ก้าวฯที่ ๓๕

15 07 2009

.

ก้าวฯที่ ๓๕

 ก้าวฯ ที่ ๓๕

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

 

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





ฝนหรือคือบทเรียนของโลก

15 07 2009

เรื่องจากปก โดย กีรติ

ฝนหรือคือบทเรียนของโลก

.

.

ฝนใครต่อใครต่างรู้จักฝน สิ่งมีชีวิตต่างรู้จักฝนในนิยามที่ต่างกัน แต่นั่นไม่อาจหลุดไปจากคำอธิบายที่ว่า ฝน คือ ของเหลวที่เกิดจากการกลั่นตัวของเมฆสีมอมที่เคลื่อนลงต่ำราวสาวท้องแก่และคลอดออกมาเป็นหยดน้ำ หล่อโลกไว้ให้ชุ่มชื้น

ฤดูฝนในความทรงจำของใครๆ อาจมีไม่เท่ากัน จึงจะขอเล่าเรื่องของสุนัขตัวหนึ่งในบ้านของกีรติซึ่งทำให้ฤดูฝนน่าจดจำมากขึ้น

บ้านของเราเป็นเรือนไทยยกใต้ถุนสูง ที่นั่นได้เกิดเรื่องราวน่ารักๆ ขึ้นของสุนัขพันธุ์ผสมตัวหนึ่ง มันคลอดลูกออกมาสิบตัว แต่ละตัวผอมและบอบบาง ในคืนที่ฝนตกและน้ำก็กำลังไล่ตะล่อมมานั้น เสียงร้องของลูกสุนัขก็ดังขึ้น ปลุกให้คนในบ้านลงมาดู และภาพที่เราได้เห็นคือ การหนีเอาตัวรอดของแม่สุนัขและการอพยพลูกๆของมัน มันค่อยๆ คาบลูกทีละตัว ย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง บางตัวร้องดังมาก แม่สุนัขจะวางลูกและคาบใหม่ เป็นแบบนี้จนคิดว่าปลอดภัยมันจึงนอนและให้ลูกๆ มาดูดนม

น่ารักไหมคะ

แต่สำหรับบางคนได้ผูกฤดูฝนไว้กับการสูญเสีย น้ำตา และความเสียใจ ใช่ มันเป็นอย่างนั้น อย่างกรณีภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอทั่วโลก ชีวิตที่ต้องล้มตาย หลังจากฝนที่บ้าคลั่ง แต่เราได้รับอะไรกลับมา?

ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ เราอาจต้องเป็นนักเรียนที่ดีของโลก มองธรรมชาติอย่างตั้งใจและเป็นกลาง ในเมื่อพื้นที่ของโลกเรานั้นเท่าเดิม การที่เราเจอเหตุการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วม แห้งแล้ง นั่นอาจเป็นผลในทางตรงข้ามกับอีกที่หนึ่ง ในอีกฟากอาจกำลังมีพื้นที่ที่สมบูรณ์ หรืออดอยากไม่ต่างกัน

แท้ที่จริงเรากำลังเพียงหมุนตนเองไปพบกับบทเรียนต่างๆ เท่านั้น ไม่ช้า ฤดูกาลจะเปลี่ยนผัน และฤดูต่อๆ ไปเราก็จะได้พบกับวัฏจักรแบบเดิม เพียงแต่เปลี่ยนตัวอย่างเท่านั้นเอง

อย่างลูกสุนัขเหล่านั้นที่เกิดในบ้านเรือนไทยกลางสวนของกีรติ บัดนี้ก็กลายเป็นปุ๋ยในหลุมดินที่บ้านหมดแล้ว มีอะไรที่ยืนยง

นอกจากความผันแปรแล้ว ก็ยังไม่พบอะไรที่คงอยู่เลย ·

สารบัญ ก้าวฯที่๓๕





ตอนที่ ๙ : เมฆขาวโปรยวรุณ

15 07 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (...)

โดย (…)

ตอนที่ ๙ : เมฆขาวโปรยวรุณ

.

.

เรือใหญ่ ยังคงนิ่งสงบกลางแม่น้ำฉิว สหายใต้หล้าคุกเขาก้มตัวต่ำจนแทบราบไปกับปลายหญ้าที่โบยไหวไปตามแรงลมริมฝั่งแม่น้ำ เหม่อมองท้องฟ้าทอดถอนใจ เหม่อมองลำเรือ-ทอดหายใจอีกครา คิดตั้งคำถามผู้คน แต่มิพบว่าซินแสเกา บัณฑิตธนูทอง อยู่ข้างกายมัน  มีเพียงสภาวการณ์เบื้องหน้าของมันขณะนั้น

กระไรกัน?

มันสงสัย ด้วยเพราะเรือน้อยใหญ่ต่างล่องเข้าหาเรือใหญ่กลางนาวา มิเพียงแต่มีพ่อค้าวานิชผู้มั่งมี อีกทั้งยังพบเห็นเหล่าขุนนางจากเมืองเล็กๆข้างเคียง สวมใส่อาภรณ์ประดับยศครบครัน ราวกับว่าพวกมันมีธุระว่าความการกิจบ้านเมืองกันบนเรือสำราญลำนั้น

กระไรกัน? สุ้มเสียงหนึ่งดังแผ่วเบามาแต่เบื้องหลัง สหายใต้หล้าไม่ขยับกายแม้แต่น้อย ด้วยเพราะเสียงนั้นเป็นเสียงซินแสเกา

Read the rest of this entry »





หิ่งห้อย

15 07 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

หิ่งห้อย

.

.

ในมืดมิดยังแสงแห่งหิ่งห้อย

วูบวับลับคล้อยคอยเปล่งแสง

ต่อหน้าพระจันทร์ยังสำแดง

ความแกร่งในชีวิต – ชีวิตน้อย

.

กวิสรา

 

 

สารบัญ ก้าวฯที่๓๕





ฝนเบาๆ

15 07 2009

ปลิวไปตาม 'รมณ์  -  ปรัชญา พงษ์พานิช

ฝนเบาๆ

โดย

ปรัชญา พงษ์พานิช

 

.

          มวลเมฆครึ้มทะมึน

.

ท่วงทำนองครื้นเครงจากกลองทอมบ้าผสานเสียงฉิ่งฉาบระรัวเร้าใจทำให้บรรยากาศคึกคัก  ชายชาวต่างชาติในชุดฮาวาเอี้ยนพื้นเมืองทำจากเชือกปอฉีกเป็นริ้วนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน  ยืนตั้งท่ารอบางสิ่งบางอย่างอยู่บนแท่นยกระดับสูงจากพื้นประมาณสามเมตร  ในมือถือฝาหม้ออะลูมิเนียมเส้นผ่าศูนย์กลางราวสองฟุตไว้มั่น  เปลวไฟบนกระทะร้อนจัดลุกพรึ่บพร้อมลวดลายกวัดไกวตะหลิวอย่างชำนิชำนาญ

          “Are  you  ready ?   

          เสียงชายในชุดเข้าครัวหน้าเตาไฟตะโกนถามชายชาวต่างชาติที่ตั้งท่ารอห่างออกไปไม่เกินสิบเมตร  เรียกเสียงฮือฮาจากชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่รายล้อมเฝ้ารอชมได้ไม่น้อย

          “Are  you  ready ?  ชายในชุดเข้าครัวตะโกนซ้ำ

          เสียงกลองทอมบ้าระรัวลุ้นระทึก  เสียงผู้คนที่รายล้อมเงียบกริบ  แล้วผักบุ้งในกระทะก็ลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งเข้าหาชายชาวต่างชาติที่ตั้งท่ารออยู่บนแท่น  แสงแฟลชจากกล้องกะพริบวูบวาบ  ผู้คนที่รายล้อมต่างปรบมือและส่งเสียงเฮลั่นด้วยความยินดี

Read the rest of this entry »





เมื่อครั้งปลาวาฬยังตัวเล็ก

15 07 2009

ไปที่ Blog "สวนอักษร"

โดย หนุงหนิง

เมื่อครั้งปลาวาฬยังตัวเล็ก

.

.

หนึ่งล้านปีก่อนมีปลาวาฬตัวหนึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังในทะเลสาบเล็กๆ กลางป่าลึก  ปลาวาฬตัวนี้มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าทาก  มันเป็นปลาน้อยจอมป่วน แสนซน มีชีวิตชีวา กระฉับกระเฉง ขี้เล่น และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  อย่างไรก็ดีมันมีความทุกข์ใหญ่หลวง นั่นคือ ความตัวเล็กของมัน  มีคนได้ยินมันถอนหายใจอยู่บ่อยๆ ทุกคนตัวโตกว่าฉันหมดเลย โชคร้ายจังที่เกิดมาตัวเล็ก

ริมทะเลสาบมีต้นไม้ต้นหนึ่ง มีนกกระสาทำรังอยู่บนนั้น  นกกระสาตัวนี้ใช้เวลาทั้งหมดของมันไปกับการจ้องมองทะเลสาบ  ทันทีที่ปลาขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ มันจะจับปลาด้วยจะงอยปากที่ยาวของมัน และกลืนปลาลงไปทันที

อยู่มาวันหนึ่งปลาวาฬว่ายขึ้นมายังผิวน้ำ  มันต้องการจับแมลงปอซึ่งกำลังบินไล่กวดแมลงวัน  ขณะที่แมลงวันเองก็กำลังไล่จับตัวริ้น

นกกระสาบินโฉบลงมาปานสายฟ้าแลบ  มันใช้จะงอยปากคาบปลาวาฬ และนำกลับไปที่รังเพื่อจะได้กินสะดวกขึ้น  เมื่อถึงรังมันพูด:

.

เดี๋ยวชั้นจะกินเธอ แต่เธอบอกชั้นก่อนว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร มีอาชีพอะไร  ถ้าไม่รู้ว่ากำลังกินอะไรอยู่ จะอร่อยได้ไงจริงมั้ย?”

ปลาวาฬตอบอย่างสิ้นหวัง ชั้นชื่อปลาวาฬ อาชีพตายเพราะหิว ชั้นเป็นใครน่ะเหรอ? เป็นปลาโชคร้ายที่สุดในโลก

ทำไมเธอจึงเป็นปลาโชคร้ายที่สุดในโลกล่ะ?” นกกระสาถาม

Read the rest of this entry »





Falling Rain

15 07 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

Falling Rain

.

Falling_Rain

เขียนข้างหน้าต่างขณะจังหวะสายฝนบรรเลงบทเพลงพลิ้วไหว…

.

.

ท่ามพร่างฝนพราย… (ไฮกุ)

.

ก้อนเมฆเทาเข้มครึ้ม

กลั่นหยดน้ำใสหล่นร่วงลง

วงน้ำเล็กทั่วถนน

.

สายลมหอบไอชื้น

โอบร่างใต้ร่มริมเส้นทาง

กอดกายเย็นใจหนาว

.

ก้าวเท้าที่รีบเร่ง

ฝนเย็นหยุดไว้ใต้ชายคา

ดวงตาสะท้อนฝน

.

บางก้าวยังวิ่งไป

กางเสื้อบังฝนให้คนข้าง

แววตายิ้มสบกัน

.

เด็กน้อยนั่งชิดใกล้

จับเสื้อกันฝนเธอเข้าที่

ซับหยดน้ำบนหน้า

.

รอเวลาฝนหยุด

แดดอ่อนส่องมารุ้งทอสาย

เด็กน้อยยิ้มสดใส

.

คนตัวเล็กก้าวไป

คนตัวใหญ่พากันก้าวแซง

แดดร้อนแรงไล่หลัง

.

ไอชื้นลอยเหนือทาง

มือใหญ่จับมือเล็กแนบแน่น

ค่อยก้าวไปพร้อมกัน…

.

.

.

แด่…เธอ และรอยทางด้านหลัง

 

 

เบื้องหลังของด้านหลัง

.

ภาพโปสการ์ดใบนี้ มองดูแล้วแปลกและแตกต่างจากภาพโปสการ์ดทุกใบซึ่งเสียบอยู่บนชั้นวางขายโปสการ์ดที่ห้องแถวไม้ ซึ่งผ่านอายุมานานวันริมคลองอัมพวาแห่งนี้ ขณะที่ฉันเพ่งพินิจดูว่าจะหยิบภาพนี้ขึ้นมารวมกับภาพโปสการ์ดวิถีชีวิตริมสายน้ำอัมพวาจำนวนหนึ่งที่ได้เลือกไว้หรือไม่ เพราะไม่แน่ใจในความหมายของภาพว่าจะสามารถสื่อกับผู้รับได้มากน้อยเพียงใด ดูครั้งแรกราวกับว่าภาพนี้เป็นภาพ abstract แต่สิ่งที่ฉันเห็นและนึกถึงจากโทนสีและลีลาบนพื้นกระดาษขนาด 4”x 6” ในมือ ก็คล้ายจะเป็นเรื่องราวในแนวสัจนิยมเสียมากกว่า เพราะฉันได้แต่นึกถึงแอ่งน้ำที่เจิ่งนองบนพื้นดินหลังฝนตก ฉันไม่แน่ใจว่าฉันไม่เข้าถึงความลุ่มลึกของงาน หรือเพียงเพราะว่าใจฉันมุ่งจะให้ความสำคัญกับแอ่งน้ำเจิ่งนองซึ่งศิลปินหรือผู้มองคนอื่นอาจไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใดกันแน่

นึกถึงน้ำเจิ่งนองบนพื้นดิน แล้วอดที่จะเงยหน้าขึ้นมองพื้นฟ้าไม่ได้ ซึ่งในฤดูนี้แผ่นฟ้ามิได้กว้างไกลและยิ่งใหญ่ไปด้วยสีครามสดใส หากแต่ถูกหยดน้ำที่กลั่นตัวมากมายร่วมกันระบายให้เป็นสีเทาหม่นครึ้มเข้มกระจายตัวปกคลุมไปไกลแสนไกล… จนสุดท้ายหยดน้ำเหล่านั้นก็ทนแรงดึงดูดของพื้นดินไม่ไหวตกลงมาจากก้อนเมฆสีเทาเบื้องบนในที่สุด…

.

ฉันยังจำได้ว่าหยดน้ำฝนเหล่านั้นหยดลงมากระทบหลังคา แล้วกระเซ็นสายมาตรงถ้วยน้ำกระดาษ ที่ภายในมีเมล็ดถั่วเขียววางอยู่บนกระดาษทิชชู่ชื้น ซึ่งพ่อได้นำงานเพาะถั่วเขียวเพื่อส่งคุณครูชั้นประถมปีที่ 3 ของฉันไปวางไว้ที่ระเบียงบ้าน พ่อบอกว่าให้มันได้รับแสงแดดบ้างน่าจะดี แต่ในฤดูฝนนอกจากมันจะได้รับแดดเพียงแค่บางเวลาแล้ว มันยังได้รับน้ำจากฟ้าแทนละอองฝอยจาก foggy ทำให้ฉันไม่ค่อยต้องรดน้ำเจ้าถั่วเขียวมากนัก ไม่นานรากของมันก็งอกแทงออกมา เมล็ดถั่วสูงขึ้นเพราะต้นของมันที่งอกยาวขึ้นตามมา และฉันก็เติบโตขึ้นด้วยเรียนรู้ว่า น้ำฝนทำให้ต้นไม้ที่เพาะปลูกนั้นโตขึ้นได้…

เมื่ออยู่ประถม 6 ฉันมักได้รับมอบหมายจากคุณครูใหญ่ ให้นำเพื่อน ๆ ไปรดน้ำต้นไม้บริเวณลานรูปปั้นพระแม่มารีอา ซึ่งพระนางยืนเด่นอย่างงดงามอยู่ตรงกลางลาน มีตู้ปลาสร้างไว้ที่ฐานของลานโดยรอบ ชั้นล่างลงมาจากตู้ปลามีการก่ออิฐถือปูนยื่นออกมาสำหรับปลูกต้นไม้ ไม้ดอกมากมายถูกปลูกไว้ที่ตรงนั้น อาทิ ดอกผกากรอง ดอกเข็ม ดอกแพงพวย ดอกเทียนหลากสี ฯลฯ และตรงมุมหนึ่งมีต้นสนฉัตรต้นใหญ่ยืนต้นอยู่ โดยมีดอกเล็บมือนางส่งกลิ่นหอมอย่างมีเสน่ห์เลื้อยพันประดับดอกขึ้นไปตามต้นสนฉัตร หน้าที่ของฉันก็ต้องดำเนินไปทุกเช้าและเย็น ยกเว้นในฤดูฝน ที่ฉันจะต้องรายงานครูใหญ่ไปตามความจริงว่า วันนี้เราไม่ได้รดน้ำต้นไม้กัน เพราะฝนตก… หยาดฝนก็ทำให้เราทุกคนเติบโตและสดใสไปพร้อม ๆ กับต้นไม้และดอกไม้ เหล่านั้น…

.

.2

แล้วฉันก็เติบโตขึ้นเพียงพอที่จะสร้างอาณาจักรต้นไม้ของตัวเองไว้รอบ ๆ บ้าน ฉันเลือกฤดูฝนเป็นเวลาสำหรับการสร้างอาณาจักรต้นไม้ของฉัน เพราะ 25 ฝนที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า ต้นไม้เหล่านั้นจะไม่ตายถ้าฉันปลูกพวกเค้าในฤดูฝน ฉันเลือกต้นไม้หลากหลายพันธุ์ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผล กับคุณพ่อผู้ชายที่ฉันรักมากที่สุด ผู้ชายที่มีความรักและสอนให้ฉันเรียนรู้ที่จะรักในสิ่งต่าง ๆ พ่อสอนให้ฉันเรียนรู้ในอุปนิสัยของต้นไม้ทุกต้นที่เราจะนำมาปลูก เพื่อว่าเราจะได้ดูแลพวกเค้าได้อย่างถูกต้อง พ่อสอนวิธีปลูกต้นไม้ใหญ่ การขุดดิน การรองก้นหลุมด้วยกาบมะพร้าว เพื่อให้อมน้ำไว้เลี้ยงรากต้นไม้ที่เพิ่งลงปลูก กว่าอาณาจักรต้นไม้ของเราจะเสร็จสมบูรณ์ก็กินเวลาหลายเดือนทีเดียว แต่ต้นไม้ที่ได้รับการเอาใจใส่จากเราก็เติบโตให้ดอกผลที่งดงาม ให้ฉันได้เรียนรู้ว่า เราก็เป็นเช่นต้นไม้เหล่านี้ ที่ได้รับการเอาใจใส่ในความคิด ในจินตนาการ และในความฝันจากพ่อแม่ของเราจนเติบโตกระทั่งทุกวันนี้…

 1

 แล้วกล้ามนุษย์ที่พ่อกับแม่เลี้ยงดู ก็เติบโตจนสามารถให้ดอกให้ผลแตกกระจายเมล็ด คืนกลับเป็นต้นกล้าไม้เล็ก ๆ สู่ผืนแผ่นดินประเทศไทย เมื่อฉันและเพื่อนได้ไปปลูกป่าชายเลนกันที่ อ.บางปู จ.สมุทรปราการ ต้นกล้ามนุษย์อย่างฉัน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ราวกับว่าช่วงชีวิตได้แตกหน่อใหม่เล็ก ๆ ออกมา กับวิธีการปลูกป่าชายเลนที่ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อน ความยากลำบากในการเดินบนดินเลน การขุดดินที่ง่ายดายกว่าบนพื้นดินแข็ง แต่ก็ต้องพยุงตัวไม่ให้จมเลน การฝังต้นกล้า การกลบหน้าดินเลน การผูกเชือกต้นกล้ากับไม้หลักเพื่อไม่ให้น้ำซัดพาไป ฉันเติบโตจนได้เรียนรู้ว่า บางครั้งต้นกล้าก็ไม่ได้มีพื้นฐานให้ยึดเหนี่ยวที่แข็งแรงมั่นคง ต้นกล้าบางต้นจึงอาจล้มลงได้ ต้นกล้ามนุษย์ก็อาจจะมีสักวันที่ล้มลงได้เช่นกัน แต่หลักมั่นคงเคียงข้างนั้นมีความสำคัญ หากต้นกล้าล้มลงแต่ยังพิงพักอยู่บนหลักเหล่านั้นได้ ก็ยังจะมีโอกาสได้ยืนต้นขึ้นอีกครั้ง…

ผ่านเวลามานับปี… วันนี้ต้นกล้าป่าชายเลนเหล่านั้นคงเติบโตขึ้นมากแล้ว ฉันนึกถึงวันที่ป่าชายเลนจะเขียวขจี กินพื้นที่เข้าไปในทะเลกว้างไกล ก่อกำเนิดผืนดินที่แข็งแรงขึ้น ใบไม้มากมายเหล่านั้นจะคายน้ำในปริมาณมหาศาลขึ้นไปในอากาศ แล้วไอน้ำก็รวมตัวกัน กลั่นมาเป็นหยดน้ำ สะสมไว้จนหนาหนักบนก้อนเมฆเทาหนาครึ้มนั้น แล้วทิ้งตัวลงมาให้ความชุ่มชื่นกับสรรพชีวิตอีกครา…

.

.

มองเม็ดฝนที่ร่วงพราวตรงหน้า แล้วให้มองลึกเข้าไปภายในใจของเราเอง ฉันหวังว่าสายฝนจะไม่เพียงตกลงมาเพื่อชะล้างฝุ่นละอองที่เกิดจากการสะสมของวันเวลา แต่หยาดฝนควรจะตกลงมาชะล้างฝุ่นละอองบางอย่างที่ตกค้างคาอยู่ภายในใจเราด้วย ไม่ให้ฝุ่นละอองเหล่านั้นเกาะจับหัวใจให้หม่นมัว มองเข้าไปแล้วพบเพียงความเศร้าหมอง ซึมเซา ให้หยาดฝนพร่างพรมความสดชื่น สดใส ชะล้างให้ใจของเรานั้นชุ่มฉ่ำ จนมากพอที่จะเป็นแอ่งน้ำในใจที่ใสเย็น เพื่อโปรยปรายออกไปให้ชีวิตชีวาแก่มวลมนุษย์และสรรพสัตว์รอบ ๆ กาย…

.

issue-35-design-04tn

.





ส่งท้าย

15 07 2009

โดย ธุลีดิน

ส่งท้าย

เรียบเรียงโดย : ธุลีดิน

จาก : On Writing : Stephen King

แปลโดย : นพดล เวชสวัสดิ์

 

ลากนิยายลงจากชั้นอีกที ดีไหม?  น้ำหนักหนังสือในมือจะบ่งบอกเรื่องราวซ่อนเร้นในหนังสือเล่มนั้นก่อนคุณจะเปิดอ่านเสียอีก  แน่นอนที่สุดสิ่งแรกที่จะบ่งบอกออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดคือ ความยาวของเนื้อหา ถัดจากนั้นก็จะเป็นความอุทิศทุ่มเทของนักเขียน ผู้เติมเนื้อหาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา บ่งบอกถึงความอุตสาหะทุ่มเทของผู้อ่านที่จะย่อยเนื้อหาทั้งหมดจนทำความเข้าใจได้  แต่ความหนาเพียงอย่างเดียวไม่อาจระบุความยอดเยี่ยมเป็นเลิศ  มหากาพย์บางเล่มเป็นแต่เพียงขยะกองใหญ่  ไม่เชื่อไปสอบถามนักวิจารณ์หนังสือของผมก็ได้   เขาจะร่ำไห้เวทนาการสังหารหมู่ป่าสนในแคนาดาเพื่อตัดไม้มาพิมพ์หนังสือของผม ในทางกลับกัน เนื้อหาสั้น ๆ ก็ไม่ได้หมายความถึงความหวาน (The Bridges of Madison County ให้ความหวานจนเอียน)  ชั้นนี้พิจารณากันแค่ความอุทิศทุ่มเท  ไม่ว่านิยายเล่มนั้นจะดีหรือเลว  จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว..ถ้อยคำมีน้ำหนัก ไม่เชื่อลองไปถามผู้ทำหน้าที่ส่งหนังสือทางพัสดุไปรษณีย์หรือคนที่ทำงานในโกดังหนังสือก็ได้

คำเรียงร้อยกันเป็นประโยค ประโยคต่อเติมกันเป็นย่อหน้า ในบางคราวย่อหน้าเร่งกระชั้น กลายเป็นลมหายใจ  ลองวาดภาพ แฟรงเกนสไตน์นอนแน่นิ่งบนแผ่นกระดาษ จากนั้นก็มีสายฟ้า มิใช่สายฟ้าจากเบื้องบน หากแต่เป็นประกายแตกเปรียะจากถ้อยคำบรรยาย ซึ่งอาจเป็นย่อหน้าแรกที่เข้าท่าที่สุดที่คุณจะเขียนขึ้นมาได้  ถ้อยคำบางเบาและประจุเข้มข้นด้วยสิ่งที่จะเปิดขึ้นได้   คุณจะรู้สึกได้เช่นเดียวกับความรู้สึกของวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ตระหนกในอกยามชิ้นส่วนอวัยวะที่เขาเย็บร้อยเข้าด้วยกันเบิกตาโพลง กลอกตาสดใสกลิ้งไปมา โอ, พระเจ้าช่วย มันหายใจได้ มันมีชีวิตขึ้นมาแล้ว มันอาจจะมีความคิดของตนเองก็เป็นได้ นรกสาป ข้าฯ จะทำอย่างไรต่อไป?

คุณผ่านลงมาในถาดที่สามในกล่องเครื่องมือ คุณเริ่มเขียนนิยายแล้ว รีรอไปไยเล่า? คุณกลัวอะไรอยู่หรือ? ช่างไม้ไม่เคยสร้างอสูรกาย สร้างแต่เพียง ร้านค้า และธนาคาร ช่างไม้เพียงนำแค่แผ่นไม้ทีละแผ่นมาตอกตะปูติดกับโครงคร่าว ตักปูนทีละฟายมือ วางอิฐเรียงคราวละก้อน คุณเรียงถ้อยร้อยความคราวละย่อหน้า นำเอาคำศัพท์ ประสานกันด้วยไวยากรณ์และสไตล์การเขียนพื้นฐาน ตราบเท่าที่คุณจับระดับน้ำให้เหมาะสมกัน ตราบเท่าที่คุณไสกบถากไม้ให้เรียบหมดจด คุณสร้างได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา สร้างได้แม้คฤหาสน์ขนาดมหึมา หากคุณมีเรี่ยวแรงมากพอ

มีเหตุผลสนับสนุนการสร้างคฤหาสน์ถ้อยคำหรือไม่? ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องประหลาด ผู้อ่าน Gone with the Wind ของมาร์กาเร็ต มิตเชลล์ และ Bleak House ของชาร์ลส ดิกเกนส์ ก็คงเข้าใจเรื่องนี้ได้โดยไม่สนใจคำอธิบายในบางคราว อสูรกายมหึมามิใช่อสูรกาย บางคราว ผลลัพธ์ที่ผุดขึ้นมาให้เห็นงดงามยิ่ง  เราหลงรักนิยายเรื่องนั้นมากไปกว่ารายการทีวีหรือภาพยนตร์ใด ๆ แม้อ่านจนจบหนึ่งพันหน้าเต็ม ๆ ไปแล้ว เราก็ไม่อยากจะพรากจากโลกฝันที่นักเขียนวาดแต้มแต่งให้เราได้อาศัย ไม่อยากจะจากตัวละครสมจริงสมจังผู้อาศัยในโลกใบนั้น  หากเขียนได้ยาวสองพันหน้ากระดาษ อ่านจบแล้วก็ไม่อยากพรากจากโลกฝันสองพันหน้าอยู่ดี ตัวอย่างชัดที่สุด จะเป็น The Rings Trilogy ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน หนึ่งพันหน้ากระดาษของฮ็อบบิต ยังอ่านไม่จุใจสำหรับผู้คนสามรุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แม้แต่จะเติมภาคผนวก The Silmarillion งุ่มง่าม อืดอาดเชื่องช้าเข้าไป ก็ยังไม่จุใจ เพราะเหตุนี้ จึงมี Terry Brooks, Piers Anthony, Robert Jordan กระต่ายกล้าหาญออกเดินทางผจญภัยค้นหานิวาสถานใหม่ใน Watership Down และตัวละครอีกครึ่งร้อยที่นักเขียนรังสรรค์ฮ็อบบิตที่ตนหลงรักและโหยหาคว้าไขว่ พยายามดึงโฟรโดและแซม กลับมาจาก Grey Havens เพราะโทลคีนไม่มีชีวิตสร้างสรรค์ผลงานอีกต่อไปแล้ว

เรื่องพื้นฐานที่สุด เราอภิปรายกันเพียงแค่ทักษะที่เรียนรู้ได้ แต่ทว่าเราเห็นพ้องต้องกันมิใช่หรือว่า แม้แต่ทักษะพื้นฐาน ก็ยังสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเลิศเหนือความคาดหวัง?  เราพูดกันถึงเครื่องไม้เครื่องมือ การทำงานของช่างไม้ พูดถึงคำศัพท์และสไตล์การเขียน แต่เมื่อเราคืบเคลื่อนรุดหน้าต่อไป ขอให้คุณระลึกเสมอว่า  เรากำลังพูดกันถึงมนต์วิเศษที่จะชุบตัวอักษรให้กระโดดโลดเต้นมีชีวิตของตนเอง

On Writing : A Memoir of the Craft : Stephen King

 

"เขียนอะไรก็ได้ ตั้งแต่เรียงความ ไดอารี จดหมาย ไปจนถึงเรื่องสั้น  ที่สำคัญคือต้องจับประเด็นให้ได้ และเขียนมันอย่างมีศิลปะ เช่นเดียวกับจิตรกรที่วาดรูป ประติมากรที่ปั้นดิน หรือนักดนตรีที่ประกอบเพลง

แล้วทำอย่างไรจึงจะได้ขนาดนั้น? ก็ฝึกครับ ฝึกเขียนทุกวัน ฝึกๆๆๆ จนเข้าที่"

 

วินทร์ เลียววาริณ

issue-35-design-04tn





ฝนของ “ภู่มณี” มันไม่มีอะไรนอกจากธรรมชาติ

15 07 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

ฝนของ “ภู่มณี” มันไม่มีอะไรนอกจากธรรมชาติ

.

.

กับฤดูกาลของการเพาะปลูก ใครหลายคนยึดถือฤดูฝนเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เพียงแต่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่รอการมาของฤดูนี้ ว่ากันว่า สายน้ำที่ชุ่มฉ่ำ มักทำให้อะไรๆ ชื่นบาน

          สำหรับนักเขียนที่ชื่อ  ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์ ผู้มักใช้นามแฝงในโลกไซเบอร์ว่า พี่มนู ชายหนุ่มวัย ๒๕ เป็นเช่นนั้นหรือไม่ เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีBA. (English) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, และปริญญาโท MA. (Communication Study) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และใช้ชีวิตหลังจากนั้นด้วยการเป็นอาจารย์พิเศษ และนักเขียนอิสระ เขาผู้ซึ่งอยู่กับธรรมชาติ ทิวเขา และอากาศที่สดชื่น เขามีความรู้สึกอย่างไร กับฤดูฝน มาสนทนากับเขาด้วยกัน

Read the rest of this entry »





ดอกฝนบานในวันหยุด

15 07 2009

Book Review โดย (...)

โดย (…)

ดอกฝนบานในวันหยุด

.

.

ขณะเวลานี้คือเวลาที่ดอกฝนเบ่งบานระใบไม้เขียว เป็นยามที่ผู้เขียนเอนตัวพักกายผ่อนอารมณ์ใต้เรือนระแนงไม้ อีกทั้งเป็นวันหยุดวันหนึ่งในอีกหลายวันที่ฝนพรมลงมาให้ความชุ่มเย็นเป็นช่วงๆ (ช่วงๆ หมายถึง เป็นระยะๆ มิใช่หมีแพนด้า)

 

 

สำหรับใครหลายคนที่ชอบการเดินทางไปไหนต่อที่ไหนในวันหยุด หรือการได้หยุดคือการเดินทาง ฝนอาจเป็นมารร้ายและตัวอิจฉาที่คอยหลอกหลอนผู้คนที่รักที่แจ้งต้องขุ่นข้องหมองจิต

มนุษย์ที่รักการเคลื่อนไหวน้อยอย่างข้าพเจ้าจึงดูจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่โชคดีสำหรับห้วงยามฉ่ำเย็นนี้

หยุดหนนี้(อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาติดต่อกัน) ข้าพเจ้าจึงพกพาหนังสือหนังหากลับมาอ่านที่รังนอนบ้านเกิดสามเล่ม เป็นเล่มที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบและที่อยากอ่านเล่นทบทวนบางสิ่งบางอย่างเพื่อใช้ขีดเขียนเรื่องราวอื่นๆไปอีก

Read the rest of this entry »





ก้าวฯที่ ๓๔

1 07 2009

.

ก้าวฯที่ ๓๔

 ก้าวที่ ๓๔

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

 

issue-34-design-01 issue-34-design-02t issue-34-design-03 issue-34-design-04

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





ทำเอ๋ยธรรม

1 07 2009

เรื่องจากปก โดย กีรติ

ทำเอ๋ยธรรม

.

.

เมื่อกล่าวถึงคำว่า ธรรมะ (ทำ-มะ) หลายท่านคิดถึงอะไร มนุษย์เราให้นิยามและพยายามตีความหมายของคำว่า ธรรม ต่างๆนานา และความเห็นที่เด่นชัดคือ ธรรมะคือธรรมชาติ

สิ่งที่มนุษย์ในสังคม ปฏิบัติเชื่อมโยงต่อกันในสังคมนั้น ได้สร้างสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า สายใยแห่งธรรมชาติขึ้นมา ซึ่งนั้นหากจะนิยามให้ลึกลงไปอีก นั่นคือเรากำลังเรียนรู้สิ่งที่เป็นชีวิตอย่างแท้จริงการเรียนรู้สิ่งเหล่านั้น อาจเรียกว่า ข้อธรรม ก็ย่อมได้ หากแต่ ที่อยู่อาศัย หรือกระบวนบทอาจต่างกัน เรียกต่างกัน แต่นั้นล้วนแต่คือความจริง

ครั้งหนึ่ง ได้ลองคิด ถึงหลักธรรมข้อหนึ่งที่เรียกว่า ธรรมคุ้มครองโลก อันได้แก่  หิริ ความละอายแก่ใจ โอตัปปะ  ความเกรงกลัวต่อบาป ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า นี่คือสิ่งที่ควรปฏิบัติ หรือคือสิ่งที่ควรรักษาเอาไว้  พาลคิดไปว่า รากเหง้าของความเป็นมนุษย์นั้น กำเนิดจากความบริสุทธิ์แท้จริงหรือเปล่า  เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลายท่านอาจคิดว่า กีรติลากยาวไปไกลอีกแล้ว  แต่หาใช่เป็นเช่นนั้น เมื่อเราผูกคำว่า ธรรมคือธรรมชาติแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า ข้อหลักธรรมนานาที่เราได้เรียนรู้นั้น คือธรรมชาติจริงแท้ และมีอยู่เดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพียงแต่มนุษย์ได้สัมผัส ได้ปฏิบัติเท่านั้น อาจยอมรับมายา และความจริงได้  แม้เพียงเพื่อทำความเข้าใจและจัดระเบียบการใช้ชีวิตร่วมกันก็ตาม

ใครบางคนอาจมองว่า การศึกษาธรรมะเป็นเรื่องล้าหลัง และเป็นเรื่องของคนแก่ที่หมดเรี่ยวแรงจะไปช่วงชิงแก่งแย่งตามประสาคนที่กำลังก่อร่างสร้างตัวที่ย่อมหนีไม่พ้นสังเวียนของการแข่งขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธรรมะ เหล่านั้น เป็นเสมอเหมือนสายลมในอากาศ อบอวล เวียนวน และรอการเปิดเผยตัว เมื่อใครสักคนสังเกตและปฏิบัติ

มื่อนั้นคำตอบของการยอมรับว่า มนุษย์คือองค์ประกอบหนึ่งของธรรมชาติเท่านั้นย่อมปรากฏ และอาจตระหนักถึงอายุอันแสนนั้นของเขาเองจนนำไปสู่การเลือกหนทางสันติสุขในการอยู่ร่วมกัน ด้วยหลักธรรมที่นั่นก็คือธรรมชาติที่แท้ ได้ไม่ยากเลย ·

 

 

สารบัญ ก้าวที่ ๓๔





ตอนที่ ๘ : อธรรมกำสรวล

1 07 2009

กระบี่ไร้ยางอาย โดย (...)

โดย (…)

ตอนที่ ๘ : อธรรมกำสรวล

.

.

อาทิตย์อัสดงลงไม่นานนัก  

จันทราลอยกลางนภา  ก็พลันปรากฏแสงนวล

เถ้าแก่หลงมองออกไปภายนอกหน้าต่างบานน้อย ขณะนั้นครุ่นคิดเรื่องราวสืบต่อ  ไม่นานจึงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เพียงครั้งนี้ พวกมันคิดรับประทานอันใดเพื่อประทังความหิวโหยกัน?"

 

กระบี่โปรยบุปผาสีหน้าผ่อนคลายลง มันเหลียวหน้ามองเถ้าแก่หลง   ขณะนั้นเองปรากฏรอยยิ้มประหลาดชนิดหนึ่งประทับในแววตาของมัน   เถ้าแก่หลงเริดคิ้ว   สีหน้าปรากฏร่องรอยความคิดอีกชนิดหนึ่ง มันกำลังคาดคำนวณเรื่องราวบางประการ 

 

ท่านอย่าได้คาดคำนวณให้เนิ่นนานเกินไป 

Read the rest of this entry »





น้ำกลิ้งบนใบบัว

1 07 2009

เก็บดีไซน์ใส่ชีวิต โดย ยางมะตอยสีชมพู

น้ำกลิ้งบนใบบัว

.

.

lie

โกหก พูดปด โป้ปด มดเท็จ ตอหลด ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก ลือ

ลือ โกหก พูดปด โป้ปด มดเท็จ ตอหลด ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก

ลวงหลอก ลือ โกหก พูดปด โป้ปด มดเท็จ ตอหลด ตอแหล หลอกลวง

หลอกลวง ลวงหลอก ลือ โกหก พูดปด โป้ปด มดเท็จ ตอหลด ตอแหล

ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก ลือ โกหก พูดปด โป้ปด มดเท็จ ตอหลด

ตอหลด ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก ลือ โกหก พูดปด โป้ปด มดเท็จ

มดเท็จ ตอหลด ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก ลือ โกหก พูดปด โป้ปด

โป้ปด มดเท็จ ตอหลด ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก ลือ โกหก พูดปด

พูดปด โป้ปด มดเท็จ ตอหลด ตอแหล หลอกลวง ลวงหลอก ลือ โกหก

true

 

 

สารบัญ ก้าวที่๓๔








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.