หลังม่านลมและฝุ่นดิน
ป.ณ.ใจ : เราคุยกันเพราะเห็นต่างกัน
.
เธอที่รัก.
ภาพที่ส่งมาให้เธอดูนี้ฉันบันทึกเอาในเช้าวันหนึ่งขณะนั่งรถเมล์ไปสำนักงาน เปิดดูข้อมูลวันที่บันทึกก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนนิดหน่อย
ฉันไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องบันทึกร้านนี้ แต่ด้วยความคิดแล่นขึ้นมาก่อนถึงว่าเส้นทางที่ต้องผ่านมีร้านนี้อยู่สาขาหนึ่ง และฉันตั้งใจจะเก็บภาพหุ่นตัวตลกที่เป็นสัญลักษณ์
เมื่อก่อนหุ่นตัวนี้นั่งหันหน้าออกถนน แล้วบางวันฉันก็เห็นคนไร้บ้านวัยกลางคนนอนหนุนตัก น่าเสียดายที่วันนี้ทางร้านจับวางที่ทางของมันใหม่ อย่างที่เธอได้เห็น
ด้วยความที่บันทึกภาพขณะที่รถแล่น ฉันจึงมีโอกาสกดชัตเตอร์ได้เพียงครั้งเดียว (ที่จริงฉันควรจะตั้งไว้ที่โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง) เมื่อโอนถ่ายลงเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ไม่เห็นความน่าสนใจใด ๆ ทั้งองค์ประกอบของภาพ และระยะของวัตถุ จนเมื่อมาเปิดพินิจพิเคราะห์อีกครั้งกลับบังเกิดความน่าสนใจ
เธอเห็นชายที่ยืนใต้ต้นไม้นั่นไหม เขากำลังคิดหรือมองดูอะไรสักอย่าง ถัดไปละ ชายผมกระเซิงกำลังเข็นรถซาเล้ง ไม่แน่ใจหรอกนะว่าเขาทำอาชีพเก็บขยะที่สามารถนำไปขายได้อีกหรือไม่ และลึกเข้าไปอีกก็เป็นเจ้าหุ่นตัวตลกใส่เอี๊ยมสีเหลืองนั่งไขว่ห้างรอคอยต้อนรับลูกค้า
เห็นป้ายโฆษณาถัดจากชายผมกระเซิงนั้นไหม, เปิด ๒๔ ชั่วโมง
เป็นความรู้ใหม่เลยนะนั่นว่า เดี๋ยวนี้ร้านอาหารประเภทนี้ก็เป็นทั้งวันทั้งคืน, คงเป็นเพราะย่านนั้นมีชาวต่างชาติพักอาศัยกระมัง และชาวต่างชาติจะสงสัยหรือคิดอะไรบ้างไหมว่าทำไมร้านรวงอะไรต่ออะไรบ้านเราถึงบริการได้ตลอดเวลา หรืออาจจะคิดไปอีกทางหนึ่งก็ได้ว่า ดีเหมือนกัน เพราะบ้านเขามีเวลาเปิดปิดแน่นอน
เหตุผลอะไรก็ตามแต่ที่เขามีเวลาเปิดปิดที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่าใครจะมาซื้อมากิน ยิ่งดึกยามวิกาลด้วยแล้วมันจะคุ้มกันไหมกับสิ่งที่ต้องจ่าย ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ แล้วยังจะความเสี่ยงต่อการถูกจี้ปล้นอีกล่ะ, เถอะ มันอาจไม่ใช่เหตุผลอย่างที่ฉันคิดก็ได้ อาจคิดสูงส่งกว่านั้นคือมาตรการประหยัดพลังงาน
หากข้อสันนิษฐานเบื้องต้นถูก แน่ละมันไม่คุ้ม ไม่คุ้มก็สูญเสียไปเปล่าประโยชน์ ปิดมันเสียเลย แถมยังยืดอกพูดได้อย่างน่านับถืออีกด้วยว่า เป็นการประหยัดทรัพยากร รักโลกนะนั่นน่ะ
นอกจากป้ายที่ทำให้ฉันคิดไปไกลยังเห็นความแตกต่างระหว่างคนกับคนด้วยกัน ความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่ปรากฏในภาพ ร้านอาหารเช่นนี้กับชายผมกระเซิง
มันดูไม่เข้ากันหากต้องการแต่บรรยากาศของร้าน แต่ในความไม่เข้ากันนี้มองนานเข้า ๆ กลับยิ่งทำให้เกิดคุณค่าในตัวของมันเอง หากไม่มีชายสองคนนั้นก็จะได้บรรยากาศเรียบ ๆ ไร้อารมณ์ (ก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตเลยนี่นะ) มีแล้วเป็นยังไง แน่ละ มันบังเกิดชีวิตขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตามเธออาจคิดและมองไม่เหมือนฉัน ซึ่งก็ไม่แปลก
มีอะไรบ้างล่ะที่เราเห็นแล้วตรงกันไปเสียทั้งหมด, เราคุยกันเพราะเห็นต่างกัน?
ถ้าเห็นตรงกันหมดเราก็คงไม่ต้องคุยกันละ
กันยายน ’๕๒
.

ความเห็นล่าสุด