โดย หนุงหนิง
เมื่อครั้งปลาวาฬยังตัวเล็ก
.
.
หนึ่งล้านปีก่อนมีปลาวาฬตัวหนึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังในทะเลสาบเล็กๆ กลางป่าลึก ปลาวาฬตัวนี้มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าทาก มันเป็นปลาน้อยจอมป่วน แสนซน มีชีวิตชีวา กระฉับกระเฉง ขี้เล่น และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อย่างไรก็ดีมันมีความทุกข์ใหญ่หลวง นั่นคือ ความตัวเล็กของมัน มีคนได้ยินมันถอนหายใจอยู่บ่อยๆ “ทุกคนตัวโตกว่าฉันหมดเลย โชคร้ายจังที่เกิดมาตัวเล็ก”
ริมทะเลสาบมีต้นไม้ต้นหนึ่ง มีนกกระสาทำรังอยู่บนนั้น นกกระสาตัวนี้ใช้เวลาทั้งหมดของมันไปกับการจ้องมองทะเลสาบ ทันทีที่ปลาขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ มันจะจับปลาด้วยจะงอยปากที่ยาวของมัน และกลืนปลาลงไปทันที
อยู่มาวันหนึ่งปลาวาฬว่ายขึ้นมายังผิวน้ำ มันต้องการจับแมลงปอซึ่งกำลังบินไล่กวดแมลงวัน ขณะที่แมลงวันเองก็กำลังไล่จับตัวริ้น
นกกระสาบินโฉบลงมาปานสายฟ้าแลบ มันใช้จะงอยปากคาบปลาวาฬ และนำกลับไปที่รังเพื่อจะได้กินสะดวกขึ้น เมื่อถึงรังมันพูด:
.
“เดี๋ยวชั้นจะกินเธอ แต่เธอบอกชั้นก่อนว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร มีอาชีพอะไร ถ้าไม่รู้ว่ากำลังกินอะไรอยู่ จะอร่อยได้ไงจริงมั้ย?”
ปลาวาฬตอบอย่างสิ้นหวัง “ชั้นชื่อปลาวาฬ อาชีพตายเพราะหิว ชั้นเป็นใครน่ะเหรอ? เป็นปลาโชคร้ายที่สุดในโลก”
“ทำไมเธอจึงเป็นปลาโชคร้ายที่สุดในโลกล่ะ?” นกกระสาถาม
“เพราะชั้นเกิดและโตในทะเลสาบที่เล็กจิ๋ว ในบ่อโคลนนี่ไงล่ะ ชั้นไม่ได้เห็นโลกกว้าง ชั้นสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างเพราะเกิดมาตัวเล็ก และตอนนี้เธอกำลังจะกินชั้น จบกัน จะมีใครโชคร้ายกว่าชั้นอีกมั้ย?” ปลาวาฬตอบ
.
ความเจ็บปวดรวดร้าวของปลาวาฬกระทบใจนกกระสาอย่างจัง มันพูดว่า “แล้วถ้าชั้นไว้ชีวิตเธอ เธอจะทำอะไรต่อไป?”
“ชั้นจะพยายามทุกวิถีทางให้ตัวชั้นโตขึ้น ใหญ่ขึ้น”
“ใหญ่ขึ้นแค่ไหน สองเท่าของตัวเธอตอนนี้น่ะเหรอ?”
“ใหญ่กว่านั้น ใหญ่ขึ้นเป็นแสนเท่า”
“งั้นเชียว”
“จริงๆ”
นกกระสาเกาหัวอย่างงๆ หลังจากได้ฟังคำตอบ มันพูดว่า “ชั้นว่าที่เธอตัวเล็กเป็นเพราะเธอเกิดและโตในทะเลสาบที่เล็กมากๆ ทะเลสาบเล็ก ปลาก็มีขนาดเล็กตาม ตอนชั้นเดินทาง ชั้นเคยเห็นทะเลสาบขนาดใหญ่มหึมาที่เค้าเรียกกันว่าทะเล ถ้าเธอสามารถไปถึงทะเลสาบที่เรียกว่าทะเลนี้ได้ล่ะก็ แน่ใจได้เลยว่าเธอจะต้องตัวใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นมากๆ ใหญ่โตมโหฬารเลยล่ะ เพราะทะเลสาบที่เรียกว่าทะเลนี้กว้างใหญ่จริงๆ”
“ใหญ่แค่ไหน? สองเท่าของทะเลสาบที่เราอยู่รึเปล่า?”
“สองเท่า? พูดเป็นเล่น! ใหญ่เป็นแสนเท่า”
.
ปลาวาฬได้ยินดังนั้นจึงพูดว่า “งั้นเธอก็กินชั้นเสียเถอะ ยังไงชั้นคงไม่มีโอกาสได้เห็นทะเลสาบที่เรียกว่าทะเลอะไรนี่หรอก กินชั้นซะ อย่าพูดถึงมันอีกเลย”
นกกระสาตอบ “ไม่, เธอเป็นปลาน้อยที่ไม่เหมือนใคร ชั้นไม่อยากกินเธอ ชั้นจะช่วยเธอเอง เดี๋ยวชั้นใช้จะงอยปากคาบเธอแล้วบินพาเธอไปทะเลสาบที่เรียกว่าทะเล”
“ไม่เอาๆ ใช้ปากคาบเนี่ยนะ เกิดเธอหิวขึ้นมาก็กลืนชั้นแก้หิวน่ะซิ ไม่เอาด้วยหรอก ชั้นเดินเองไปดีกว่า ส่วนเธอก็บินบนฟ้านำทางชั้นไป”
.
เพื่อให้เข้าใจบทสนทนานี้จำเป็นต้องรู้ว่า ณ เวลานั้น ปลาทุกตัวมีตีน รวมถึงปลาวาฬด้วย มันมีตีนขนาดเล็กสีดำรูปร่างคล้ายตีนเป็ดอยู่ข้างลำตัวแต่ละด้าน ปลาวาฬใช้ตีนนี้เดินเล่นเวลาไม่มีอะไรทำ
จากนั้นทั้งสองก็ออกเดินทาง ปลาวาฬเดินอย่างแคล่วคล่องว่องไวไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย มันเดินผ่านป่า ทุ่งหญ้า หุบเขา ในขณะที่นกกระสาบินกำกับเส้นทางอยู่บนท้องฟ้า ทั้งสองเดินและบิน บินและเดิน จนในที่สุดก็มาถึงแหลมเขียวชอุ่มซึ่งยื่นออกไปยังผืนน้ำสีครามกว้างสุดลูกหูลูกตา ที่เรียกกันว่า มหาสมุทร
ดวงอาทิตย์ทอแสงประกายเหนือท้องทะเลที่เงียบสงบ ลอนคลื่นเล็กๆ นับล้านระยิบระยับภายใต้ดวงตะวัน นกกระสาเกาะบนต้นไม้ และพูดว่า
.
“พวกเรามาถึงแล้ว นี่คือทะเลสาบที่เรียกว่าทะเล เธอดำผุดดำว่ายให้หนำใจเลยนะ ชั้นจะบินผ่านมาที่แหลมนี้สองครั้งในทุกๆ พันปี ถ้าเธอมีอะไรจะบอกชั้น ก็มารออยู่ตรงนี้ ชั้นจะมองเห็นเธอ เราจะได้คุยกัน”
“เธอจะมองเห็นชั้นได้ยังไง ชั้นตัวเล็กออกอย่างนี้” ปลาวาฬพูด
“อย่ากลัวไปเลย ชั้นจะมองเห็นเธอ เพราะเธอจะตัวใหญ่ขึ้นจนชั้นมองเห็นได้แต่ไกล ยังไงก็ตามอย่าลืมว่าเธอมีตีน วันไหนเธอไม่ชอบทะเลแล้ว เธอก็ขึ้นมาบนดินแล้วเดินกลับบ้าน ชั้นหมายถึงทะเลสาบของเราน่ะ”
“ใครจะอยากกลับไปบ่อโคลนนั่นกัน?” ปลาวาฬตอบอย่างถือดี
.
แล้วนกกระสาก็บินจากไป ปลาวาฬลงไปในทะเลด้วยความดีใจเหลือล้น ในที่สุดมันก็ได้มาอยู่ในสถานที่กว้างใหญ่ มันรู้สึกว่าตัวมันขยายใหญ่เป็นสองเท่า มันว่ายน้ำอย่างมีความสุขสนุกสนาน ทะเลกว้างใหญ่เหลือคณา ยิ่งว่าย มันก็ยิ่งตัวโตขึ้น, เพื่อให้เรื่องสั้นลง, หนึ่งล้านปีผ่านไป ปลาวาฬกลายเป็นปลาซึ่งมีขนาดใหญ่ ตัวมันใหญ่มาก ใหญ่มหึมา มันหนักราวหนึ่งร้อยตัน ลำตัวยาวอย่างน้อยร้อยเมตร กินปลาเล็กปลาน้อยหนักนับตันในคราเดียว
ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีในช่วงสองสามล้านปีแรก จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ทะเลเริ่มไม่เหมาะกับมันเสียแล้ว สาเหตุหลัก ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้เลยคือ อาหารหาได้ง่ายเกินไป อุดมสมบูรณ์มากไป ในทะเลสาบที่มันเกิดมันเคยหาอาหารด้วยความยากลำบาก มันใช้เวลาตลอดทั้งวันในการหาอาหารใส่ปากท้อง แต่ที่นี่ มันเพียงแค่ลอยตัว กระดกลำตัวขึ้นลงตามกระแสน้ำ อ้าปากให้กว้าง ปลานับล้านก็จะเข้าไปในปากอันกว้างใหญ่ของมันด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นถ้ำใต้น้ำ และพากันว่ายเข้าไปในกระเพาะของมันเอง
เนื่องจากขาดแรงกระตุ้น ปลาวาฬจึงไม่เคลื่อนไหว มันปล่อยตัวให้ไหลไปตามกระแสน้ำในมหาสมุทร และเนื่องจากมันกินมากเกินไป จึงมีปัญหาเรื่องอาหารไม่ย่อย มันอยู่ในสภาพง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา มันอ้วนขึ้น ไขมันห่อหุ้มไปทั่วตัวโดยเฉพาะส่วนหัวซึ่งกลายเป็นที่กักเก็บน้ำมันอย่างดี ไขมันได้ซึมเข้าไปในสมอง มันจึงปวดหัวอย่างรุนแรงอยู่บ่อยๆ นอกจากนอนและย่อยอาหารแล้ว มันก็ไม่รับรู้เรื่องใดอีกเลย
ท้ายที่สุดด้วยความกลัว ปลาวาฬจึงไปปรึกษาหมอที่มีชื่อเสียงทั้งสี่ ได้แก่ ปลาไหลทะเล กุ้งล็อบสเตอร์ ปลาฉลาม และเต่าทะเล
หลังการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด หมอวินิจฉัยโรคได้ดังนี้ “ปลาวาฬป่วยเป็นโรคอ้วน ควรควบคุมอาหารที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นพวกเราขอแนะนำให้กินมากที่สุดเท่าที่จะมากได้” บางคนอาจสงสัยว่าทำไมคุณหมอจึงให้คำแนะนำที่ขัดแย้งกันเช่นนี้ เอ…ใครจะไปรู้ แต่นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ปลาวาฬเริ่มรู้สึกเสียดายทะเลสาบที่ซึ่งมันเกิดและเติบโตมา ที่นั่นเต็มไปด้วยชีวิต เปี่ยมไปด้วยชีวา มันรู้สึกดี แม้จะลำบาก! ปลาวาฬคิด “ชั้นจะไปที่แหลมนั่น และรอนกกระสาบินผ่านมา จากนั้นเหมือนกับคราวก่อน ชั้นจะใช้ตีนเดินกลับไปยังทะเลสาบที่รักของชั้น ทะเลสาบเล็กๆ ปลาตัวเล็กๆ ชั้นแทบรอเวลาที่จะได้กำจัดไขมันเยิ้มๆ นี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว”
ปลาวาฬว่ายน้ำไปถึงแหลม มันตั้งตารอนกกระสา มันไม่ต้องรอนานแค่ราวๆ ห้าทศวรรษเท่านั้นเอง และนั่น, ทันใดนั้นปรากฎจุดเล็กๆ สีดำบนท้องฟ้า จุดนี้ขยายใหญ่ขึ้นๆ จนกระทั่งเห็นเป็นรูปทรงของนกซึ่งมีจะงอยปากและขายาว นกกระสานั่นเอง ทันทีที่นกกระสาเห็นหลังขนาดมหึมาของปลาวาฬซึ่งโผล่พ้นผิวน้ำราวกับเกาะๆ หนึ่ง มันบินลงมาและตะโกนว่า
.
“หวัดดีปลาวาฬ มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”
“ปัญหาก็คือชั้นไม่ชอบทะเล และชั้นไม่อยากตัวโตแล้ว ชั้นอยากกลับทะเลสาบ อยากตัวเล็กเหมือนทาก”
“ง่ายจะตาย เธอก็ขึ้นมาบนพื้นดินแล้วก็เดินกลับไปด้วยตีนเป็ดของเธอ ชั้นจะบอกทางให้เธอเหมือนครั้งที่แล้ว ในวงเล็บนะ เธอพูดถูก ตัวเล็กแต่เฉลียวฉลาดในทะเลสาบดีกว่าตัวโตแต่โง่ในทะเลเป็นไหนๆ” นกกระสาตอบ
.
ปลาวาฬดีใจมาก มันว่ายน้ำเข้าไปใกล้ชายหาดบริเวณปากแม่น้ำ อนิจจา! เหตุการณ์น่าเศร้าสลดก็เกิดขึ้น ปลาวาฬพบว่ามันไม่มีตีนอีกต่อไปแล้ว หรือพูดให้ถูก ตีนมี แต่ไขมันได้หุ้มไว้จนมองไม่เห็น ปลาวาฬร้องครวญอย่างสิ้นหวัง “ให้ตายสิ ชั้นไม่มีตีนอีกต่อไปแล้ว นกกระสา นกกระสาเพื่อนรัก เธอช่วยชั้นหน่อยเถอะนะ คาบชั้นไว้ในปากแล้วพาชั้นไปที่ทะเลสาบที ชั้นจะไม่ลืมบุญคุณเธอชั่วชีวิต”
นกกระสาหัวเราะพลางพูดว่า “ปลาวาฬ ปลาวาฬเพื่อนรัก ไขมันได้เข้าไปในหัวเธอ และดึงเอาการคิดถึงหลักความเป็นจริงของเธอไปเสียแล้ว เธอจะให้ชั้นใช้จะงอยปากคาบยักษ์อย่างเธอซึ่งหนักไขมันเป็นร้อยตันเนี่ยนะ?”
พูดดังนั้นแล้วนกกระสาก็บินจากไป เหลือเพียงปลาวาฬอยู่ในมหาสมุทร กระดกตัวขึ้นลงตามกระแสน้ำ และกินปลานับล้านๆ ตัว บางคราวมันพ่นน้ำขึ้นมาในอากาศ และนั่นคือการสั่งน้ำมูกขณะร้องไห้ของมัน มันร้องไห้และกิน กินและร้องไห้ เพราะคิดถึงวันเวลาที่มันเคยมีความสุขเมื่อครั้งยังตัวเล็ก
ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันบางครั้งเราจึงเห็นปลาวาฬขึ้นมานอนเกยตื้นบนชายหาด และตัวแห้งตายไปบนผืนทราย มันคิดถึงสมัยมันยังตัวเล็ก มันพยายามเหยียดตีนออกมาจากไขมัน แต่ทำไม่สำเร็จและตายไปอย่างสิ้นหวัง จากนั้นชาวประมงก็จับมันแล่เป็นชิ้นๆ เพื่อเอาไขมัน พวกเขาจึงเห็นตีนทั้งสองของมัน ชาวประมงถามว่า “ปลาวาฬมีตีนไว้ทำอะไร?” พวกเขาไม่รู้ว่าปลาวาฬต้องใช้สองตีนนี้ในการเดินทางกลับทะเลสาบ เพื่อจะได้มีชีวิตชีวาและสติปัญญาอีกครั้ง
___________________________________________________
ผู้แต่ง: Alberto Moravia
ชื่อเรื่อง: Storie della Preistoria
ภาพประกอบ: Flaminia Siciliano
ผู้แปล: Nungning


[...] สวนอักษร : [หนุงหนิง] เมื่อครั้งปลาวาฬยังตัวเล็ก [...]