
โดย ธุลีดิน
ส่งท้าย
เรียบเรียงโดย : ธุลีดิน
จาก : On Writing : Stephen King
แปลโดย : นพดล เวชสวัสดิ์
ลากนิยายลงจากชั้นอีกที ดีไหม? น้ำหนักหนังสือในมือจะบ่งบอกเรื่องราวซ่อนเร้นในหนังสือเล่มนั้นก่อนคุณจะเปิดอ่านเสียอีก แน่นอนที่สุดสิ่งแรกที่จะบ่งบอกออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดคือ ความยาวของเนื้อหา ถัดจากนั้นก็จะเป็นความอุทิศทุ่มเทของนักเขียน ผู้เติมเนื้อหาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา บ่งบอกถึงความอุตสาหะทุ่มเทของผู้อ่านที่จะย่อยเนื้อหาทั้งหมดจนทำความเข้าใจได้ แต่ความหนาเพียงอย่างเดียวไม่อาจระบุความยอดเยี่ยมเป็นเลิศ มหากาพย์บางเล่มเป็นแต่เพียงขยะกองใหญ่ ไม่เชื่อไปสอบถามนักวิจารณ์หนังสือของผมก็ได้ เขาจะร่ำไห้เวทนาการสังหารหมู่ป่าสนในแคนาดาเพื่อตัดไม้มาพิมพ์หนังสือของผม ในทางกลับกัน เนื้อหาสั้น ๆ ก็ไม่ได้หมายความถึงความหวาน (The Bridges of Madison County ให้ความหวานจนเอียน) ชั้นนี้พิจารณากันแค่ความอุทิศทุ่มเท ไม่ว่านิยายเล่มนั้นจะดีหรือเลว จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว..ถ้อยคำมีน้ำหนัก ไม่เชื่อลองไปถามผู้ทำหน้าที่ส่งหนังสือทางพัสดุไปรษณีย์หรือคนที่ทำงานในโกดังหนังสือก็ได้
คำเรียงร้อยกันเป็นประโยค ประโยคต่อเติมกันเป็นย่อหน้า ในบางคราวย่อหน้าเร่งกระชั้น กลายเป็นลมหายใจ ลองวาดภาพ แฟรงเกนสไตน์นอนแน่นิ่งบนแผ่นกระดาษ จากนั้นก็มีสายฟ้า มิใช่สายฟ้าจากเบื้องบน หากแต่เป็นประกายแตกเปรียะจากถ้อยคำบรรยาย ซึ่งอาจเป็นย่อหน้าแรกที่เข้าท่าที่สุดที่คุณจะเขียนขึ้นมาได้ ถ้อยคำบางเบาและประจุเข้มข้นด้วยสิ่งที่จะเปิดขึ้นได้ คุณจะรู้สึกได้เช่นเดียวกับความรู้สึกของวิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ตระหนกในอกยามชิ้นส่วนอวัยวะที่เขาเย็บร้อยเข้าด้วยกันเบิกตาโพลง กลอกตาสดใสกลิ้งไปมา โอ, พระเจ้าช่วย มันหายใจได้ มันมีชีวิตขึ้นมาแล้ว มันอาจจะมีความคิดของตนเองก็เป็นได้ นรกสาป ข้าฯ จะทำอย่างไรต่อไป?
คุณผ่านลงมาในถาดที่สามในกล่องเครื่องมือ คุณเริ่มเขียนนิยายแล้ว รีรอไปไยเล่า? คุณกลัวอะไรอยู่หรือ? ช่างไม้ไม่เคยสร้างอสูรกาย สร้างแต่เพียง ร้านค้า และธนาคาร ช่างไม้เพียงนำแค่แผ่นไม้ทีละแผ่นมาตอกตะปูติดกับโครงคร่าว ตักปูนทีละฟายมือ วางอิฐเรียงคราวละก้อน คุณเรียงถ้อยร้อยความคราวละย่อหน้า นำเอาคำศัพท์ ประสานกันด้วยไวยากรณ์และสไตล์การเขียนพื้นฐาน ตราบเท่าที่คุณจับระดับน้ำให้เหมาะสมกัน ตราบเท่าที่คุณไสกบถากไม้ให้เรียบหมดจด คุณสร้างได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา สร้างได้แม้คฤหาสน์ขนาดมหึมา หากคุณมีเรี่ยวแรงมากพอ
มีเหตุผลสนับสนุนการสร้างคฤหาสน์ถ้อยคำหรือไม่? ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องประหลาด ผู้อ่าน Gone with the Wind ของมาร์กาเร็ต มิตเชลล์ และ Bleak House ของชาร์ลส ดิกเกนส์ ก็คงเข้าใจเรื่องนี้ได้โดยไม่สนใจคำอธิบายในบางคราว อสูรกายมหึมามิใช่อสูรกาย บางคราว ผลลัพธ์ที่ผุดขึ้นมาให้เห็นงดงามยิ่ง เราหลงรักนิยายเรื่องนั้นมากไปกว่ารายการทีวีหรือภาพยนตร์ใด ๆ แม้อ่านจนจบหนึ่งพันหน้าเต็ม ๆ ไปแล้ว เราก็ไม่อยากจะพรากจากโลกฝันที่นักเขียนวาดแต้มแต่งให้เราได้อาศัย ไม่อยากจะจากตัวละครสมจริงสมจังผู้อาศัยในโลกใบนั้น หากเขียนได้ยาวสองพันหน้ากระดาษ อ่านจบแล้วก็ไม่อยากพรากจากโลกฝันสองพันหน้าอยู่ดี ตัวอย่างชัดที่สุด จะเป็น The Rings Trilogy ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน หนึ่งพันหน้ากระดาษของฮ็อบบิต ยังอ่านไม่จุใจสำหรับผู้คนสามรุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แม้แต่จะเติมภาคผนวก The Silmarillion งุ่มง่าม อืดอาดเชื่องช้าเข้าไป ก็ยังไม่จุใจ เพราะเหตุนี้ จึงมี Terry Brooks, Piers Anthony, Robert Jordan กระต่ายกล้าหาญออกเดินทางผจญภัยค้นหานิวาสถานใหม่ใน Watership Down และตัวละครอีกครึ่งร้อยที่นักเขียนรังสรรค์ฮ็อบบิตที่ตนหลงรักและโหยหาคว้าไขว่ พยายามดึงโฟรโดและแซม กลับมาจาก Grey Havens เพราะโทลคีนไม่มีชีวิตสร้างสรรค์ผลงานอีกต่อไปแล้ว
เรื่องพื้นฐานที่สุด เราอภิปรายกันเพียงแค่ทักษะที่เรียนรู้ได้ แต่ทว่าเราเห็นพ้องต้องกันมิใช่หรือว่า แม้แต่ทักษะพื้นฐาน ก็ยังสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเลิศเหนือความคาดหวัง? เราพูดกันถึงเครื่องไม้เครื่องมือ การทำงานของช่างไม้ พูดถึงคำศัพท์และสไตล์การเขียน แต่เมื่อเราคืบเคลื่อนรุดหน้าต่อไป ขอให้คุณระลึกเสมอว่า เรากำลังพูดกันถึงมนต์วิเศษที่จะชุบตัวอักษรให้กระโดดโลดเต้นมีชีวิตของตนเอง
On Writing : A Memoir of the Craft : Stephen King
"เขียนอะไรก็ได้ ตั้งแต่เรียงความ ไดอารี จดหมาย ไปจนถึงเรื่องสั้น ที่สำคัญคือต้องจับประเด็นให้ได้ และเขียนมันอย่างมีศิลปะ เช่นเดียวกับจิตรกรที่วาดรูป ประติมากรที่ปั้นดิน หรือนักดนตรีที่ประกอบเพลง
แล้วทำอย่างไรจึงจะได้ขนาดนั้น? ก็ฝึกครับ ฝึกเขียนทุกวัน ฝึกๆๆๆ จนเข้าที่"
วินทร์ เลียววาริณ
ความเห็นล่าสุด