ก้าวฯที่ ๔๓

15 11 2009

ก้าวฯที่ ๔๓

 

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

.

.

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





มายา

15 11 2009

Click เพื่อ ขยาย

 

สารบัญ ก้าวฯที่๔๓





ทำมือ ทำไม

15 11 2009

เรื่องจากปก โดย กีรติ

ทำมือ ทำไม

.

.

มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแสวงหาปัจจัยอำนวยความสะดวกมาบำรุงตน ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ครั้งแรกที่เริ่มเย็บผ้า ซ่อมแซมข้าวของ และพยายามเรียกชีวิตของชำรุดให้กลับมาใช้ได้ใหม่ นาทีนั้น ก็รู้ทันทีว่า ทุกๆอย่างในโลกล้วนถูกทำขึ้น ต่างกันแต่เพียงว่า ถูกทำโดยอยู่ภายใต้เครื่องจักร หรือด้วยสองมือเปล่าๆของคนเรานี้

เมื่อครั้งสัมผัสของเล่นที่เป็นพลาสติก หาซื้อจากร้านค้าเล็กๆในหมู่บ้าน กลับมาพบว่า ของเล่นที่ทำจากไม้และเป็นฝีมือของผู้เป็นพ่อก็น่าสนุกไม่แพ้กัน หนำซ้ำเวลามันผุพังเก่าแก่ลง ของเล่นไม้ที่พ่อทำนั้น กลับดูเหมือนมีชีวิต มีลมหายใจและกล่าวเบาๆว่า ไงเพื่อน ทำให้รู้สึกว่าเราโตมาด้วยกันนะ เราแก่ลงไปด้วยกันนะ ในขณะที่ของเล่นที่ซื้อจากร้านมันไปเป็นชิ้นส่วนของขยะในมุมโลกไหนแล้วก็ไม่รู้

แต่เอ..พลาสติกของทำด้วยน้ำมือมนุษย์นี่

ความรู้สึกของคนเราที่พูดถึงของ handmade เป็นสิ่งที่บอกว่า นี่นะคือสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้น มีชิ้นเดียวที่หน้าตาแบบนี้ ไม่มีที่ซ้ำกันนะ แบบนี้คือความเป็นเอกของชิ้นงานเหล่านั้น นี่ล่ะ คือความน่าสนใจและทำให้รู้สึกถึงความเป็นศิลปะและความตั้งใจ ทั้งนี้ก็ด้วยเครื่องจักรและมนุษย์ที่มีศักยภาพแตกต่างกัน ข้อจำกัดของมนุษย์ทำให้ของที่ผลิตด้วยมือมีค่าขึ้น

แต่กว่าที่คนเราจะได้มองเห็นจุดน่าวิเศษตรงนี้ เราเองก็เสพสิ่งผลิตจากโรงงานเสียจนเอียน แต่นั่นก็อาจกล่าวได้ว่า ไม่ทุกอย่างหรอกที่งานทำมือจะสนองได้ดี

และไม่ทุกอย่างเลยจริงๆ ที่เครื่องจักรจะให้สิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์อย่างเรา •

.

cover





การกลับคืน

15 11 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

.

การกลับคืน

.

เถอะจิบจอกน้ำค้างสักสิบจอก

จากกลีบดอกชบา – มาสหาย

อาจเหมือนเราได้กลับจากความตาย

โลกที่ร้ายกลับกลายเป็นพร่างพราว

.

นั่งผิงไฟด้วยกันในค่ำนี้

ดวงใจที่เหน็บหนาวคงหายหนาว

นั่นหิ่งห้อยน้อยนิดยังเป็นดาว

โน่นเรื่องราวมากมายในม่านควัน

.

มีคนบอกว่าฉันเป็นคนบ้า

เห็นน้ำค้างกลางป่า เป็นสวนสวรรค์

หัวเราะอยู่โดดเดี่ยวให้เสี้ยวจันทร์

กลับหยันเขาด้วยใบหน้าอันเฉยเมย

.

มีคนบอกว่าเธอเป็นคนบ้า

แสวงหาอันใดไม่เปิดเผย

ถนอมเถ้าคืนวันอันล่วงเลย

กระซิบหาความคุ้นเคยที่ร่วงราย

.

นานมาแล้วเราพลัดหลงในวงกต

เศร้าสลดกับดวงใจสิ้นสลาย

กลางเมืองความรุ่งโรจน์-เราตีบตาย

มนุษย์หมายย่ำมนุษย์ รุดหน้าเดิน

.

แม้นแต่เมฆเบื้องบนมีเจ้าของ

เขาจับจองฟ้ากว้างทางนกเหิน

ภูเขา-ทราย-ทะเล-เร่ขายเพลิน

ประเมินเป็นราคา -น่าเศร้าใจ

.

เอาอีกไหมน้ำค้างสักสิบจอก

เป็นน้ำใจจากดอกไม้ สะอาดใส

ดนตรีแห่งกรุณา – จากป่าเรไร

นาฎการณ์หลังกองไฟ – เงาไผ่ระบำ

.

ณ ค่ำนี้ เรามีที่  อันเป็นที่

โลกปราณีโอบเอื้อ – เราดื่มด่ำ

บางความง่ายความเงียบช่างลึกล้ำ

และได้นำเราไปสู่สุขลึกลึก

.

..เอาอีกไหมน้ำค้างสักสิบจอก…

.

กวิสรา  2552

.

cover





Hand Made – Heart Made

15 11 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

Hand Made – Heart Made

.

.

เขียนที่โต๊ะหนังสือข้างหน้าต่าง…

.

สวัสดียัยลักษณ์

เป็นคำถามเชย ๆ  แต่ก็อยากจะถามเธอว่า…  เธอสบายดีไหมเอ่ย?  พบเจอเธอทีไร  ฉันจะรู้สึกเหมือนเธอสบายดีในทุก ๆ ครั้ง  เพราะว่าเธอไม่เคยบ่นหรือรำพึงรำพันถึงความทุกข์ยากอะไรออกมาให้ฟังแม้แต่สักครั้งเดียว  แต่เมื่อฉันมองหน้าเธอ  ก็จะได้พบใบหน้างอ ๆ เหมือนแบกทุกข์ของโลกทั้งใบไว้อย่างนั้น  ฉันจึงสรุปว่า…เธอเป็นคนอมทุกข์อมสุข  ซึ่งปากแข็ง!

ความจริง…เพื่อน คือ คนที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน 

แต่สำหรับเรา… ทุกข์สุขนั้นแผ่ออกมาจากหัวใจสู่รอบตัว  แล้ววนเวียนอยู่ในพื้นที่ว่างระหว่างเรา  ไม่ต้องพูด ไม่ต้องบอกอะไรหรอก  ในความเงียบงันนั้น  ฉันรับรู้ถึงข้างในใจเธอได้เสมอ…

.

.

เห็นโปสการ์ดใบนี้แล้วก็อยากจะส่งมาให้กับเธอ  เธอได้ยินเสียงลอยออกมาจากผู้หญิงในภาพโปสการ์ดนั้นไหม?  ผู้หญิงคนนั้นเพียงต้องการถามเธอสักนิดว่า…  เธอเหนื่อยไหมกับการวิ่งตามเทคโนโลยี  ในวันที่โลกมาไกลถึงตรงนี้  เธอก็ต้องวิ่งวุ่นหาความไกลออกไปอีก…

.

ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย…  ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ชอบชวนฉันไปหาที่สงบ ๆ หยุดพักใจ  ชวนไปปฏิบัติธรรม  ฉันเห็นด้วยกับเธอนะ  บางครั้งโลกทำให้หัวใจและย่างก้าวของเราต้องเดินทางอย่างรวดเร็ว  หากเรามีสติรู้ตัว  รู้จักหยุดนิ่ง  ให้เวลากับการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา  พินิจกับปัจจุบันที่เป็นอยู่  ว่าสิ่งใดที่เราทำแล้วไม่ดี  หรือทำให้สิ่งอื่นใดต้องเดือดร้อน  หรือกับบางสิ่งที่ทำพลั้งพลาดไป  ก็น่าจะทำให้เราสามารถคิดและทำสิ่งที่อยู่ในอนาคตได้ดีขึ้น

ทุกวันนี้… ในแต่ละวันที่เราก้าวเท้าออกจากบ้าน  แม้วันนั้นจะเป็นวันที่ท้องฟ้าโปร่งใส ลมพัดเย็นสบาย นกน้อยขับขานบทเพลงไพเราะ  แต่อันตรายกลับซุกซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศทั่วไป  ก็คนเรานั้นมากมี  และความหลากหลายของคนเราก็มากมาย  ผู้คนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่กับความตึงเครียดของการงานหรือปัญหาเศรษฐกิจ  บางคนปล่อยให้ใจวิ่งวุ่นหมุนวน  ค้นหาทางออกไม่ได้  หรือระบายความรุ่มร้อนภายในใจออกมาด้วยวิถีทางที่เลวร้าย  สุดท้ายความเดือดร้อนก็บังเกิด

บางที…การที่เขาจะได้หยุดพักใจอย่างเธอบ้าง  หรือหาวิธีชะลอความเร็วของใจด้วยกิจกรรมบางอย่าง  เช่น  การทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดลออ ใช้สมาธิ  สังคมของเราคงมีพื้นที่สำหรับความไว้ใจกัน ความสบายใจ และความสุขมากขึ้นกว่านี้…

.

.

.

.

.

สักวันหนึ่ง… เราจะได้ไปปฏิบัติธรรมกัน  เพื่อที่ว่า…เราจะเป็นคนหนึ่ง  ที่หัวใจหมุนด้วยความเร็วคงที่อย่างพอดี  และเป็นคนที่จะช่วยทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น…

.

.

.

.

.

แด่… ลักษณ์เพื่อนรัก  และจิตใจที่เร็วร้อนของผู้คน

.

Read the rest of this entry »





โครงเรื่อง (๒)

15 11 2009

Click เพื่อ ขยาย

cover





Law abiding citizen เทศกาลหนังเจอราด บัตเลอร์

15 11 2009

กาลครั้งหนึ่งฯ โดย THEJUI

Law abiding citizen เทศกาลหนังเจอราด บัตเลอร์

Law abiding citizen

เป็นศัพท์ที่ไม่คุ้นหูเลย อ่านซับไตเติ้ลเขาแปลว่า “พลเมืองผู้เคารพกฎหมาย” ดูแล้วได้ศัพท์ขึ้นมาหน่อย

เดือนนี้ได้ดูหน้า เจอราด บัตเลอร์ ติดกันสามสัปดาห์เลย  จบจาก Gamer ก็มี The ugly truth ต่อ  ถัดมาอีกสัปดาห์ก็เป็น Law abiding citizen เลย  ไม่น่าเชื่อว่าหนัง 300 จะแจ้งเกิดดาราได้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ ตัว บัตเลอร์ เองก็ฉลาดในการรับงานด้วย  เพราะไปรับเล่น p.s. I love you ก็ได้เสียงชื่นชมในทางดี  แกเลยเล่นได้ทุกแนวเลย   ไม่จำกัดวงตัวเอง  หลังหมดฤดูซัมเมอร์ที่หนังฟอร์มใหญ่แห่กันออกมาจนหมดแล้วก็เป็นฤดูคั่นเวลาที่หนังฟอร์มเล็กกว่าจะได้ทะยอยเข้าโรงฉายกัน Law abiding citizen เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ  ที่อาทิตย์นี้ใครๆ ก็แห่ไปขึ้นรถไฟฟ้ามาหานะเธอกันหมด

หนังเป็นผลงานกำกับของ F. gary gray ที่ถนัดมากๆกับหนังแอ๊คชั่น  เครดิตที่ผ่านมาของ gray สนุกทุกเรื่องครับ Negotiator , Set it off , Italian job

เรื่องนี้  บัตเลอร์ รับบทเป็น ไคลด์ เชลตัน พ่อบ้านที่อยู่กับเมียและลูกสาวในค่ำคืนที่อบอุ่น  หนังเดินเรื่องเร็วดี  เสียงกริ่งประตูดัง เชลตัน เดินไปเปิดประตู  คนร้ายเอาไม้เบสบอลตีแสกหน้าล้มลง  คนร้ายสองคนเอามีดจิ้มพุง บัตเลอร์ แล้วก็ไป จิ้มพุงเมียต่อ  ลูกสาวเดินออกมาเห็น คนร้ายก็เดินไปอุ้มลูกสาว  ไม่มีภาพชะตากรรมให้เห็น  แต่พูดถึงว่าทั้งลูกและเมียตายหมดคนร้ายซัดทอดกันเอง  ผลการตัดสินคือประหารหนึ่งคน  อีกคนนึงติดคุกแค่ 3 ปี เชลตัน โกรธแค้นหมดทั้งอัยการ  ผู้พิพากษา  และระบบยุติธรรม  เก็บงำควแค้นสิบปี  แล้วจึงเริ่มต้นแก้แค้น องค์กรยุติธรรมของรัฐฟิลาเดเฟีย  ตามบท เชลตัน คือผู้ร้ายของเรื่อง  ในขณะที่ เจมี่ ฟอกซ์ ในบทอัยการ นิค ไรซ์ นั้นเป็นพระเอก  แต่ด้วยบทที่คนดีถูกรังแกแล้วแก้แค้นนั้นทำให้ดูแล้วรู้สึกเอาใจช่วย  เชลตัน แก้แค้นมากกว่าที่จะเชียร์พระเอกอย่างไรซ์

เชลตันเริ่มต้นกระบวนการด้วยการเก็บ ดาร์บี้ ฆาตกรที่ฆ่าลูกเมียเขาแล้วออกมาลอยนวลด้วยวิธีการสุดโหด  เรื่องราวสนุกตรงที่ เชลตัน ไม่หนียอมโดนจับเข้าไปในคุก  หนังเริ่มสนุกตรงนี้ เชลตัน เริ่มเรียกร้องขอที่นอน  อาหารหรู  แลกกับชีวิตของคนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีของลูกเมียเขา  แรกๆ ไรซ์ปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นว่า เชลตันทำได้จริงก็เลยต้องยอมทุกข้อเรียกร้องให้ทันเวลา  แต่เหยื่อของ เชลตัน เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ไรซ์ ก็ต้องรีบหาทางสืบ  เร่งแก้ปริศนาว่า เชลตัน ฆ่าคนด้วยวิธีการอันแยบยลได้อย่างไร  ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในคุก ระหว่างที่สืบหาเพื่อนร่วมงานหัวหน้าก็เริ่มเสียท่า เชลตัน ไปทีละคนๆพร้อมกับเผยเบื้องหลังว่า เชลตัน คือมันสมองที่ CIA ยังต้องพึ่งพาในการสังหารศัตรูยากๆในบางครั้ง

จนถึงไคลแมกซ์สุดท้ายเป้าหมายของเชลตันคือที่ประชุมนายกเทศมนตรี  ที่เชลตันกะสังหารแบบล้างบาง  ซึ่ง ไรซ์ ต้องหาทางหยุดให้ทัน  ไปลุ้นกันดู  หนังเฉลยวิธีการของ เชลตัน ในตอนท้าย ซึ่งเฉลยก็ออกมาดูเกินความเป็นจริงไปมาก  แต่ก็นะดูหนังเอาสนุกก็ต้องปล่อยวางเรื่องเหตุและผลไปบ้าง  ภาพไฟในฉากจบถ่ายออกมาสวยมากๆ

บทเป็นไปได้ยาก ที่ นิก ไรซ์ พระเอกของเรื่องได้ความเห็นใจเข้าข้างจากคนดู  เพราะภาพพจน์ทนายหรืออัยการในสังคมอเมริกันเป็นอาชีพที่ไม่เป็นที่รักนักของประชาชน  เพราะอาชีพนี้อยู่ได้ก็ด้วยการฟ้องร้องค่าเสียหายแล้วคนอเมริกันนี่เดินออกจากบ้านก็มีสิทธิ์โดนฟ้องแล้ว  เหตุอีกอย่างเพราะตั้งแต่ต้นหนังปูมาให้เห็นว่า นิก ไรซ์ เป็นอัยการที่ล่าแต้มคดีที่ตัวเองชนะ  ทำทุกอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จในอาชีพของตัวเอง  หนังเลยต้องยัดเยียดความโหดใส่ในบทของ เชลตัน แบบไร้เหตุผล  และเริ่มฆ่าคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยแล้วรวมถึงตัวละครหลักบางตัวในกลุ่มทำงานของ นิก ไรซ์ แต่สุดท้าย ไรซ์ ก็ยังไม่ได้รับการเอาใจช่วยจากผู้ชม  แต่ความสนใจกลับอยู่ที่ความกระหายใคร่รู้ปริศนาการทำงาน  วางระเบิดของ เชลตัน ว่าทำได้อย่างไรมากกว่า

จนจบหนังก็ไม่ได้พยายามอธิบายภาพพจน์ที่ดีของกระบวนการยุติธรรมอเมริกันที่ว่าผู้เสียหายที่บริสุทธิ์ทำไมถึงไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นนี้  และในชีวิตจริงก็เชื่อว่าต้องมีเหยื่อแบบนี้ในสังคมจริงๆ เชลตัน จึงเปรียบเหมือนตัวแทนคนเอาคืนความยุติธรรมที่ได้ใจคนดู

เป็นหนังอีกเรื่องที่ความสนุกมีมากกว่าที่เห็นจากตัวอย่างหนัง  ที่ทำออกมาน่าสนใจแล้ว แต่ก็ยังมีฉากการสังหารอีกหลายๆฉากที่ไม่อยู่ในตัวอย่างหนัง  รวมถึงฉากโหดๆ ที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นด้วย   แปลกใจ  แล้วที่มีคำเตือนขึ้นก่อนหนังฉายว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุมากกว่า 18 ปี  หนังมีฉากหั่นศพเห็นหัว แขน ขา เป็นชิ้น  ฉากระเบิดใส่หัวกบาลสมองไหลฉากแทงคอ  แทงซ้ำๆ เลือดกระฉูดท่วมตัว โหดมาก ทั้งๆที่บทก็ไม่ได้กล่าวถึงปูมหลังว่าทำไม เชลตัน ถึงโหดใจร้ายได้เพียงนี้   ฉากระเบิดเล่นเอาสะดุ้งแรงๆ ได้เหมือนกัน เพราะไม่มีภาพนิ่งๆเสียงเงียบๆให้เตรียมตัวเตรียมใจเหมือนหนังสยองขวัญ

เรื่องการแสดงไม่มีอะไรให้พูดถึงสำหรับหนังแอ๊คชั่นแบบนี้ บัตเลอร์ ได้โชว์หุ่นในฉากเปลือยที่ให้เห็นความเฟิร์มที่ยังคงรักษาหุ่นเฟิร์มได้เหมือนตอนเล่น 300 เป๊ะ  เรื่องนี้เป็นหนังผู้ชายครับบทผู้หญิงเป็นตัวประกอบหมด ไม่มีใครน่ากล่าวถึง

 

สารบัญ ก้าวฯที่๔๓





มือทำ(หน้าที่)แทนเสียง ของสินธุ บุณยเนตร

15 11 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

มือทำ(หน้าที่)แทนเสียง ของสินธุ บุณยเนตร

.

.

องค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ไม่มีส่วนใดที่ไม่สำคัญ ทุกๆ ส่วนล้วนมีความเชื่อมโยงถึงกัน และไม่อาจทำหน้าที่แทนกันได้ นอกเสียจากจะเป็นบางคราวเท่านั้น ที่ร่างกายบางส่วนจะรับหน้าที่บางอย่าง ชดเชย และบรรเทา จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับผู้พิการ ที่สามารถใช้อวัยวะในร่างกายเท่าที่มีอยู่เพื่อดำรงชีวิตไปอย่างราบรื่นเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมโลกคนอื่นๆ

ในโลกไร้เสียงของเขา “สินธุ บุณยเนตร” พนักงานสำนักพิมพ์ย่านทุ่งครุ เขาบอกกับก้าวต่อก้าวผ่านการสนทนาฝ่ายลายมือ และภาษามือถึงชีวิตของเขา ถึงความเงียบและเสียงที่ดังจากข้างใน เขาบอกด้วยรอยยิ้มว่าเขาช่างมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดจากการทำด้วยตัวเขาเอง

Read the rest of this entry »





Book Review

15 11 2009

Book Review โดย (...)

โดย (…)

  

ในระดับความสูงอาคารที่ประมาณห้าสิบเมตรหรืออาจมากกว่านั้นหกสิบเมตรไม่เกินไปกว่านั้น  คนงานทาสีโรยตัวอยู่บนเส้นเชือกสามสี่เส้น หนึ่งคนต่อเชือกสองเส้น เส้นหนึ่งเพียงแขวนถังสี  และสองแขวนร่างกายและจิตใจอันมั่นคง

ทั้งร่างคนและถังสีแกว่งไกวไปมาตามแรงเหวี่ยงของลูกกลิ้งที่ปาดป่ายไปตามแผงผนังเรียบภายนอกอาคาร ราวกับการแสดงกายกรรมในแนวดิ่งที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ (หากไม่แหงนมองดู – และเอาใจตัวเองเข้าไปลองเทียบเคียง)

ในต่างประเทศ หน้างานที่มีลักษณะเช่นนี้ หากไม่มีเครื่องยกที่ติดกับผนังอาคาร ก็คงเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถทาสีผนังอาคารได้โดยที่ไม่ต้องให้คนขึ้นไปแขวนบนเส้นด้ายแห่งความใจถึง เช่นนั้น

กับภาพที่เห็นทำให้นึกเหตุผลได้ไม่กี่ข้อ ซึ่งแต่ละข้อล้วนแล้วเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างค่าแรงคนงานที่โหนเชือก กับ ค่าแรงคนงานบวกอุปกรณ์ที่ปลอดภัยแล้ว ระบบของนายทุนย่อมเลือกประการแรก

ซึ่งปัจจัยในการตัดสินใจไม่เคยพ้นเรื่องเงินเรื่องทองเสียที

เมื่อกล่าวถึงช่างทาสีแล้ว ก็ทำให้นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ความหนาไม่มากมาย แต่ใช้เวลาในการอ่านและย่อยนานพอสมควร
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับช่างทาสีเหมือนกัน






ก้าวฯที่ ๔๒

1 11 2009

ก้าวฯที่ ๔๒

    ก้าวฯที่ ๔๒

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

.

.

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





ดำ

1 11 2009

Click เพื่อ ขยาย

.

.

issue-42-design-04





นำกลับมาใช้ใหม่ในชีวิตมนุษย์

1 11 2009

เรื่องจากปก โดย กีรติ

นำกลับมาใช้ใหม่ในชีวิตมนุษย์

.

.

มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้คุณค่าของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ผ่านมาสังคมของเราพยายามยื้อหายนะของการใช้พลังงานด้วยการโหมประชาสัมพันธ์ให้เลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังกล่าวโทษของการใช้พลาสติก โฟม และอีกมากมายที่ทำลายโลกจากกระบวนการย่อยสลายที่ไม่ทันต่อการบริโภค

การรีไซเคิล คือการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นกระบวนการของการนำสิ่งที่ใช้แล้วแต่ยังคงชิ้นส่วนที่ยังมีประโยชน์ ยังใช้ได้ กลับมาใช้อีกครั้ง และกระบวนการนี้เองที่เราท่านพูดกันจนติดปาก และใช้เป็นหลักในการลดปัญหาขยะและการช่วยฟื้นสภาพสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น แต่ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การประชาสัมพันธ์โดยการโหมโฆษณา

อย่าเพิ่งคิดว่า ก้าวรอก้าวจะวิพากษ์การโฆษณาให้คนหันมาลดปัญหาขยะนะคะ แต่นี่คือการเสนอมุมมองเพียงเล็กน้อยจากผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น  เมื่อหลายเดือนก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมลดโลกร้อนกับองค์กรหนึ่ง มีเนื้อหาของงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เวลาในการประชาสัมพันธ์นานถึง ๗ วัน เป็น ๗ วันที่ให้ความรู้มากมาย โดยแลกกับการใช้สื่อที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมจำพวกพลาสติก โฟม สี ฯลฯ จำนวนมาก อีกทั้งในงานที่ร่วมรณรงค์ครั้งนี้ยังใช้กล่องโฟมแทนจานอาหารพลาสติกที่สามารถล้างและกลับมาใช้ใหม่ ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ?

จริงๆ ลึกๆ ผู้เขียนก็ทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก กับความเป็นจริง กับการรณรงค์ตามหน้าที่ประชาสัมพันธ์ แต่วัตถุประสงค์ของการเห็นคุณค่าของการใช้ การบริโภค อุปโภค โดยไม่ก่อให้เกิดโทษกับสิ่งแวดล้อมเป็นแนวความคิดสำคัญไม่ใช่หรือ

เช่นกันกับคำว่า รีไซเคิล ที่พูดจนชินปาก แต่ทำไม่ได้

น่าขำที่เป็นแบบนั้น แต่เอาเถอะ ลำพังแค่การใช้ซ้ำ หรือที่เรียกว่า รียูส ก็ทำยากเหลือเกินแล้ว ถ้าจะก้าวผ่านไปถึงรีไซเคิลก็ถือว่าเป็นกำไรเหลือเกินแล้ว

ในชีวิตมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปจำพวกหนึ่ง การได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม หรือมนุษย์ผู้อื่นเป็นมรดกทางความคิดที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่นำการคิดมาทำ มาสืบทอดอย่างไม่รู้จบ เป็นสิ่งที่สอนให้มนุษย์รู้ตัวว่า การตระหนักถึงผู้อื่นมากกว่าการเห็นแก่ตัวเป็นสิ่งที่ควรนำกลับมาใช้ในการอยู่ร่วมกัน นี่อาจเป็นการรีไซเคิลความเอื้ออาทรของมนุษย์เราก็เป็นได้

.

issue-42-design-04





จากหยาดน้ำค้าง

1 11 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

"จากหยาดน้ำค้าง"

.

1.
โอ้หยาดน้ำค้างแห่งเช้า
สายลมหยอกเย้าเจ้าไหว
แดดฉายประกายเรืองไร
สะท้อนในวอมวาวเจ้านั้น

ยิ่งลมกระเซ้ากระซิก
ใบพฤกษ์พลันพลิกไหวสั่น
เจ้าหยาดเจ้าหยดลงพลัน
ลดหลั่นที่เกาะที่กุม

แตะแต้มตรงนั้นตรงนี้
จนพร่างประกายพกฤษ์พุ่ม
ชื่นหอมละอองคลี่คลุม
เจ้าทำข้าลุ่มหลง "เช้า"

.

2.
ไม่ว่าย่างไปทางไหน
งามจนสิ้นไร้ความเศร้า
นกน้อยซุกซ่อนในเงา
ขับเพลงบทเก่าให้ฟัง

ว่า.."มรสุมบนฟ้า
ถูกพาพัดไปอีกฝั่ง
โลกนี้น่ารักน่าชัง
เถิดนั่งฟังเราจำเรียง

ดูแดดพิรี้พิไร
ย้ายไปอาบตามเฉลียง
บางไม้ผลิยอด ริมระเบียง
บางดอกเลื้อยเคียง เรียงระบำ

ลานโน้น ผีเสือ – ดอกหญ้า
เชื้อเชิญให้ไปดื่มด่ำ
ขณะแดดสายทอดลำ
ฉ่ำชื้นอณูแห่งเช้า

มา….
คว้าปรารถนาของเจ้า
ชีวิตซึมซับรับเอา
ความบริสุทธิ์เพียงนี้

ดั่งหยาดน้ำค้างแห่งเช้า
พรมเพราไปเสียทุกที่
ดั่งหยาดน้ำคำกวี
คลี่เคลื่อนสู่ห้วงภายใน"

.

3.
บทเพลงจากนกกาลนาน
ขับขานมากจากพฤกษ์ไม้
ขณะตัวหนึ่งผละไป
เริ่มต้นตัวใหม่คีตการณ์

หยาดน้ำค้างอ่อนเยาว์
ย่างก้าวที่ข้าย่ำผ่าน
ข้ารับรู้ ความเบิกบาน
ผ่านจิตวิญญาณแห่งเช้า

"ข้ารับรู้ เบิกบาน  -  ผ่านหยาดน้ำค้างแห่งเช้า"

กวิสรา  23  ตุลาคม 2552  เกือบบ่ายสาม ฝนยังตก

issue-42-design-04





เพนกวิโนเนผู้เชื่อในน้ำแข็ง

1 11 2009

ไปที่ Blog "สวนอักษร"

โดย หนุงหนิง

เพนกวิโนเนผู้เชื่อในน้ำแข็ง

.

.

ราวครึ่งล้านปีก่อน มีนกเพนกวินตัวหนึ่งชื่อ เพนกวิโนเน เป็นอาจารย์สอนวิชาภูมิศาสตร์ มันยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง และกำลังรอลูกศิษย์เพื่อสอนหนังสือตามปรกติ เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีเท่านั้น แต่ยังไม่มีใครมา เพนกวิโนเนไม่กังวลใจมากนัก ที่ขั้วโลกอากาศหนาวเย็น เด็กๆ มักไม่ค่อยอยากออกจากบ้าน

เพนกวิโนเนเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี มันมีเมียชื่อ เพนกวินินา และมีลูกเพียง ๓๖ ตัว ทุกตัวชื่อ เพนกวินอตโตหมด ต่างกันแค่ตรงตัวเลข เช่น เพนกวินอตโตหมายเลขหนึ่ง เพนกวินอตโตหมายเลขสอง เพนกวินอตโตหมายเลขสาม และนับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเพนกวินอตโตหมายเลขสามสิบหก เพนกวิโนเนอาศัยอยู่บนเกาะน้ำแข็งมานานจนนับเวลาไม่ได้ เกาะน้ำแข็งนี้ตั้งอยู่กลางอ่าวลึก มีทางยาวและแคบเชื่อมต่อกับทะเล มีภูเขาหิมะขนาบสองข้างทาง เกาะน้ำแข็งของเพนกวิโนเนตั้งอยู่ลึกเข้าไปในอ่าวที่ว่านี้

บนเกาะ เพนกวิโนเนใช้ก้อนน้ำแข็งสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัว สร้างอาคารเรียนหนึ่งหลัง และสร้างห้องเล็กๆ ทรงกลมเพื่อใช้เป็นห้องน้ำ ลูกศิษย์ของมันมาจากภูเขาหิมะซึ่งตั้งเรียงรายรอบอ่าวลึก  เด็กๆ เหล่านี้เป็นลูกของบรรดาเพนกวิน แมวน้ำ หมีขาว และสิงโตทะเลผู้มีอันจะกิน นอกจากนี้ยังมีลูกปลาวาฬอีกสองสามตัวด้วย โรงเรียนของมันมีชื่อเสียง และเพนกวิโนเนก็เป็นครูที่เก่งและเป็นที่ยอมรับ

การเรียนการสอนเริ่มเวลาเก้านาฬิกา เวลาผ่านไปจากเก้านาฬิกาเป็นเก้านาฬิกาห้านาที เก้านาฬิกาสิบนาที เก้านาฬิกาสิบห้านาที แต่ก็ยังไม่มีใครมา เพนกวิโนเนมองไปยังเกลียวคลื่นเวิ้งว้างกลางอ่าวลึกและหน้าปัดนาฬิกาสลับไปสลับมาอย่างกระวนกระวายใจ เกิดอะไรขึ้น? เพนกวิโนเนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดลูกศิษย์ของเขาซึ่งเป็นเด็กที่เอาจริงเอาจัง เก่ง และตั้งใจเรียนจึงมาสายเช่นนี้

เมื่อมันกวาดสายตาไปรอบๆ มันเข้าใจโดยทันที : ตอนกลางคืนเกาะน้ำแข็งที่มันอาศัยอยู่เคลื่อนที่! เกาะเคยอยู่ลึกเข้าไปในอ่าว ทว่าบัดนี้ได้เคลื่อนมาอยู่บริเวณปากอ่าวระหว่างภูเขาหิมะสองลูก ตอนนี้มันมองเห็นท้องทะเลเปิดกว้างไกลสุดสายตา สิ่งนี้อธิบายได้ว่า ทำไมเด็กๆ จึงขาดเรียน พวกเด็กๆ ออกจากบ้านเพื่อมาโรงเรียน แต่หาเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนไม่พบ

Read the rest of this entry »