|
เบื้องหลังของด้านหลัง
.
เส้นทางอัลไพน์-บาวาเรียสู่ดินแดนแห่งทะเลสาบใหญ่บอเดนซี สู่เกาะพฤกษชาติไมเนา (Mainau) ที่มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่งพฤกษชาติ ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยไม้ดอกและไม้เมืองร้อนจำนวนมากตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน เพื่อศึกษาและวิจัยพันธุ์ไม้ดอก-ไม้ใบจากทุกภูมิภาค จึงหลากหลายด้วยดอกไม้นานาพรรณ
ยอดเขา “ซุกสปิตเซ่” ที่สูงสุดในเยอรมนี สามารถเดินทางไปได้อย่างสบาย ๆ ทั้งทางรถไฟ รถยนต์ ไต่เขาและกระเช้าไฟฟ้า เพื่อเดินทางเที่ยวชมทั้งศิลปะโบราณสถาน โบราณวัตถุ กับดอกไม้งามทั้งทิวลิป ฮายาซินต์ ฯลฯ
เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เมืองสุดท้ายของเส้นทางสายโรแมนติกของเยอรมนี และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในการสร้างปราสาทของอาณาจักรบาวาเรีย และ “นอยชวานชไตน์” คือปราสาทซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่…สุดทางสายรัก
.
จากสุดทางสายรัก โปสการ์ดใบนี้บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ในมือของฉัน โดยผ่านมาทางมือของว่าที่สถาปนิกสาวอนาคตไกลลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง เห็นโปสการ์ดครั้งแรก ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ “ ปราสาทนอยชวานชไตน์ ” อันเลื่องชื่อ ฉันนึกถึงภาพจิ๊กซอว์ขนาด 2,000 ชิ้น (1.25 ม. X 1.5 ม.) รูปปราสาทนอยชวานชไตน์ซึ่งแวดล้อมด้วยต้นไม้ใบไม้นานาในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แขวนไว้ที่ผนังด้านหนึ่งในห้องรับแขกของบ้าน ที่ด้านบนเหนือปราสาท จิ๊กซอว์ในส่วนท้องฟ้าชิ้นสุดท้ายได้ขาดหายไป…
ปลายทางแห่งความรักที่อาจเปรียบเสมือนภาพจิ๊กซอว์ ซึ่งรอส่วนเติมเต็มให้สมบูรณ์ของใครหลายต่อหลายคน แต่สำหรับฉัน… ฉันไม่เคยเฝ้ารอชิ้นส่วนสุดท้ายที่อาจตกหล่นหายไป ณ ที่ใดที่หนึ่ง หากแต่ฉันได้ใช้สีฟ้าระบายส่วนท้องฟ้าที่ขาดหายไปนั้นด้วยตนเอง จนถึงวันนี้มานึกถึงวันที่ไม่เคยนั่งเพ้อฝัน ใฝ่หา ก็เป็นเวลานานมากแล้ว…
แต่…ความจริงโลกนั้นมีเหตุผลในตัวมันเอง เคยได้ยินไหมว่าสสารไม่มีวันสูญหายไปจากโลก มันอาจเพียงแค่เปลี่ยนรูปร่างและพลังงานไป บางที…จิ๊กซอว์ที่หายไปนั้น อาจยังคงมีความน่าจะเป็น ที่จะได้พบเจอกันในวันหนึ่ง…
ทางสายรักนำพาให้ฉันคิดถึง “ ความรัก ” จากหนังสือของนักประพันธ์เยอรมันท่านหนึ่ง Bernhard Schlink ผู้เขียนนวนิยายอันเลื่องชื่อ “ The Letter ” แต่ที่ฉันจะหยิบยกมากล่าวถึงนี้ เป็นอีกเล่มหนึ่งของเขา “ Liebesfluchten หรือ เมื่อรักเดินทาง ” ซึ่งภายในเล่มประกอบด้วยเรื่องสั้นเกี่ยวกับความรัก 7 เรื่อง ภายใต้บรรยากาศอันอึมครึม แตกร้าว และแตกต่างของเยอรมันตะวันออกและตะวันตก

เรื่องสั้นเรื่องแรกมีชื่อว่า “ เด็กหญิงกับกิ้งก่า ” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่มีความผูกพันกับภาพเขียนเด็กหญิงกับกิ้งก่าซึ่งเป็นศิลปะแนวดาดาอิสม์ (พื้นฐานของแนวเซอร์เรียลลิสม์) ซึ่งอยู่ในห้องทำงานของพ่อของเขา ความผูกพันลึกซึ้งมากขึ้นไปจนกลายเป็นความรัก เขาหลงรักเด็กหญิงในภาพเสียจนชีวิตรักในความเป็นจริงต้องลุ่ม ๆ ดอน ๆ ภาพเขียนนี้มีประวัติและความลับมากมายที่เขาได้รู้ในที่สุด และสุดท้ายเขาก็เป็นผู้ตัดสินใจทำอย่างหนึ่งอย่างใดกับภาพเขียน เพื่อให้ชีวิตได้ดำเนินต่อไป…
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง “ สามีทรยศ ” ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งย้ายไปอยู่เบอร์ลิน ผู้แต่งผูกร้อยเรื่องด้วยมิตรภาพและความสัมพันธ์ของคนเยอรมันตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดระแวงทางการเมือง ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยนโยบายการเมืองระหว่างประเทศ ไม่เว้นกระทั่งเรื่องเพศสัมพันธ์
หรือในเรื่อง “ ชายคนหนึ่ง ” ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ซึ่งได้รับจดหมายรักจากชายแปลกหน้าที่ส่งตรงถึงภรรยาของเขาที่เพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ด้วยความเจ็บปวด ผิดหวัง และเคืองแค้น เขาจึงตอบจดหมายและทำทุกอย่างเพื่อตามหาตัวผู้ชายคนนี้
เรื่องสั้นเรื่อง “ ขริบ ” เป็นเรื่องความหมกมุ่นครุ่นคิดของชายคนหนึ่งเกี่ยวกับพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา เมื่อเขาตกหลุมรักกับสาวยิว การ “ ขริบ ” หรือ “ ไม่ขริบ ” จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ของชีวิตที่เขาต้องตัดสินใจ
.
เรื่อง “ แม่ถั่วหวาน ๆ ” ตัวละครนั้นประสบความสำเร็จในอาชีพในชีวิตอย่างน่าอิจฉา แต่เขาก็ยังไม่พึงพอใจกับชีวิตตัวเองเท่าไร จึงละทิ้งทุกอย่างในชีวิตเพื่อจาริกแสวงหาคำตอบบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้ค้นพบเท่าไรนัก ก็บังเอิญประสบอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝันและไม่น่าเชื่อว่า นั่นเองที่ทำให้เขาตระหนักรู้ได้ในทันที ว่าความหมายของชีวิตทั้งมวลที่เขาต้องการอยากรู้อยากได้นั้นมันคืออะไร
.
.
.
อ่านจบแล้วสิ่งหนึ่งที่ฉันได้คิดจากเรื่องนี้ก็คือ บางที…คนเรานั้นต้องกล้าที่จะรัก โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่จะได้พบเจอ ณ ขณะรักนั้นจะเป็นเช่นไร จะสุข ทุกข์ เศร้า ผิดหวัง บอบช้ำ ฯลฯ สักเพียงไหน หากเรารู้จักอดทน และคิดวิเคราะห์ให้ละเอียดลึกซึ้งแล้ว รอยทางและความหลังเหล่านั้น จะทำให้เราสามารถมุ่งไปให้รู้จักถึง…ความรักที่แท้ ได้ด้วยตนเอง…
.
และในท้ายที่สุดแล้วส่วนผสมของรสชาติความรักที่ได้ร่วมกันปรุงแต่งนั้น จะเป็นดังซอสความรักที่มีรสชาติเข้มข้น หรือว่าเจือจางไปด้วยวัตถุประกอบอื่น ๆ ก็คงขึ้นอยู่กับวิถีแห่งคนสองคน…
.
.
.
.
.
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- http://th.wikipedia.org
- http://www.marketatnation.com/country/germany.html
- หนังสือ “ เมื่อรักเดินทาง ” เขียนโดย… Bernhard Schlink แปลโดย… สมชัย วิพิศมากูล
|
ความเห็นล่าสุด