หลังม่านลมและฝุ่นดิน
ป.ณ.ใจ (คิดถึง)
เธอที่รัก.
เธอเคยคิดถึงวันวานบ้างหรือเปล่า ในวันและเวลาที่ดูเหมือนคงที่และหยุดนิ่ง บางครั้งฉันคิดถึงวันหนึ่งในอนาคต และวันหนึ่งแต่หนหลัง
ฉันคิดถึงเธอเสมอ บางครั้งพลั้งเผลอเก็บเอาไปฝัน
เราไม่ได้พบกันกี่ปีแล้วหนอ ปีสองปี ไม่ใช่สิ เนิ่นนานกว่านั้น ฉันลงมือนับนิ้ว หนึ่ง สอง สาม… เกือบหมดทั้งนิ้วมือและเท้า
ขอโทษ, มันเนิ่นนานขนาดนั้นเชียว
คิดภาพไม่ออกหรอกนะว่า หากความสัมพันธ์ระหว่างเราราบรื่นจะเป็นอย่างไร เรายังคงความเป็นเพื่อน หรืออะไรอื่นที่มากกว่านั้นหรือไม่, แน่ละ ฉันไม่รู้
เช่นกัน ดังคำถามที่ถามเมื่อขึ้นต้น เธอคิดถึงฉันคิดถึงวันวานบ้างหรือไม่?
มันต่างกันนิดเดียวนะ ระหว่างความลุ่มหลง กับเพ้อในความระลึกถึงอดีต ฉันถามตัวเองว่า นี้เป็นการโหยหาหรือระลึกถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากกว่ากัน
โหยหาคงไม่ใช่ อย่างน้อยก็อยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันที่ว่า เราไม่พบกันนานมาแล้วและมันไม่ใช่ ฉันไม่สามารถที่จะโหยหาร้องเรียกให้ชีวิตเปลี่ยนย้อนไปได้ มีแต่วันพรุ่งเท่านั้น ที่ฉันสามารถกำหนดมันได้
…
กลางดึกคืนหนึ่งบังเกิดอยากได้ยินเสียงของเธอ, เท่านั้น
ปลายทางรับสาย…ผู้ชาย
ฉันทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วละว่ามันอาจออกมาในรูปนั้น
ฉันค่อย ๆ ระบายลมหายใจ วางสาย นั่งมองท้องถนนกลางดึกที่ว่างวายจากยวดยาน, เท่านั้นเอง
บางครั้งไม่ต้องการมากไปกว่าสนองความอยากของตนเอง ความอยากที่โง่เขลา น่าละอาย น่ารังเกียจอย่างสุดแสนบัดซบ เราล้วนมีความเห็นแก่ตัว ต่างกันที่ว่าใครจะมีมากมีน้อย ใครเห็นคนอื่นมากกว่าตัวเองเท่านั้น
เขาว่าคนเราเมื่อเริ่มแก่ตัวก็มักจะชอบคิดถึงอดีต จริงหรือ?… คิดแล้วได้อะไรถ้าบังเกิดความสุขก็น่ายินดี แต่ถ้าบังเกิดความทุกข์แล้วจะป่วยการคิดถึงไปไย
มันก็เป็นเหมือนหยดหยาดน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงชโลมใจ ก่อเกิดให้มีพลังขึ้นมาอย่างซาบซ่านได้ เหมือนอย่างเราฟังเพลงเก่า ๆ ที่ชื่นชอบ ไม่ได้โหยหาอดีตแต่กำลังชื่นชมอดีต เพลงเหล่านั้นยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้อย่างไรหากเราไม่ชื่นชมชอบ
เธอเองก็เช่นกันไม่เคยหายไปจากความทรงจำ แม้ว่าในส่วนความทรงจำนี้จะถูกบันทึกค้างไว้เนิ่นนานมาแล้ว
เปิดออกดูเมื่อไหร่หัวใจที่เหี่ยวเฉาเริ่มมีเลือดสูบฉีดเข้าออกอย่างมีชีวิตอย่างมีชีวา
ที่รัก, เธอเคยนั่งมอง คิดถึงวันวานบ้างไหม?…
สิงหาคม ’๕๒

ความเห็นล่าสุด