ก้าวฯที่ ๓๙

15 09 2009

.

ก้าวฯที่ ๓๙

   ก้าวฯที่ ๓๙

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

.

.

.

 

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





ป.ณ.ใจ : เราคุยกันเพราะเห็นต่างกัน

15 09 2009

หลังม่านลมและฝุ่นดิน

ป.ณ.ใจ : เราคุยกันเพราะเห็นต่างกัน

.

Mc 

เธอที่รัก.

ภาพที่ส่งมาให้เธอดูนี้ฉันบันทึกเอาในเช้าวันหนึ่งขณะนั่งรถเมล์ไปสำนักงาน  เปิดดูข้อมูลวันที่บันทึกก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนนิดหน่อย

Read the rest of this entry »





มายากล

15 09 2009

.

เรื่องจากปก โดย กีรติ

มายากล

.

.

ครั้งแรกที่รู้จักกับมายากล จำได้ว่าในเวลานั้นหลงคิดไปกันใหญ่ว่า คนที่แสดงความสามารถกลางเวทีนั้นเป็นเทวดา หรือคนที่มีเวทมนต์จริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น กลับไม่เคยสงสัยด้วยซ้ำว่า สิ่งของที่หายไป หรือเปลี่ยนรูปร่างหน้าตา ไปหลบซ่อนอยู่ที่ใดหรือเปล่า แต่หลงคิดว่า นี่คือความมหัศจรรย์ที่ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้

ใช่แล้วไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ นอกจากนักมายากลเท่านั้น

มาในวันนี้ที่ความตื่นเต้นในวัยเด็กหายไป กลายเป็นความซ้ำซากและมีการเฉลยถึงที่มาที่ไปแห่งศาสตร์มายากลเล็กๆน้อยๆ ทำให้การดูชมมายากลคือการจ้องจับผิด และฉุกคิดว่า เขาทำได้อย่างไร และเราจะทำได้อย่างนั้นหรือเปล่า จนได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง The Prestige ของผู้กำกับหนังเชิงลึกอย่าง Christopher Nolan ซึ่งในเนื้อหาของภาพยนตร์ดำเนินเรื่องโดยระบุไว้ว่าในการเล่นมายากลจะมีองค์ประกอบสำคัญ ๓ ส่วน นั่นคือ

๑. เดอะ เพลจ  The Pledge คือการแสดงให้ผู้ชมได้เห็นในสิ่งที่นักมายากลได้เตรียมมา

๒. เดอะ เทิร์น The Turn  คือการทำให้สิ่งธรรมดานั้นหายไปต่อหน้าต่อตาผู้ชม และ

๓. เดอะ เพรสทีจ The Prestige  การนำสิ่งที่หายไปนั้นกลับคืน ซึ่งเป็นส่วนที่ยากที่สุด

ด้วยองค์ประกอบของ สามส่วนนี้ ทำให้การชมการแสดงมายากลน่าติดตามและน่าค้นหายิ่งมีคนจับตาจ้องมอง กลเกมก็น่าจะพลิกแพลงมากขึ้นไปเช่นกัน

สำหรับในชีวิตจริง มายากลกลายเป็นสัญญะของการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง และการกลับคืน เป็นวงเวียนของชีวิตที่เรียกว่า วัฏฏะ เพียงแต่มายากลสร้างความอัศจรรย์ใจชั่วขณะ และการดำเนินชีวิตเป็นมายาที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลง คืบคลานและคืนกลับ หากการคืนสู่การเป็นดินของโลกคือการคืนกลับ ความตายและการดับสูญ ก็ถือว่าเป็น เดอะ เพรสทีจ ของมายากลโลก ที่ทุกๆคนได้เป็นทั้งผู้แสดงและผู้ชมในเวลาเดียวกันเช่นกัน

ครั้งล่าสุดที่ได้ชมมายากล ก็คิดได้ว่า นี่ล่ะคือการแสดงที่เป็นปรัชญาอย่างหนึ่ง ตบตาและคือความจริง เป็นวิทยาศาสตร์และสัมผัสได้ เพียงแต่ว่าใครละที่จะได้ล่วงรู้ เข้าใจ ไปในขณะที่กลนั้นเริ่มแสดง •

.

.

สารบัญ ก้าวฯที่๓๙

 





ตอน ๑๑ : เล่ห์ฅน

15 09 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (...)

โดย (…)

ตอน ๑๑ : เล่ห์ฅน

.

.
“มีเพียงไม่กี่คนในยุทธ์ภพเท่าที่เราพอจะเอ่ยนาม เหล่าจอมยุทธ์ที่ยินยอมแลก ระหว่าง ชัยชนะ กับ สันติภาพ เล่าเติ่ง ระหว่างเรากับท่าน ระหว่างชัยชนะกับสันติภาพ สิ่งใดสำคัญยิ่งกว่า”

-เล่าอู๋เฟิง-

๐๐๐

.

“เห่อผิง เจ้าแทงข้าฯ”

.

สิ้นเสียง เถ้าแก่หลงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงตึงตังคล้ายผู้คนล้มตัวเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ไม่นาน เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่าน ความเงียบงันบังเกิดอีกครา

พลันนั้นเกิดเสียงปึงปังด้านหน้าโรงเตี๊ยม ทำลายความสงบ มีคนเดินนำเข้ามาก่อน ในความมืด มีสามสี่คนที่ถือโคมไฟ แสงสว่างจากดวงโคมส่องกวาดไปทั่วบริเวณ ภายในโรงเตี๊ยมพบเห็นเพียงเหล่าเติ่ง เป็นมันที่ยืนสงบนิ่งเพียงผู้เดียว  ผู้คนในโรงเตี๊ยม กลับอันตรธานไปหมดสิ้น

“พวกมันเล่า?” บุรุษผู้หนึ่งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ในน้ำเสียงคล้ายแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่าง เป็นอำนาจที่ผู้คนปั้นแต่งขึ้นภายใน เหล่าเติ่งหาได้รับรู้สักเพียงนิดถึงกระแสอำนาจที่คนผู้นั้นต้องการสำแดงออกมา

“หลงซีฮั้ว เล่า?”

ไม่มีคำตอบจากเหล่าเติ่ง

จากนั้นเพียงชั่วลมหายใจเดียว ปรากฏผู้คนสวมใส่ชุดสีดำนับร้อยในมือถืออาวุธหลายชนิด ผู้คนเหล่านั้นต่างกรูเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมวิญญูชน ผู้ที่ก้าวเข้ามาคนแรก เดินเข้าหาเหล่าเติ่ง มันเว้นระยะห่างจากเหล่าเติ่งสามสี่ก้าว ในดวงตาแฝงความระแวดระวัง คล้ายกำลังสำรวจบางสิ่งบางอย่างจากมัน

ผู้มาถึงค่อยๆวาดโคมไฟในมือออกไปข้างๆ แสงสว่างจากโคมทำให้พบเห็นกองโลหิตกองหนึ่ง เป็นโลหิตสีแดงข้น คนผู้นั้นค่อยๆเดินเข้าไปใกล้กองโลหิตนั่นยิ่งขึ้น พบเห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของรอยเท้า

“มันไปแล้ว”

เหล่าเติ่งเอ่ยประโยคแรกหลังจากดำรงสภาวะเงียบงันเนิ่นนาน ผู้ที่มองไปคล้ายเป็นหัวหน้ากลุ่มคนนับร้อย มีสีหน้าสงสัย “ไฉนท่านไม่ติดตามมันไป?”

สิ้นเสียงคนกล่าววาจา ยังมีกลุ่มคนอีกมากมายที่กรูเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม ผู้เป็นหัวหน้าออกคำสั่งให้ค้นหาบางอย่าง เหล่าเติ่งยังคงยืนนิ่งตรงตำแหน่งเดิมมิผิดเพียง มันคล้ายต้องการเอ่ยวาจาบางอย่าง และคล้ายต้องการบอกกล่าวให้ได้

ผู้เป็นหัวหน้าคนนับร้อยสังเกตเห็นสิ่งปกติ “ท่านผู้อาวุโสเป็นเช่นไรแล้ว ไฉนท่านไม่อาจเคลื่อนไหว?  หรือว่าท่าน…” กล่าวยังไม่ทันสิ้นคำ ประตูโรงเตี๊ยมที่ถูกเปิดออกแต่แรกกลับกระแทกปิดดัง ‘ปึง’ ลมกระโชกเข้าภายในแรงสะเทือนทำเอาดวงโคมที่ถือดับวูบลง พลันขณะนั้นเกิดเสียงผู้คนร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด ผู้คนในชุดดำมากมายคล้ายอยู่ในความสับสน และในขณะนั้นเอง เสียงเหล่าเติ่งดังก้องขึ้นไปทั่วบริเวณ

“พวกเจ้าอยู่ในความสงบ อย่าได้ขยับตัว”

“เพราะอันใด ไฉนจึงเป็นเช่นนี้” เสียงผู้เป็นหัวหน้ากล่าวออก น้ำเสียงยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ ด้วยเพราะมันต้องแสดงออกซึ่งความเป็นผู้นำ

“นี่เป็นกับดัก หลงซีฮั้วจิ้งจอกเฒ่ากลับซุกซ่อนกลไกไว้ในโรงเตี๊ยม”

“จากนี้เป็นอย่างไร? ท่านไฉนไม่หาทางแก้ไข”

สิ้นเสียงผู้คน กลับเกิดเสียงร้องของใครบางคนกู่ร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงล้มลงตึงตัง เสียงโหยหวนนั้น  คล้ายกับสามารถเข่นฆ่าทหารได้ทั้งกองทัพ เสียงนั้นค่อยๆแผ่วเบา กลับกลายเป็นเสียงหอบหายใจ และเป็นเสียงผู้คนขาดใจตาย ขณะนั้นทุกคนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมกลับสงบนิ่ง ไม่มีผู้ใดกล้าขยับร่างกายแม้แต่นิดเดียว

.

Read the rest of this entry »





ถนนสายนั้น

15 09 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

.

ถนนสายนั้น

.

ถนนสายนั้นเธอไป

ไปด้วยได้ไหม

ไปเก็บดอกไม้นานาพันธุ์

.

เก็บยิ้มหวานมาแบ่งปัน

แบ่งแสงตะวัน

รายทางพบผ่านผู้สัญจร

..

แม้นโลกคือโรงละคร

ในบางฉากตอน

เศร้าโศกนาฏกรรมน้ำตา

.

ถนนสายนั้นจะนำพา

ข้ามห้วยภูผา

สู่สวนเมฆฝันพรรณราย

.

บางช่วงชีวิตใครหาย

ดาวใครแตกกระจาย

เก็บได้จะนำไปคืน

.

บางใครลิ้มความขมขื่น

จะเก็บเริงรื่น

จากเสียงนกไพรให้ฟัง

.

ถนนสายนี้ที่หวัง

ล้วนดินลูกรัง

ฝุ่นมุ่นละอองหมองทาง

.

หมองหม่นม่านแสงเลือนราง

ปรารถนาพราวพร่าง

ไปเก็บดอกไม้นานาพันธุ์

.

กวิสรา

.

สารบัญ ก้าวฯที่๓๙





เล่ห์…กล

15 09 2009

เก็บดีไซน์ใส่ชีวิต โดย ยางมะตอยสีชมพู

.

.

.

.

สารบัญ ก้าวฯที่๓๙





มหัศจรรย์

15 09 2009

ปลิวไปตาม 'รมณ์  -  ปรัชญา พงษ์พานิช

.
.

 

.

มหัศจรรย์

.

                       บางบทเพลงโอบกอดด้วยผัสสะละมุน

                    ทั้งที่ท่วงทำนองและถ้อยคำต่างเชือดเชือน 

                     ดอกไม้บางดอก…กลับมีคุณค่าเมื่อได้พิศ

                              ทั้งที่มันไร้ค่าแม้แต่หมู่ภมร 

                                ไอร้อนจากดวงอาทิตย์

                             ให้ความรู้สึกต่างไปจากเดิม 

                    หลังฝนตก…ไอเย็นยังลอยวนอยู่ในอากาศ

                                ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ 

.

     ฉันไม่ได้คิดจะยกคุณงามความดีนี้ทั้งหมดให้เธอดอก

        เพราะเธอมิใช่ทั้งหมดที่ทำให้ฉันหายใจได้ 

.

                            เพราะเธอเพียง

.

                         …ทำให้เพลงฟังดูอบอุ่น

                         …ทำให้ดอกไม้ชวนมอง

                     …ทำให้ไอร้อนกลายเป็นไออุ่น

                      …ทำให้ไอเย็นกลายเป็นพลัง 

.

          และฉันเพียง

      …ฟังเพลงของเธอ

  …มองดอกไม้ที่เธอชี้ชวน

…สัมผัสกลิ่นเรือนผมยามพลิ้วไหว

…เลื่อนลอยตามเงาของเธอ 

.

          แต่เธอไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้ฉันยังหายใจอยู่ได้

                     ฉันเชื่อเช่นนั้น.

.

.

                            วิปลาสนาการ

.
.
สารบัญ ก้าวฯที่๓๙





Magic Life…

15 09 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

Magic Life…

.

.

.

.

เขียนที่…โต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างห้องนอน

.

สวัสดีจ้ะการ์…

ฉันรู้ดีว่า…เธอคงไม่ได้เปิดดูโปสการ์ดใบนี้และอ่านข้อความด้านหลังของมัน  เหตุผล…เพราะฉันเป็นเพื่อนเธอมาเกือบ 15 ปีแล้ว  รู้จักและรู้ใจเธอดี  อีกอย่างฉันไม่แน่ใจเลยว่า…ตอนนี้เธอจะอยู่ในภาวะที่อ่านข้อความต่าง ๆ ได้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้วหรือยัง  แต่ฉันก็อยากจะเขียนเก็บเอาไว้  ในวันที่หัวใจ…คิดถึงเธอ

แม้เธอจะเกิดความเข้าใจผิดในความรู้สึกต่าง ๆ ที่ฉันมีต่อเธออยู่ในตอนนี้  แต่ฉันก็สามารถเข้าใจได้ว่านั่นเพราะเหตุใด  ฉันไม่ได้โกรธหรือโทษว่าเป็นความผิดของเธอหรอกจ้ะ  ฉันเพียงอยากรู้ว่า…เธอกำลังมีความสุขจริง ๆ ใช่ไหม?

ความจริงฉันก็ควรจะน้อยใจ  ที่เธอให้ความสำคัญกับใครคนนั้นของเธอมากกว่าเพื่อนรักที่คบกันมานานอย่างฉัน  แต่ฉันกลับไม่รู้สึกใด ๆ ต่อเรื่องของเธอ  ไม่โกรธเธอเหมือนเพื่อนบางคน  ที่คิดว่าเธอหลงงมงายไปคนเดียว  หรือไม่สนับสนุนในความคิดหรือการกระทำของเธอเหมือนเพื่อนบางคน  ที่คิดว่ามันเป็น…ความจริง

เพราะฉันเข้าใจเป็นอย่างดีว่า…เธอกำลังอยู่ในกลไกภาพมายา…บนโลกแห่งความเป็นจริง

หากเธอมีความสุขในภาวะแบบนี้  ฉันก็ยินดีด้วย  ฉันเพียงแค่รู้สึกห่วงใย  ในวันที่เธอไม่มีใคร  ที่พร้อมจะเข้าใจและยอมรับ…เท่านั้นเอง

.

ความจริงชีวิตของเธอและฉันนั้นคล้ายกันนะ  เรามีบางสิ่งเหมือน ๆ กัน  แต่น่าแปลกที่ก็มีบางสิ่งที่ต่างกันอย่างเหลือเกิน  อาจเป็นเพราะพื้นฐานของความคิดและอารมณ์เราต่างกันมากมาย  ส่วนหนึ่งเพราะพันธุกรรม  การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อมกระมัง  แต่อีกส่วนฉันคิดว่าพัฒนาการของตัวเราเองนั้นก็สำคัญ

.

พูดถึงการเลี้ยงดูทำให้ฉันคิดถึงแม่  แล้วก็คิดถึงเธอ…

เธอรู้ไหม…แม่ของฉันเคยพูดกับฉันในวันหนึ่งว่า  ฉันอย่าคิดเลยว่า…ชีวิตนี้จะมีคู่ครอง  เพราะผู้ชายที่ไหน  ที่จะมาดูแลเอาใจใส่และเข้าใจฉันเท่ากับคนในครอบครัวนั้นคงไม่มีอีกแล้ว  หรือถ้ามี…ผู้ชายคนนั้นก็คือ…คนดีมาก ๆ

พอเพื่อน ๆ ของเราได้ยินสิ่งนี้ที่ฉันนำไปเล่าให้ฟัง  ทุกคนต่างส่ายหน้าแล้วบอกว่า…ไม่จริงหรอก  อย่าไปคิดอย่างนั้น  ฉันนั่งฟังนิ่งเงียบ…  ไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้สักคำเดียว…  เพราะลึก ๆ ภายในใจแล้วฉันคิดว่า…คนที่ดีจริง ๆ นั้นไม่มีในโลกใบนี้… 

บางที…ฟ้าคงกำหนดมาแล้วว่า  ฉันต้องเกิดมาและพัฒนาตัวเอง  เพื่อเป็นผู้ให้  ผู้ที่คอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ต่าง ๆ  ซึ่งนั่นทำให้ฉันได้พบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าความสุข

บางที…ความรักสำหรับฉัน  อาจเป็นอารมณ์ความรู้สึกเบา ๆ จากบทเพลงรักที่เข้ามากระทบใจ  หรือเพียงการได้ยลมองความรักของคนรักกันในที่สาธารณะแค่เพียงเผิน ๆ  รอยยิ้มน้อย ๆ และความสุขเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นที่มุมปากและแววตาได้ไม่ยากเลย…

.

แต่สำหรับเธอนั้นต่างกัน…  ชีวิตของเธอเหมือนฟ้ากำหนดให้เกิดมาเพื่อการรอคอย  เพื่อรอรับในความรักอันใฝ่ฝันตลอดมาและ…ตลอดไป  คงจะลำบากหากเธอจะต้องใช้ชีวิตตามลำพังในอนาคต  ไม่ว่าสิ่งที่เธอต้องพบเจอต่อไปในวันข้างหน้า  จะเป็นความจริงของความฝัน  หรือเพียงมายากลจากสมองและหัวใจของใครคนใด…

.

ฉันเพียงอยากบอกกับเธอตรงนี้ว่า  ฉันพร้อมจะอยู่เคียงข้าง  ยอมรับและเข้าใจ  และจะส่งความปรารถนาดีจากหัวใจไปช่วยเหลือจิตใจเธอเสมอ  ไม่ว่าผลที่ได้รับนั้นจะร้ายหรือดีก็ตาม…

ก็เป็นเพราะว่า…เพื่อนตายนั้น  จะไม่มีวันทิ้งกันไปจนวันตาย

.

.

แต่บางที…ฉันอาจไม่สร้างความพึงพอใจให้เธอได้มากเท่าที่เธอต้องการ  ก็คงเป็นเพราะว่า…หัวใจของฉัน  ไม่เคยเล่นมายากลได้…แม้สักครั้งเดียว

.

.

.

.

.

.

แด่…เพื่อนรักของฉัน  และผู้ป่วยทางจิตที่ถูกกระทบกระเทือนทางใจทุกคน

.

.

Read the rest of this entry »





วัฏจักรแห่งการสร้างสรรค์ (4)

15 09 2009

วัฏจักรแห่งการสร้างสรรค์

โดย : ซู กราฟตัน

แปลจาก : The Creative Cycle

จาก : คำให้การของนักเขียนเบสต์เซลเลอร์

เจน สงสมพันธุ์ / นิศรัย หนูหล่อ : แปลและเรียบเรียง

ธุลีดิน : ขออนุญาตถ่ายทอด

.

.

๔. ร่างแรก (First Draft)

.

เมื่อมีการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ นิยายหรือเรื่องราวนั้น ๆ มีโอกาสได้รับการต้อนรับอย่างแน่นอน ไม่ว่าฉันจะลงมือกระทำด้วยความเข้าใจผิดหรือความคิดล้าสมัย หรืออะไรก็ตาม สำหรับฉันมันทำให้เดินไปถึงขั้นตอนหนึ่ง..การเขียนอย่างไรล่ะ..

ฉันกลับไปยังเครื่องพิมพ์ดีดและนั่งลง บางครั้งต้องไป ๆ มา ๆ อยู่หลายครั้ง  ฉันมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมในหัวสมอง เรื่องของฉันได้รับการพัฒนาสู่ระดับหนึ่ง จากเริ่มครั้งแรกที่ไม่ปะติดปะต่อ ถึงตอนนั้นฉันต้องติดสินใจว่าจะขึ้นต้นอย่างไร– เริ่มด้วยบทสนทนา หรือแอ๊คชั่น หรือบรรยายตัวละครสั้น ๆ ฉันจะเริ่มตามจินตนาการแล้วเคลื่อนไปสู่รูปแบบสมัยนิยม หรือกรณีดีสุดที่เริ่มตอนจบเรื่องแล้วค่อยคลี่คลายทุกอย่างภายหลัง  การเขียนจะเป็นไปตามความคิดที่ว่าจะเริ่มตรงไหนอย่างไร เรื่องสั้นและนวนิยายนั้นตัวเลือกไม่เหมือนกัน ฉันสนใจในการวางน้ำเสียง กำหนด ‘เสียง’ กำหนดบุคลิกจากการบอกกล่าวที่สามารถจะให้เป็นไปอย่างนุ่มนวลและน่าเชื่อถือ

บางทีฉันกระทำผิดพลาดถึงสองสามครั้งติดต่อกัน ก่อนพบทางที่กำลังเดิน ถ้าโชคดี, ฉันจะพิมพ์ข้อความที่แน่นอนลงไปแล้วก็เลิก  เรื่องของฉันบนกระดาษตอนนี้อยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้ขัดเกลา ดำเนินไปอย่างรวดเร็วจากเปิดถึงจบเรื่อง ซึ่งฉันจะมองเห็นภาพรวมว่าควรเป็นอย่างไร ฉันค้นพบรายละเอียดของตัวละคร เหตุการณ์ประกอบสนับสนุนตัวเรื่อง ฉันไม่ปิดบัง ฉันชี้ให้เห็น

ฉันแสดงทุกสิ่งทุกอย่างออกมา ทุกเรื่องที่เคยรับฟัง ทุกคนที่ฉันเคยพบ การเลือก การปฏิเสธ เปิดอกอย่างหมดเปลือก อุดช่องว่างรอยโหว่ อะไรที่พูด อะไรที่ทำ คำแนะนำอะไรที่จะวางตรงจุดนี้เพื่อผู้อ่านเข้าใจว่าอะไรจะดำเนินต่อไป ตัวเลือกเป็นร้อยเป็นพันถูกสร้างขึ้น บางครั้งสิ่งง่ายสุดทำให้ฉันหยุดชะงักเป็นวัน ตัวอย่างเช่นเจ้าชื่อนี่.. เป็นความยุ่งยากที่จะเขียนจนกว่าฉันจะรู้จักตัวละครของฉัน  ฉันเอาสมุดโทรศัพท์และพจนานุกรมมาเปิดดู ‘การตั้งชื่อสามัญภาษาอังกฤษ’ เพื่อให้ได้เสียงถูกต้อง หรือบางทีชื่อถูกโยนทิ้งไปเลยแต่แรก  ฉันต้องหยุดคิดเกี่ยวกับฉากรอง บางสิ่งซึ่งไม่สลักสำคัญแต่ก็หยุดฉันไว้ไม่ยอมให้เขียนต่อ จนกว่าจะจัดการลุล่วง คำถามง่าย ๆ เป็นร้อยเป็นพัน บางคำถามฉันตอบได้ บางคำถามฉันก็ปล่อยผ่าน

ฉันค่อนข้างเพ้อคลั่งในขั้นตอนนี้ เพราะมันเริ่มครอบงำฉันจริง ๆ ฉันคิดปะติดปะต่อเรื่องราวตลอดเวลา ฝันถึงมัน เร้าใจให้กลับไปยังเครื่องพิมพ์ดีด ร้อนรนที่จะลงมือทำ เดินไปที่เครื่องพิมพ์ดีดอีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกครั้ง ที่สุดร่างแรกก็เสร็จ

ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี สำหรับเรื่องสั้นอาจสองหรือแค่วันเดียว อย่างไรก็ตาม, ช่วงเวลานี้ง่ายที่สุดสำหรับกระบวนการเขียน เป็นงานหนักแต่น่าชื่นใจ จุดประสงค์ของฉันคือ เขียนออกไปให้หมด มิมีสิ่งใดหลงเหลือ อย่าเขียนหน้าแรกหลายครั้งหลายหน อย่าแขวนเรื่องไว้เฉพาะตอนที่ ๑ ฉันเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างทรหด และเมื่อถึงจุดสุดท้ายฉันนั่งลงหอบฮั่ก ๆ ฉันกองกระดาษไว้บนโต๊ะแล้วเดินจากไป ทนไม่ได้ที่จะอยู่ดู ฉันอาจออกไปดูหนัง อ่านหนังสือ คุยกับเพื่อน ดื่มหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ไปเสียจากสิ่งทรมานใจของฉัน

.

๕. ทบทวน (Revision)   

(อ่านต่อฉบับหน้า)

 

*   *   *

 

“การเขียนก็มีเสน่ห์ของมันบางอย่าง คงเหมือนการขี่ม้ากระมัง การพยายามคุมม้าพยศให้ไปในทิศทางที่ต้องการต้องอาศัยการปรับตัวและฝึกฝนมาก แต่เมื่อได้ที่แล้วก็เริ่มสนุก เพราะไม่รู้ว่าเส้นทางที่จะไปนั้นแปลกตาหรือน่าตื่นเต้นแค่ไหน”

วินทร์ เลียววาริณ

.

.

สารบัญ ก้าวฯที่๓๙





INGLOURIOUS BASTERDS สงครามนาซีแบบเควนติน

15 09 2009

กาลครั้งหนึ่ง โดย THEJUI

.

INGLOURIOUS BASTERDS
สงครามนาซีแบบเควนติน

.

ปล่อยให้แฟนประจำรอผลงานอยู่  2  ปี  หลังจาก  Death  Proof  หนังแบ่งครึ่งในชุด  Grind House  ที่ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรีหนังของ เควนติน สักเท่าไหร่นัก  จนมาถึง  INGLOURIOUS BASTERD   ที่หน้าหนังเป็นหนังสงครามโลกครั้งที่ 2  โปสเตอร์มีไม้เบสบอล กับหมวกทหารเปื้อนเลือด  ยิ่งสร้างกระแสความน่าสนใจว่า หนังสงครามในสไตล์  เควนติน  จะออกมายังไง

 

มาคราวนี้ เควนติน คิดสร้างกลุ่มทหารนอกรีตที่ฟอร์มทีมตัวเองขึ้นมาในชื่อ  Basterds  มีร้อยโท อัลโด  เรน เป็นหัวหน้าทีม  แบรด พิทต์  รับบทนี้ได้แบบสบาย ๆ  เป็นบุคลิกแบบกวน ๆ ฮา ๆ  มากกว่าน่าเกรงขาม เป็นบทของพิทต์ในแบบที่เราคุ้นตาจากหลาย ๆ เรื่องก่อนหน้านี้

Read the rest of this entry »





เป็นมากกว่ามายาในกลของ “สำลี”

15 09 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

เป็นมากกว่ามายาในกลของ “สำลี”

.

.

จำกันได้หรือเปล่ากับผู้ชายคนนี้ คนที่เราท่านพบเขาเสมอในการแสดงมายากลเมื่อหลายปีก่อน ชายร่างเล็ก ผิวหมึก และมีชื่อที่ตัดกับสีผิว เขาคือ “สำลี สังวาลย์”  นักมายากลที่เคยสร้างความสนุกสนานและความตะลึงในความสามารถของเขา แม้ว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มรสุมชีวิตจะทำให้เราขาดหายจากการพบปะ และชมการแสดงของเขา แต่ในเวลานี้เขากลับมาแล้ว และได้มานั่งสนทนากับก้าวต่อก้าว ทั้งในเรื่องของมายากล และครอบครัว

มาในวันนี้ สำลีมีมุมมองชีวิตที่น่าสนใจมาก เขามองมายากลเป็นยิ่งกว่ากลสร้างความสนุกสนาน และเขามองเห็นอะไรในนั้น

Read the rest of this entry »





มาริโอกับนักมายากล

15 09 2009

Book Review โดย (...)

โดย (…)

 มาริโอกับนักมายากล

.

 

มาริโอกับนักมายากล : โศกนาฏกรรมแห่งการพักร้อน
โธมัส มันน์ : เขียน
อารตี แก้วสัมฤทธิ์ : แปล

.

มาริโอคือใคร? มันเป็นคำถามที่ผุดขึ้นหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้วค่อนเล่ม ไม่แม้สักคำเดียวที่ผมกวาดสายตาไปพบเจอคนหรืออะไรก็ตามที่อาจจะชื่อมาริโอ

นักมายากล คือ ตัวละครอีกหนึ่งตัวในประโยคบอกเล่าของหนังสือ  มาริโอกับนักมายากล เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว รูปแบบการดำเนินเรื่องเหมือนผู้อ่านกลับกลายเป็นผู้รับฟัง และเรากำลังนั่งฟังชายคนหนึ่งเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตของเขาในช่วงเวลาของการพักร้อนกับครอบครัว ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นในเดือนกันยายน

รู้สึกได้ว่า เดือนกันยายนนั้น ที่ไหนมันก็ร้อนไปหมด มันจึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องเดินทางไปพักร้อน เป็นการพักร้อนแบบครอบครัวเล็กๆ ที่ดูจะวุ่นวายเล็กน้อยกับวัฒนธรรมแปลกที่แปลกทาง (บ่อยครั้งที่เรามักเอาวัฒนธรรมบ้านตนไปเป็นมาตรฐานวัดความเจริญของบ้านเมืองอื่น หรือในบางครั้งก็กลับกัน)

และเรื่องเล่านั้น ทำให้ผมต้องนึกย้อนไปถึงบรรยากาศของการยืนชมการแสดงปาหี่ข้างทาง ด้วยความเคารพ ผมไม่ได้เปรียบเทียบระหว่าง ปาหี่ และ วรรณกรรม ในเชิงลบแม้แต่น้อย

.

Read the rest of this entry »





ก้าวฯที่ ๓๘

1 09 2009

.

ก้าวฯที่ ๓๘

  ก้าวฯที่ ๓๘

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

.

.

 

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





ป.ณ.ใจ : ไม่มีแก่นสาร

1 09 2009

หลังม่านลมและฝุ่นดิน

ป.ณ.ใจ : ไม่มีแก่นสาร

.

เธอที่รัก.

อันที่จริงใช่ว่าฉันไม่เคยมายืนอยู่ ณ ที่นี้ เขาว่าเป็นใจกลางเมืองด้วยเอาสิ่งใดมาวัดก็สุดจะคาดได้ เอาเป็นว่ามันถูกห้อมล้อมด้วยตึกรามสำนักงาน ห้างร้าน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นหนึ่งของรัฐ-เขาว่ากันอย่างนั้น  เป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางสำหรับการสัญจรด้วยรถไฟลอยฟ้า-ฉันขอสมัครใจเรียกเช่นนั้นมากกว่าบีทีเอส  ขณะยืนรอรถขบวนที่จะมุ่งหน้าไปยังเอกมัย จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็ทำให้เกิดความคิดบางอย่าง นี้คือสิ่งที่จะบอกเล่าแก่เธอ.

ภาพตรงหน้าเป็นลานกว้างของห้างสรรพสินค้าใหญ่ มีพนักงานทำความสะอาดพื้นที่เจิ่งนองน้ำฝนเป็นบางจุด ลึกเข้าไปเป็นจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่สามเครื่องเรียงชิดติดกัน-ไม่รู้หรอกว่าชื่อที่ถูกต้องของมันเรียกว่าอะไร ยึดติดกับโครงเหล็กสูงขึ้นไปมากกว่าสองเมตร  เขาใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการเดียวกันทั้งสามเครื่อง  ฉันไม่เข้าใจหรอกนะว่าทำไมจะต้องติดตั้งกันถึงสามเครื่อง เพียงแค่เครื่องเดียวฉันก็มองดูรู้เรื่อง และก็นั่นแหละ ฉันคิดว่าจะมีใครบ้างที่มองเครื่องโน้นทีเครื่องนั้นทีเหมือนฉันในครั้งแรก ๆ บ้าง.

จะด้วยเหตุผลใดก็ตามฉันคิดว่ามันออกจะเป็นการฟุ่มเฟือยผลาญทรัพยากรไปมาก  ไฟฟ้าเอามาจากไหน ก็น้ำมันนั่นเอง  น้ำมันราคาแพงอีกทั้งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  กระนั้นก็เถอะ หากแม้ว่าประเทศเราผลิตใช้เองได้ก็ยังไม่เป็นการสมควรในความคิดของฉันอยู่ดี.

จะว่าไปใช่มีแต่สิ่งที่ฉันเห็น ตามท้องถนนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามีออกถมไป ทั้งเอกชนและของหน่วยงานราชการ  ลำพังใช้ประโยชน์ในราชการก็นับว่าดี แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ไม่พ้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าโครงการนั้นใครเป็นผู้ผลักดัน ว่ากันตามความจริงนั้นคือหน้าที่มิควรเอาหน้าที่หรือผลงานมาบอกว่าเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง หรือถ้าจะบอกก็ควรบอกทั้งหมดจริงไหม ตั้งแต่นาย ก.ไปถึงนาย ฮ. นั่นเลยทีเดียว-เอาไหม

ละแวกบ้านฉันพบเห็นป้ายประกาศผลงานเช่นนั้นอยู่เนือง ๆ จากเหล่าสมาชิกสภาเขต จังหวัด ผู้แทนราษฎร มากันเป็นวาระ เช่นถนนซอยนี้ได้รับการขุดลอกท่อระบายน้ำแล้ว ดำเนินการโดยนายนาย ก.-นี่จะปรากฏก่อนช่วงฤดูฝน หรือไม่ก็ได้รับการฉีดพ่นยากำจัดยุงลายแล้วโดยนาย ก.-คนละคนกันนะ  ข้อความประกาศคุณงามความดีต่าง ๆ ที่ปรากฏบนป้ายนั้นจะแทรกซึมเข้าไปสู่ส่วนความจำของผู้ที่ได้พบเห็นแค่ไหนอย่างไรฉันไม่รู้หรอก ที่แน่ ๆ มันต้องมีและไม่มี ไอ้ส่วนที่ไม่มีก็ไม่เป็นที่สนใจ เขาสนใจแต่ส่วนที่มี  เหมือนจับปลาโดยการเหวี่ยงแห ส่วนที่ไม่ต้องการก็จับคัดทิ้งลงน้ำตามเดิม-ร้ายกว่านั้นคือทิ้งขว้างสะเปะสะปะ แต่ใครจะรู้ว่าส่วนที่คัดทิ้งอาจมีจำนวนมากกว่า  ทว่าอีกนั่นแหละ เขาไม่สนใจ.

จะเรียกว่าเอาแต่ได้อย่างนั้นได้ไหม, ไม่รู้สิ แต่ฉันค่อนข้างรู้สึกอย่างนั้น.

คงเป็นการดีหากฉันปฏิบัติให้ได้ดัง ‘คำสอนของดอนฮวน’ คือฝึกตัวเองให้เห็นโลกเท่าที่มันเป็น ไม่เอาความจริงของโลกมายัดใส่กรอบคิด ไม่เอาความคิดไปบวกกับสิ่งที่มอง เมื่อยกความคิดตัวเองออกจากสรรพสิ่ง ก็จะพบว่าไม่มีอะไรสำคัญเลย ทุกอย่างเท่าเทียมกัน.

นึกแล้วอยากให้ถึงเวลาเย็น ฉันอยากกลับไปอยู่ในโลกเล็ก ๆ และท่องไปในโลกกว้างกับหนังสือสักเล่ม.

.

ส.ค.’ ๕๒

.

ป.ล.

ภาพที่ฉันแนบมาด้วยนี้บันทึกเมื่อเย็นวันเดียวกัน-ไอ้เจ้าจอโทรทัศน์สามเครื่องนี้มันคงเปิดใช้งานมาต่อเนื่องตลอดวัน  ส่วน ‘คำสอนของดอนฮวน’ (The Teaching of Don Juan, Carlos Castaneda) นั้นฉันพบในเรื่อง นักรบกับนักบวช ในหนังสือชื่อ ‘ผ่านพ้นจึงค้นพบ’ ของอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล คิดว่าเธอคงจะสนใจบ้างไม่มากไม่น้อย.

.

สารบัญ ก้าวฯที่ ๓๘








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.