ปลิวไปตาม‘รมณ์ โดย ปรัชญา พงษ์พานิช
กัด!
ก่อนกัด…
ฝุ่นสีแดงจากดินลูกรังฟุ้งตลบ เสียงคำรามขู่กรรโชกดังขรม ผสานเสียงครวญครางจากความเจ็บปวด
หมาสาวพันทางยืนนิ่งบนสี่ขา หางชี้ตั้งขึ้นฟ้า พยายามเพ่งสายตาฝ่าฝุ่นสีแดงที่ฟุ้งตลบ
ฝุ่นสีแดงยังคงฟุ้งตลบ ภาพภายในยังคงเลือนราง หมาสาวยังคงพยายามเพ่งสายตาฝ่าม่านฝุ่นสีแดงที่ฟุ้งตลบ
มันผ่านมาราวสิบห้านาทีแล้ว หลังจากที่หมาสองตัวในม่านฝุ่นสีแดงเกี้ยวพาราสี และพยายามขึ้นคร่อมบนตัวมัน ทั้งที่มันพยายามบ่ายบั้นท้ายหนี แต่ทว่าความพยายามที่จะผสมพันธุ์ของทั้งสองตัวมีมากเกินที่มันจะทัดทาน สุดท้ายมันจำใจที่จะต้องเลือก เลือกที่จะผสมพันธุ์กับตัวใดตัวหนึ่ง ทางซ้ายคือหมาแดง ทางขวาคือหมาเหลือง
มันพินิจพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจ
ตัวหนึ่งก็มีจิตวิทยาดีเลิศ เล้าโลมจนมันอารมณ์เตลิด
อีกตัว ก็เป็นสุภาพบุรุษ นิ่มนวล คงจะไม่ทำให้มันบาดเจ็บ
มันจะเลือกตัวไหนดี
ไม่ว่าจะเลือกตัวไหน อีกตัวย่อมช้ำใจและเจ็บปวด
หรือจะยอมมันทั้งสองตัวดี ให้มันผลัดกันคร่อมขี่บนตัว และให้พวกมันทำภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย พวกมันจะได้ไป ๆ กันเสียที
หมาสาวเหลียวซ้ายแลขวา กระดิกหางไปมา หมาแดง หมาเหลือง ต่างกระดิกหางจนบั้นท้ายส่าย น้ำลายไหลยืดเป็นทางยาวหยดลงพื้นดินลูกรัง ราวกับเห็นกระดูกชิ้นใหญ่วางอยู่ตรงหน้า
หมาสาวกระดิกหางเดินตรงรี่เข้าหาหมาเหลือง มันคิดว่าหมาเหลืองจะสุภาพอ่อนโยนต่อมัน และการผสมพันธุ์กับหมาเหลืองในครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นและจบลงในเวลาอันรวดเร็ว สถานการณ์จะได้กลับคืนสู่สภาวะปรกติ ไม่มีเสียงขู่กระโชกระหว่างหมาเหลืองและหมาแดงให้รำคาญใจ
ก่อนหน้า >> ก่อนกัด
ภายในลังกระดาษด้านข้างติดตราเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง มีลูกหมาสองตัวนอนซบอิงแอบให้ไออุ่นซึ่งกันและกัน มีใครบางคนนำมันทั้งสองตัวใส่ลังกระดาษแล้วเอามาวางทิ้งไว้ในบริเวณวัด และบังเอิญมีใครอีกคนหนึ่งมาพบเข้า ใครคนนั้นก้มลงมองลูกหมาสองตัวในลังกระดาษด้วยความเมตตาสงสาร จึงหอบเอาลังกระดาษบรรจุลูกหมาสองตัวนั้นกลับบ้านมาด้วย
ลูกหมาทั้งสองจึงเติบโตขึ้นมาในรั้วบ้านของใครบางคนนั้นเรื่อยมา
ลูกหมาตัวหนึ่ง มีลักษณะขนเกรียนสีน้ำตาลอ่อน ปลายหางมีขนสีขาวขึ้นแซม ใครคนนั้นตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าเหลือง
ลูกหมาอีกตัว มีลักษณะขนเกรียนสีน้ำตาลเข้ม ที่ปลายเท้าทั้งสี่ข้างมีสีขาวคล้ายห่อหุ้มด้วยถุงเท้าสีขาวสะอาด ใครคนนั้นจึงตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าแดง
ลูกหมาทั้งสองมีความรักความผูกพันกันอย่างสุดซึ้ง
พวกมันเติบโตมาในรั้วบ้านเดียวกัน อาหารมื้อแรกก็เป็นนมกล่องจากจานสังกะสีใบเดียวกัน ยามค่ำคืนเวลาหลับนอนทั้งสองอิงแอบแนบใกล้ใต้เครื่องซักผ้าเครื่องเดียวกัน เจ้านายก็มีเจ้านายคนเดียวกัน โดนลูบหัวและมอบความรักก็จากเจ้านายคนเดียวกัน ลูกหมาทั้งสองมีแม่ตัวเดียวกัน เกิดจากท้องแม่ท้องเดียวกัน และถูกทิ้งลงลังกระดาษใบเดียวกัน
กัด
วันเวลาผันผ่าน หมาเหลือง หมาแดง เติบโตจนกลายเป็นหมาหนุ่มรุ่นกระทง จากเคยมีอาณาเขตเดียวกัน ใช้ร่วมกิน ร่วมนอน ร่วมเล่นสนุกสนานในเขตรั้วบ้าน พวกมันเริ่มสร้างอาณาเขตส่วนตัวและหวงแหนอาณาเขตที่ตัวสร้างยิ่งชีพ จากเคยได้รับอาหารจากจานเดียวกัน กลับต้องแยกจานกันกิน เพราะเจ้าของทนรำคาญไม่ไหวที่จะต้องเห็นพวกมันแย่งกันกิน จากเคยร่วมกระดิกหางเลียเท้าเจ้านาย กลับต้องแย่งกันขอความรักจากเจ้านาย จากเคยปัสสาวะทับรอยกันได้ กลับกลายเป็นเรื่องทุกครั้งที่ปัสสาวะทับรอยกัน
และในเวลาเย็นใกล้ค่ำวันหนึ่ง ที่ด้านนอกประตูรั้วบ้าน มีหมาสาวโฉมสะคราญเยื้องย่างนวยนาดผ่านมา หมาแดง หมาเหลืองต่างตะลึงพรึงเพริดในความงามของหมาสาว มันหารู้ไม่ว่าสันดานดิบที่แฝงกายเร้นลึกในห้วงปรารถนากำลังถูกแรงทะยานอยากผลักดันให้ปะทุออกมาราวกับลาวาคลั่ง
พวกมันต่างส่งเสียงเห่าหอนโหยหวนเรียกร้องความสนใจจากหมาสาว พวกมันไม่เคยรู้สึก ‘อยาก’ อะไรเท่านี้มาก่อน
หมาสาวหยุดชะงักเหลียวมองหมาเหลือง หมาแดงอย่างแปลกใจ ใช่ว่ามันจะไม่เคยพบพานพฤติกรรมกระเหี้ยนกระหือรือแบบนี้มาก่อน แต่มันไม่เคยเห็นหมาที่ไหนกระเหี้ยนกระหือรือได้มากมายเท่าหมาหนุ่มสองตัวนี้
หมาสาวรู้แน่แก่ใจ ว่าหมาหนุ่มทั้งสองด้านในรั้วต้องการอะไรจากมัน แต่ทว่าแม้มันจะก้าวล่วงสู่วัยกำดัดพร้อมจะเจริญพันธุ์ มันก็ยังไม่มีอารมณ์ปรารถนาเรื่องอย่างว่า ชีวิตที่ไม่มีผู้ใดมาข้องเกี่ยวกลับเป็นชีวิตที่สงบสุขจนมันไม่อาจตัดใจลาจาก
หมาเหลือง หมาแดง ต่างเฝ้าร่ำร้องโหยหวน เล็บเท้าคู่หน้าตะเกียกตะกายรั้วไม้จนเป็นรอยเส้นนับไม่ถ้วน
สุดท้ายเมื่อทนความรำคาญไม่ไหว เจ้านายของมันทั้งสองจึงต้องออกจากภายในบ้านเพื่อเปิดประตูรั้วให้แก่พวกมัน
ราวประตูสวรรค์เปิดอ้า พวกมันต่างรีบแก่งแย่งเบียดเสียดกันออกจากรูขุมนรก
หมาสาวยืนนิ่งบนขาทั้งสี่ข้างปล่อยให้หมาแดง หมาเหลืองดอมดมอวัยวะสืบพันธุ์ เพื่อพวกมันทั้งสองจะได้รู้ว่าระดับฮอร์โมนในร่างกายของมันไม่ได้เกิดอาการ ‘อยาก’
ทว่า หมาแดง หมาเหลือง ไม่ให้ความสนใจแม้แต่น้อย ต่างพยายามปีนขึ้นไปคร่อมบนตัวหมาสาว เสียงขู่กรรโชกดังไม่ขาด แสยะปากแยกเขี้ยว แผงขนหลังตั้งชูชัน
หมาสาวเหลียวซ้ายแลขวา กระดิกหางไปมา หมาแดง หมาเหลืองต่างกระดิกหางจนบั้นท้ายส่าย น้ำลายไหลยืดเป็นทางยาวหยดลงพื้นดินลูกรัง ราวกับเห็นกระดูกชิ้นใหญ่วางอยู่ตรงหน้า
หมาสาวกระดิกหางเดินตรงรี่เข้าหาหมาเหลือง มันคิดว่าหมาเหลืองจะสุภาพอ่อนโยนต่อมัน และการผสมพันธุ์กับหมาเหลืองในครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นและจบลงในเวลาอันรวดเร็ว สถานการณ์จะได้กลับคืนสู่สภาวะปรกติ ไม่มีเสียงขู่กระโชกระหว่างหมาเหลืองและหมาแดงให้รำคาญใจ
ขณะที่อวัยวะสืบพันธุ์ของหมาเหลืองกำลังชำแรกผ่านเนื้อหนังของหมาสาว โดยไม่ทันได้ตั้งตัวหมาแดงก็กระโจนกัดเข้าที่คอหอยของหมาเหลืองจนจมเขี้ยว หมาเหลืองหลุดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ทั้งสองตัวแว้งเข้ากัดกันอุตลุดจนฝุ่นตลบ
ฝุ่นสีแดงจากดินลูกรังฟุ้งตลบ เสียงคำรามขู่กรรโชกดังขรมผสานเสียงครวญครางจากความเจ็บปวด
หมาสาวพันทางยืนนิ่งบนสี่ขา หางชี้ตั้งขึ้นฟ้า พยายามเพ่งสายตาฝ่าฝุ่นสีแดงที่ฟุ้งตลบ
ฝุ่นสีแดงยังคงฟุ้งตลบ ภาพภายในยังคงเลือนราง หมาสาวยังคงพยายามเพ่งสายตาฝ่าม่านฝุ่นสีแดงที่ฟุ้งตลบ
หลังกัด
ม่านฝุ่นสีแดงจากดินลูกรังค่อย ๆ จางลง ภาพภายในเริ่มปรากฏชัด หมาสาวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินลูกรัง หมาแดง หมาเหลือง หายไปอย่างไร้ร่องรอย หมาสาวรู้สึกเจ็บแสบตรงบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
มันคิด
‘มันไม่น่าก้าวเข้าไปในม่านฝุ่นสีแดงนั้นเลย เพียงเพื่อจะเข้าไปยุติความขัดแย้งระหว่าง หมาเหลือง กับ หมาแดง แต่ในความชุลมุนมันกลับถูกชำเรา จากหมาเหลือง หรือ หมาแดง หรือมันทั้งสองตัว’
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นปลาบมาราวระลอกคลื่นในฤดูมรสุม หมาสาวพยายามชันกายให้ลุกยืนขึ้นบนขาทั้งสี่ข้างอีกครั้ง
‘ไม่น่าเลย ไม่น่าเลย’
มันคิด ×

เรื่องอิโรติก หักมุม อารมณ์แปลก ที่ไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อน…