื่องนี้ถือว่ารวมดาราแต่ละคนมีบทได้คนละนิดละหน่อย จากที่กล่าวมาแล้วยังมี เดเนียล บรูห์ ดาราวัยรุ่นชาวเยอรมันที่ดังมาจากหนังเยอรมันมากรางวัลเรื่อง “goodbye Lenin” ปี2003 บรูห์มารับบทเป็น เฟรดเดอริค ซอลเลอร์ พลแม่นปืนที่สังหารทหารอเมริกันในอิตาลีไปถึง 300 คน วีรกรรมถูกนำมาสร้างเป็นหนังให้ตัวเองรับบทเป็นตัวเอง ซอลเลอร์ บังเอิญมาเจอ โชแซนน่า และหลงรักเธอจึงหว่านล้อมให้กองทัพเลือกโรงหนังของเธอเป็นที่ฉายหนังรอบปฐมทัศน์ของเขา
ไดแอน ครูเกอร์ (Troy, National Treasure) ดาราชาวเยอรมันอีกคนที่มาได้ดีในฮอลลีวู้ดมารับบทชื่อเรียกยาก บริเจ็ท วอน แฮมเมอร์มาร์ค นางเอกชาวเยอรมันที่เข้าร่วมแก๊ง Basterds ในฐานะนกต่อที่จะพาแก๊ง Basterds เข้าไปในโรงหนังวันที่ฉายหนัง
มีอีก 2 ตัวละครที่อยากพูดถึงคือ โดโนวิตซ์ หรือฉายา The Jew Bear สมาชิกจอมโหดของแก๊ง Basterds ที่ได้ อีไล ร็อธ ผู้กำกับจอมโหดจากเรื่อง Hostels ที่เป็นหนังที่พะยี่ห้อว่า “ภูมิใจเสนอโดย เควนติน ตารันติโน” เรื่องนี้เลยต้องมาเล่นชดใช้บุญคุณซะ บทโดโนวิตซ์ เปิดตัวมาในแบบน่ากลัวสุด ได้ยินเสียงเอาไม้เบสบอลตีข้างฝามาจากอุโมงค์มืด ๆ ก่อนโชว์ลีลาเอาไม้เบสบอลทุบกบาลนาซีให้เลือดสาดจนคนดูในโรงร้องกัน วี้ด ว้าย ยังมีลูกน้องจอมโหดอีกคนนาม ฮิวโก้ ซติกลิทซ์ ที่เป็นนาซีจอมโหดแต่ชอบฆ่านายทหารนาซีชั้นผู้ใหญ่ไป 13 นาย ด้วยวิธีการประหลาดเอากำปั้นยัดปากจนเป็นที่ต้องการตัวของแก๊ง Basterds ต้องบุกคุกไปเชิญตัวมาร่วมขบวนการเสียก่อนที่จะถูกประหารชีวิต ทั้ง 2 ตัวเป็นตัวละครที่มีสีสันน่าจะชูรสหนังได้ในแบบ เควนติน แต่กลายเป็นว่าหนังมีตัวละครมากเหลือเกินทั้งสองเลยไม่ได้โชว์บทโหดให้เห็นกันบ่อย ๆ นัก
หนังยาวถึง 153 นาที เกือบ ๆ 3 ชั่วโมง แบ่งเป็นตอนสั้น ๆ 5 ตอน แนะนำตัวละครหลากหลายแต่ทุกคนมาจบที่ฉากสำคัญในวันฉายหนัง ช่วงต้นหนังน่าติดตาม ช่วงท้ายหนังมีฉากให้ลุ้นสนุก แต่ช่วงกลางที่เป็นเรื่องของ โชแซนน่า กับทหารพระเอกหนัง ซอลเลอร์ ค่อนข้างเรียบง่ายคุยกันมากปราศจากฉากแอ๊คชั่นจนเกือบง่วง
หนังมีหลาย ๆ ฉากน่าจดจำให้หยิบมาพูดถึง อย่างฉากตึงเครียดในบาร์ใต้ดินที่เป็นที่นัดพบระหว่างแก๊ง Basterds กับดารานกต่อแต่กลับกลายเป็นว่ามีงานเลี้ยงฉลองในคืนนั้นเลยมีทหารนาซีมาอยู่ในร้านนับสิบคน ทำให้สำเนียงเยอรมันของสมาชิก Basterds ชาวอังกฤษฟังดูแปลกหูทำให้เกิดการระแคะระคาย ผู้พันนาซีที่สงสัยทำให้มาร่วมโต๊ะสัมภาษณ์ ถึงตรงนี้หนังทำให้ตึงเครียดได้ลุ้นดีว่าจะถูกจับไต๋ได้ไหม
ฉากไคลแมกซ์ช่วงท้ายในโรงหนัง ก็นับได้ว่าเป็นฉากที่ยาวและทำออกมาได้สนุกนำไปสู่บทสรุปที่ดูง่ายแต่ลงตัว เป็นหนัง เควนติน ที่ยังคงความโหดสไตล์ เควนติน แต่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อาจจะไม่ถูกใจสาวกเควนตินนัก เพราะหนังลดดีกรีความโหดลงไปมากมีฉากสาดกระสุนแค่ 2-3 ฉาก ผิดกับหนังสงครามโลกเรื่องอื่น ๆ ครับแต่กลับมาเน้นบทสนทนามากขี้น หลาย ๆ ฉากคุยกันนานและยาวแต่ไม่มีคำพูดที่จะเป็น Quote ให้จดจำได้เหมือนใน Pulp Fiction หนังดูท่าทางลงทุนไม่มาก สตูดิโออาจจะกลัวเจ็บตัวเหมือนคราว Death Proof ที่หนังทำเงินไปไม่มาก มาเรื่องนี้เลยต้องระวังตัวมากขึ้น
จัดว่าเป็นหนัง เควนติน อีกเรื่องที่สนุกครับมีทั้งแอ๊คชั่นและตลกให้ได้หัวเราะหลาย ๆ ตอน แต่ไม่โหดสะใจแฟน ๆ เควนติน แน่นอน •
.

เจ๋งดีอ่ะบู้น่าดูเลยมันมากเลยนะเนี่ย