เรื่องจากปก โดย กีรติ
บ้านเมืองเรื่องของเรา
.
.
หลายปีมานี้สองหูของข้าพเจ้ารับข่าวสารการเมืองเป็นจำนวนมาก แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข่าวการเมืองที่ข้าพเจ้าสรรหาใส่หูนั้นเปลี่ยนแปลงไป ข่าวการบ้านการเมืองจากบุคคลที่ไม่คิดว่าจะทำความใส่ใจอย่างเด็กๆในครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนบางคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องการเมืองเลย ก็สามารถพูดคุยได้อย่างออกรส
เกิดอะไรกันแน่ในบ้านเมืองของเรา
ข้าพเจ้าอยากเรียกสิ่งนี้ว่า อาการอาวรณ์บ้านเกิด ซึ่งแน่นอนว่านี่คือภาวะการรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในสังคมเรา เรามักพูดเสมอๆถึงศึกนอกบ้านในสมัยก่อน ที่ว่าให้ปกป้องบ้านเกิด หวงแหนแผ่นดินแม่ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว เราต่างตระหนักถึงคำว่าบ้านในทิศทางเดียวกันหรือไม่
ถ้าหากจะถามข้าพเจ้าว่ามีความใส่ใจในเรื่องนี้ในแง่มุมใด ข้าพเจ้าใส่ใจในประเด็นที่ว่า บ้านที่เราอาศัยในนามประเทศนี้ เรารักมันจริงหรือเปล่า บางครั้งข้าพเจ้าคิดว่าพวกเราต่างเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตบนผืนดินเดียวกัน แม้ว่าจะอุดมสมบูรณ์ไม่เท่ากัน แต่เราควรเป็นพืชที่ให้ร่มเงาแก่ดินที่เติบโตขึ้นมา มากกว่าการดูดดึงแร่ธาตุจนดินนั้นเสียสูญหมดค่าราคา
เราเลือกได้ที่จะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ หรือมีค่าเพียงวัชพืช
คำว่าบ้านจะเรียกให้เล็กก็ทำได้ แต่เมื่อสะท้อนความหมายก็ใหญ่กว้างเท่าโลกของเรา ถ้าหากเราไม่คิดว่าเป็นเรื่องของเราแล้ว บ้านก็จะหดสั้นเพียงเรื่องของความเห็นแก่ตนเองเท่านั้น
เคยมีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องบ้าน ซึ่งมาจากบทประพันธ์เรื่องจนตรอกของ ชาติ กอบจิตติ เป็นภาพยนตร์ที่กินใจมาก สะท้อนความใฝ่ฝันและพยายามเพื่อให้มีบ้านของหัวหน้าครอบครัว และการไม่ถวิลหาความสุขในครอบครัวของคนอื่นๆ ในไม่ช้า บ้านก็ไม่มีความหมาย และที่สุดท้ายที่เรียกว่าบ้าน คือคุก
มันต่างอะไรกับบ้านเมืองของเราในเวลานี้ ที่มีคนเพียงบางคนหวังสันติ แต่หลายคนต้องการให้เกิดความขัดแย้ง
เราอาจฝันไกลเกินตัว หรือประเมินความปรองดองของคนในชาติคลาดเคลื่อน หรือแท้ที่จริงแล้ว การเมืองไม่ใช่เรื่องของเรา สุดแต่จะพิจารณา ·
.
ความเห็นล่าสุด