ก้าวฯที่ ๔๒

1 11 2009

ก้าวฯที่ ๔๒

    ก้าวฯที่ ๔๒

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

.

.

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





ดำ

1 11 2009

Click เพื่อ ขยาย

.

.

issue-42-design-04





นำกลับมาใช้ใหม่ในชีวิตมนุษย์

1 11 2009

เรื่องจากปก โดย กีรติ

นำกลับมาใช้ใหม่ในชีวิตมนุษย์

.

.

มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้คุณค่าของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ผ่านมาสังคมของเราพยายามยื้อหายนะของการใช้พลังงานด้วยการโหมประชาสัมพันธ์ให้เลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังกล่าวโทษของการใช้พลาสติก โฟม และอีกมากมายที่ทำลายโลกจากกระบวนการย่อยสลายที่ไม่ทันต่อการบริโภค

การรีไซเคิล คือการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นกระบวนการของการนำสิ่งที่ใช้แล้วแต่ยังคงชิ้นส่วนที่ยังมีประโยชน์ ยังใช้ได้ กลับมาใช้อีกครั้ง และกระบวนการนี้เองที่เราท่านพูดกันจนติดปาก และใช้เป็นหลักในการลดปัญหาขยะและการช่วยฟื้นสภาพสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น แต่ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การประชาสัมพันธ์โดยการโหมโฆษณา

อย่าเพิ่งคิดว่า ก้าวรอก้าวจะวิพากษ์การโฆษณาให้คนหันมาลดปัญหาขยะนะคะ แต่นี่คือการเสนอมุมมองเพียงเล็กน้อยจากผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น  เมื่อหลายเดือนก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมลดโลกร้อนกับองค์กรหนึ่ง มีเนื้อหาของงานที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เวลาในการประชาสัมพันธ์นานถึง ๗ วัน เป็น ๗ วันที่ให้ความรู้มากมาย โดยแลกกับการใช้สื่อที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมจำพวกพลาสติก โฟม สี ฯลฯ จำนวนมาก อีกทั้งในงานที่ร่วมรณรงค์ครั้งนี้ยังใช้กล่องโฟมแทนจานอาหารพลาสติกที่สามารถล้างและกลับมาใช้ใหม่ ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ?

จริงๆ ลึกๆ ผู้เขียนก็ทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก กับความเป็นจริง กับการรณรงค์ตามหน้าที่ประชาสัมพันธ์ แต่วัตถุประสงค์ของการเห็นคุณค่าของการใช้ การบริโภค อุปโภค โดยไม่ก่อให้เกิดโทษกับสิ่งแวดล้อมเป็นแนวความคิดสำคัญไม่ใช่หรือ

เช่นกันกับคำว่า รีไซเคิล ที่พูดจนชินปาก แต่ทำไม่ได้

น่าขำที่เป็นแบบนั้น แต่เอาเถอะ ลำพังแค่การใช้ซ้ำ หรือที่เรียกว่า รียูส ก็ทำยากเหลือเกินแล้ว ถ้าจะก้าวผ่านไปถึงรีไซเคิลก็ถือว่าเป็นกำไรเหลือเกินแล้ว

ในชีวิตมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปจำพวกหนึ่ง การได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม หรือมนุษย์ผู้อื่นเป็นมรดกทางความคิดที่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่นำการคิดมาทำ มาสืบทอดอย่างไม่รู้จบ เป็นสิ่งที่สอนให้มนุษย์รู้ตัวว่า การตระหนักถึงผู้อื่นมากกว่าการเห็นแก่ตัวเป็นสิ่งที่ควรนำกลับมาใช้ในการอยู่ร่วมกัน นี่อาจเป็นการรีไซเคิลความเอื้ออาทรของมนุษย์เราก็เป็นได้

.

issue-42-design-04





จากหยาดน้ำค้าง

1 11 2009

ไป Blog ของ กวิสรา

"จากหยาดน้ำค้าง"

.

1.
โอ้หยาดน้ำค้างแห่งเช้า
สายลมหยอกเย้าเจ้าไหว
แดดฉายประกายเรืองไร
สะท้อนในวอมวาวเจ้านั้น

ยิ่งลมกระเซ้ากระซิก
ใบพฤกษ์พลันพลิกไหวสั่น
เจ้าหยาดเจ้าหยดลงพลัน
ลดหลั่นที่เกาะที่กุม

แตะแต้มตรงนั้นตรงนี้
จนพร่างประกายพกฤษ์พุ่ม
ชื่นหอมละอองคลี่คลุม
เจ้าทำข้าลุ่มหลง "เช้า"

.

2.
ไม่ว่าย่างไปทางไหน
งามจนสิ้นไร้ความเศร้า
นกน้อยซุกซ่อนในเงา
ขับเพลงบทเก่าให้ฟัง

ว่า.."มรสุมบนฟ้า
ถูกพาพัดไปอีกฝั่ง
โลกนี้น่ารักน่าชัง
เถิดนั่งฟังเราจำเรียง

ดูแดดพิรี้พิไร
ย้ายไปอาบตามเฉลียง
บางไม้ผลิยอด ริมระเบียง
บางดอกเลื้อยเคียง เรียงระบำ

ลานโน้น ผีเสือ – ดอกหญ้า
เชื้อเชิญให้ไปดื่มด่ำ
ขณะแดดสายทอดลำ
ฉ่ำชื้นอณูแห่งเช้า

มา….
คว้าปรารถนาของเจ้า
ชีวิตซึมซับรับเอา
ความบริสุทธิ์เพียงนี้

ดั่งหยาดน้ำค้างแห่งเช้า
พรมเพราไปเสียทุกที่
ดั่งหยาดน้ำคำกวี
คลี่เคลื่อนสู่ห้วงภายใน"

.

3.
บทเพลงจากนกกาลนาน
ขับขานมากจากพฤกษ์ไม้
ขณะตัวหนึ่งผละไป
เริ่มต้นตัวใหม่คีตการณ์

หยาดน้ำค้างอ่อนเยาว์
ย่างก้าวที่ข้าย่ำผ่าน
ข้ารับรู้ ความเบิกบาน
ผ่านจิตวิญญาณแห่งเช้า

"ข้ารับรู้ เบิกบาน  -  ผ่านหยาดน้ำค้างแห่งเช้า"

กวิสรา  23  ตุลาคม 2552  เกือบบ่ายสาม ฝนยังตก

issue-42-design-04





เพนกวิโนเนผู้เชื่อในน้ำแข็ง

1 11 2009

ไปที่ Blog "สวนอักษร"

โดย หนุงหนิง

เพนกวิโนเนผู้เชื่อในน้ำแข็ง

.

.

ราวครึ่งล้านปีก่อน มีนกเพนกวินตัวหนึ่งชื่อ เพนกวิโนเน เป็นอาจารย์สอนวิชาภูมิศาสตร์ มันยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง และกำลังรอลูกศิษย์เพื่อสอนหนังสือตามปรกติ เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีเท่านั้น แต่ยังไม่มีใครมา เพนกวิโนเนไม่กังวลใจมากนัก ที่ขั้วโลกอากาศหนาวเย็น เด็กๆ มักไม่ค่อยอยากออกจากบ้าน

เพนกวิโนเนเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี มันมีเมียชื่อ เพนกวินินา และมีลูกเพียง ๓๖ ตัว ทุกตัวชื่อ เพนกวินอตโตหมด ต่างกันแค่ตรงตัวเลข เช่น เพนกวินอตโตหมายเลขหนึ่ง เพนกวินอตโตหมายเลขสอง เพนกวินอตโตหมายเลขสาม และนับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเพนกวินอตโตหมายเลขสามสิบหก เพนกวิโนเนอาศัยอยู่บนเกาะน้ำแข็งมานานจนนับเวลาไม่ได้ เกาะน้ำแข็งนี้ตั้งอยู่กลางอ่าวลึก มีทางยาวและแคบเชื่อมต่อกับทะเล มีภูเขาหิมะขนาบสองข้างทาง เกาะน้ำแข็งของเพนกวิโนเนตั้งอยู่ลึกเข้าไปในอ่าวที่ว่านี้

บนเกาะ เพนกวิโนเนใช้ก้อนน้ำแข็งสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัว สร้างอาคารเรียนหนึ่งหลัง และสร้างห้องเล็กๆ ทรงกลมเพื่อใช้เป็นห้องน้ำ ลูกศิษย์ของมันมาจากภูเขาหิมะซึ่งตั้งเรียงรายรอบอ่าวลึก  เด็กๆ เหล่านี้เป็นลูกของบรรดาเพนกวิน แมวน้ำ หมีขาว และสิงโตทะเลผู้มีอันจะกิน นอกจากนี้ยังมีลูกปลาวาฬอีกสองสามตัวด้วย โรงเรียนของมันมีชื่อเสียง และเพนกวิโนเนก็เป็นครูที่เก่งและเป็นที่ยอมรับ

การเรียนการสอนเริ่มเวลาเก้านาฬิกา เวลาผ่านไปจากเก้านาฬิกาเป็นเก้านาฬิกาห้านาที เก้านาฬิกาสิบนาที เก้านาฬิกาสิบห้านาที แต่ก็ยังไม่มีใครมา เพนกวิโนเนมองไปยังเกลียวคลื่นเวิ้งว้างกลางอ่าวลึกและหน้าปัดนาฬิกาสลับไปสลับมาอย่างกระวนกระวายใจ เกิดอะไรขึ้น? เพนกวิโนเนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดลูกศิษย์ของเขาซึ่งเป็นเด็กที่เอาจริงเอาจัง เก่ง และตั้งใจเรียนจึงมาสายเช่นนี้

เมื่อมันกวาดสายตาไปรอบๆ มันเข้าใจโดยทันที : ตอนกลางคืนเกาะน้ำแข็งที่มันอาศัยอยู่เคลื่อนที่! เกาะเคยอยู่ลึกเข้าไปในอ่าว ทว่าบัดนี้ได้เคลื่อนมาอยู่บริเวณปากอ่าวระหว่างภูเขาหิมะสองลูก ตอนนี้มันมองเห็นท้องทะเลเปิดกว้างไกลสุดสายตา สิ่งนี้อธิบายได้ว่า ทำไมเด็กๆ จึงขาดเรียน พวกเด็กๆ ออกจากบ้านเพื่อมาโรงเรียน แต่หาเกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนไม่พบ

Read the rest of this entry »





รีไซเคิล…Life

1 11 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

รีไซเคิล…Life

.

ลดการใช้กล่องกระดาษหรือนำกล่องกระดาษกลับมารีไซเคิล 1 กล่อง 
เท่ากับการอนุรักษ์น้ำได้ครึ่งลิตร

.

การลดการใช้สเปรย์ในกระป๋องอะลูมิเนียม 4 กระป๋อง
หรือนำกลับมารีไซเคิล
ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้ 1 กิโลกรัม

.

การลดการใช้ขวดพลาสติก 5000 ขวดหรือนำกลับมารีไซเคิล
ช่วยประหยัดน้ำมันหรือพลังงานธรรมชาติได้ 1 บาเรล

.

.

เขียนที่เนินหญ้าในสวนสาธารณะหลังบ้าน…

.

บิ๋มเพื่อนรัก….

ฉันคิดว่าเธอยังคงจดจำภาพโปสการ์ดชุดนี้  ที่เธอส่งมาให้ฉันในวันซึ่งเราไกลห่างกันเพียงกายได้นะจ๊ะ  และในวันนี้ฉันนำพวกมันออกมาให้เธอได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง  อาจเป็นการสะกิดความคิดถึงจากวันวานที่หลับใหลอยู่ในหัวใจเราขึ้นมาได้อีกครา…

แม้ตอนนี้เราจะอยู่ใกล้กันเพียงแค่ปลายนิ้วคลิกหรือสัมผัสปุ่มโทรศัพท์แค่เพียงปุ่มสองปุ่ม  สำเนียงเสียงสดใส มีความสุขของเธอก็พร้อมที่จะส่งมาตามสาย  แต่ฉันก็รู้สึกอยากจะถามคำถามนี้กับเธอเสมอ  เมื่อเราทักทายกัน…

เธอสบายดีไหมจ๊ะ?

ฉันรู้ว่า  ขณะนี้เธอมีความสุขมากแค่ไหน  ในการค่อย ๆ ร่วมกันกับคนที่เธอรัก  ก่อร่างสร้างความฝันที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว  ฉันดีใจและยินดีกับเธอมาก ๆ จ้ะ  ที่เพื่อนของฉันจะมีความฝันที่สวยงามอย่างสมบูรณ์ในวันหนึ่ง  ฉันเฝ้ารอวันนั้นเสมอ  วันที่จะได้ชื่นชมกับดวงตาที่งามระยับไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความสุขของเธอ  วันที่จะมีคนอีกคนนอกจากพ่อแม่มาอยู่เคียงข้างเธอ  คอยดูแลเอาใจใส่  ให้ความรักความห่วงใย  คอยเป็นกำลังใจ  เป็นเพื่อนใจของเธอเสมอ  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม…

.

.

ดูโปสการ์ดเกี่ยวกับการรีไซเคิลแล้ว  ก็ให้คิดว่า…มันช่างไม่เข้ากันกับข้อความที่ฉันเขียนถึงเธอเลย  อย่างไรก็ตาม…ฉันต้องขอบคุณในความน่ารักและความเป็นเพื่อนที่ดีของเธอมากจ้ะ  ไม่ว่าจะเรื่องโปสการ์ดหรือว่าเรื่องดี ๆ ทุก ๆ เรื่องก็ตาม…

เห็นวัสดุรีไซเคิลแล้ว  ฉันก็คิดไปถึงชีวิตของคนเรานะจ๊ะ  หากเราสามารถนำช่วงชีวิตที่จบไปแล้วบางช่วงมารีไซเคิลสร้างสรรค์ให้เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด  ซึ่งสามารถตั้งไว้ในใจให้เราได้รู้จักคิดถึงช่วงชีวิตแบบเดิม ๆ ในอดีตนั้น  ในแบบใหม่ ๆ หรือตามแต่ใจที่เราจะปั้นแต่งให้เป็นไปในวันใหม่   ก็คงจะดีมิใช่น้อย…

เธอล่ะ…  อยากนำช่วงชีวิตรีไซเคิลมาใช้ในชีวิตใหม่บ้างไหม  เป็นเรื่องน่าคิดนะ  และไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำใจยอมรับมันเหมือน “ วัตถุรีไซเคิล “ ใช่ไหมจ๊ะ  …ฉันเข้าใจ…

.

.

หากให้ฉันเลือก  ฉันก็คงเลือกไม่ถูกจ้ะ  เพราะฉันมองไม่เห็นรูปร่างของความฝันอย่างเธอหรือผู้คนมากมาย  ฉันไม่รู้ว่าจะนำช่วงชีวิตรีไซเคิลซึ่งปั้นแต่งนั้นไปวางไว้ตรงไหน  แล้วจะปั้นแต่งออกมาเป็นรูปร่างอะไร…

.

.

ฉันคงทำได้เพียง…  เป็นผู้คอยบอกหรือแนะนำกระบวนการในการรีไซเคิล  ช่วงชีวิต…ที่ไร้ชีวิตไปแล้วเหล่านั้นเพียงเท่านั้น…

แล้วก็อยู่กับความจริง  ไม่ใช่ความฝัน  และทำวันนี้ให้ดีที่สุดต่อไป…

.

.

ฝากความระลึกถึงไปยังคุณพ่อ คุณแม่  พี่บุ๋มและครอบครัวด้วยจ้ะ  หวังว่าทุกคนคงจะสบายดีกันนะจ๊ะ  ขอให้คุณพระคุ้มครองให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขเสมอจ้ะ…

รักเสมอ…
ศรัญญา

.

.

.

.

.

แด่… เพื่อนรัก  และทุกชีวิตที่มีรัก(ษ์)

.

.

. Read the rest of this entry »





โครงเรื่อง

1 11 2009

Click เพื่อ ขยาย

.

สารบัญ ก้าวฯที่ ๔๒





กับบางสิ่งที่วนกลับของ “สหัทยา วิทยเกษตร”

1 11 2009

ก้าวต่อก้าว โดย สารากร

กับบางสิ่งที่วนกลับของ “สหัทยา วิทยเกษตร”

.

.

ถ้าการสนทนาของก้าวต่อก้าวในแต่ละปักษ์เปรียบเสมือนการผลิตสิ่งต่างๆในการอุปโภค หากแต่เป็นการบริโภคทัศนคติของผู้คนผ่านทางก้าวรอก้าวนิตยสารออนไลน์แห่งนี้ การได้ระลึกถึงสิ่งที่ผู้อื่นเคยบอกกล่าว บอกเล่าเอาไว้กลับมาคิด พินิจอีกครั้งคงไม่ต่างอะไรกับการรีไซเคิล

สำหรับก้าวต่อก้าวครั้งนี้ ท่านผู้อ่านยังไม่เคยได้สนทนากับเธอ (พี่สาวของชาวห้องหนอนสนทนา)นี่คือครั้งแรกที่ สหัทยา วิทยเกษตร ได้บอกเล่าประสบการณ์เล็กๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ข้าวของอย่างรู้คุณค่า ด้วยความที่ทำงาน ฝ่ายสารบรรณ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เห็น ได้รู้ การใช้ชีวิตของผู้คนหลากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีเรื่องมาเล่าให้เราได้ฟังผ่านการสนทนาครั้งนี้

Read the rest of this entry »





ก้าวฯที่ ๔๑

15 10 2009

.

ก้าวฯที่ ๔๑

 ก้าวที่ ๔๑

 ก้าว..รอ..ก้าว (ปีสอง)
‘บ้านหนอน‘ ออนไลน์แมกกาซีน

http://kaawrowkaw2.wordpress.com
kaawrowkaw@hotmail.com

สำนักหนอนสนทนา

http://www.winbookclub.com

.

.

   

Cover(s) by : ยางมะตอยสีชมพู

.

http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/kaawss.jpg?w=46&h=35&h=35

.

กองบอกอ :
อานันท์ ประทีฯ / หนุงหนิง / ยางมะตอยสีชมพู / (…) /
ธุลีดิน / พงษ์ปรัชญา / สารากร / Plin, :-p /





หลังม่านลมและฝุ่นดิน

15 10 2009

หลังม่านลมและฝุ่นดิน

ป.ณ.ใจ : สุดเขตแดน

.

.

.

เธอที่รัก

 

ที่จริงผืนแผ่นดินแห่งโลกนี้ก็เป็นผืนเดียวกัน  มีความติดต่อต่อเนื่องกัน  แต่วันหนึ่งเราตัดขาดมันจากกัน โดยการขีดเส้นเหนือสันเขาสันดอย เหมือนที่ฉันกำลังยืนอยู่ที่นี้เอง

เบื้องหน้าคือประเทศพม่า  มองแล้วแปลกใจ  เบื้องหน้าเท่านี้เองมันไม่ใช่ประเทศของเรา ไม่ใช่ผืนแผ่นดินของเราของเธอแล้ว

มันก็ป่าเขาลำเนาไพรเหมือนกัน

ไม่เหมือนตรงเมื่อได้รู้ว่า ข้างหน้าเป็นประเทศอื่น

ก่อนหน้าฝรั่งมังค่าจะมากางแผนที่ ขีดแบ่งเป็นดินแดนนั้นแดนนี้ เราอยู่กันอย่างไร

เรามีความรู้สึกแตกต่างในภูมิประเทศเบื้องหน้าบ้างหรือไม่

คงมี แต่คงไม่เหมือนความรู้สึกของฉัน

สำนึกบอกว่า มิใช่ว่าจะก้าวผ่านไปได้ง่ายดายเหมือนดังก่อน  มันผิดกฎหมาย  เพียงก้าวขาหนึ่งเข้าไป มันผิด

.

อื้อฮือ ตรงหน้านี้เป็นอีกดินแดนหนึ่ง เป็นอีกแดนดินที่ไม่ใช่ของเรา

เป็นดินแดนของคนอื่น

เป็นดินแดนที่ครั้งหนึ่งเราต่างเป็นเจ้าของร่วมกัน

โอ้…ข้างหน้านี้เป็นอีกดินแดนหนึ่ง

ฉันมาสุดเขตแดน เบื้องหน้าเป็นอีกแดนดินหนึ่ง

.

เหงา เศร้า รันทด หดหู่ บอกไม่ถูก. 

.

ตุลาคม ๕๒

content





เบลอแล้วเบลออีก

15 10 2009

เรื่องจากปก โดย กีรติ

.

เบลอแล้วเบลออีก

.

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากความไม่ชัดเจนของการสนทนา สมองที่ล้าเบลอและสายตาที่อาจเป็นเพราะสั้น ยาวไม่เท่ากันระหว่างเรา ทำให้ช่วงนาทีของการถกเถียงเกิดขึ้น

บ่อยไปที่ความไม่กระจ่างชัด ซัดให้มิตรเป็นศัตรู บางทีคำพูดหรือการกระทำที่ชัดเจนก็จะดีกว่าปล่อยให้เข้าใจผิดไปกันใหญ่ เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนไม่สบายและรับยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม ตามที่แพทย์สั่งคือต้องหลับพักผ่อน แต่ด้วยความที่เราเป็นคนทำงาน ชั่วโมงของเวลางานจึงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะสมองเบลอก็ฝืน และแล้วก็เกิดเรื่อง การสั่งงานของผู้เขียนกับลูกน้องคนหนึ่งผิดพลาด มันเป็นความผิดของผู้เขียนเอง งานจึงล่าช้าและเสียเวลาของน้องคนนั้น

ถึงได้บอกว่า ความไม่ชัดเจนทั้งการกระทำ คำพูด และความไม่พร้อมของสภาพร่างกาย มีผลอย่างมากต่อการกระทำร่วมกับผู้อื่นและสิ่งอื่น

คนจำนวนไม่น้อยที่ยอมปล่อยให้ความเบลอนั้นเลยผ่านไปเสียก่อน แล้วจึงเริ่มต้นทำความกระจ่างชัดในที่สุด ซึ่งครั้งต่อไปผู้เขียนจะยอมทำอย่างนั้น

แต่ข้อดีของความไม่ชัดเจนก็อาจพอมีอยู่บ้าง  ซึ่งมันต้องแล้วแต่สถานการณ์และบุคคล 

โอย…เบลอ..มัว  ขอลากินยาละค่ะ•

.

content





Blur

15 10 2009




ฉากอันพร่ามัว…

15 10 2009

ที่...ด้านหลังของโปสการ์ด

ฉากอันพร่ามัว…

.

.

วัดอรุณ (โปสการ์ด) (เล็ก)

.

เขียนที่โต๊ะทำงาน…

กิ่งเพื่อนรัก…

โปสการ์ดใบนี้เหมาะกับกิ่งทันที่ที่ได้เห็นจ้ะ  ถึงแม้ว่าวัดในโปสการ์ดอาจจะไม่ใช่วัดป่า  หรือวัดที่อยู่บนเขาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะขึ้นไปปฏิบัติธรรม  อย่างเช่นวัดที่กิ่งไปบ่อย ๆ  แต่วัดก็คือวัดนะจ๊ะสำหรับฉัน  คือสถานที่ที่สงบ…  แม้บางวัดนั้นสิ่งก่อสร้างจะทำให้เรามองแล้วรู้สึกว่าสวยงาม  เลิศล้ำไปด้วยวัสดุที่นำมาก่อสร้าง  แต่ไม่ว่าฉันจะเข้าไปในวัดใด  จะเป็นวัดใหญ่โตอย่างวัดพระแก้ว  , วัดเล็กแถวบ้าน   หรือว่าวัดกันดารในต่างจังหวัดที่เราเคยไปถวายสังฆทานด้วยกัน  ในใจลึก ๆ ของฉันก็มีความรู้สึกเหมือนกัน  นั่นคือ…สงบเย็น

.

อาจเป็นเพราะฉันนั้นเป็นคนที่ไม่ลึกซึ้งในหัวข้อธรรม  หรือรายละเอียดในระหว่างห้วงการดำเนินวิปัสสนากรรมฐานมากนัก  ฉันจึงรู้สึกได้เพียงเท่านี้  ไม่สามารถแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยภายในมวลบรรยากาศรอบ ๆ ของแต่ละวัดได้แตกต่างกันมากไปกว่านี้

.

เมื่อนึกถึงเรื่องของศาสนา  ก็ให้คิดว่าคนเรานั้นมีศรัทธาในวิถีทางที่แตกต่างกันไป…

ฉันคิดว่ากิ่งศรัทธาในความเป็นจริงของสารัตถะทางพระพุทธธรรม  และมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามวิถีที่ศรัทธานั้นเป็นอย่างดี

ส่วนฉันศรัทธาในเหตุและผลที่มีอยู่ในทุก ๆ หลักธรรม  วิเคราะห์หลักคำสอน  แล้วจึงทดลองปฏิบัติตามด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน

.

เห็นกิ่งไปปฏิบัติธรรมแล้ว  ฉันอยากจะบอกว่า…  สักวันหนึ่งฉันจะลองไปปฏิบัติธรรมดูบ้างจ้ะ  ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า… ฉันจะสามารถนั่งสมาธิ  หลับตา  แล้วไม่คิดอะไรได้นาน ๆ

จนวันหนึ่งที่งานของฉันตึงเครียดมาก  และเส้นทางเดินก็โดนกีดขวางไว้ด้วยอุปสรรคหลาย ๆ อย่าง  ฉันไม่สามารถหันหน้าไปพึ่งพาใครได้ที่ทำงาน  หนทางข้างหน้าดูพร่ามัว  คิดอะไรไม่ออก…

สุดท้ายก็มีเพียงเพื่อนอย่างพวกเธอ  เป็นมือที่พร้อมจะยื่นความเข้าใจให้กับฉันเสมอ…

.

ครั้งนั้น…  ฉันมองเห็นตัวเองในชุดสีขาว  และได้พักสงบจิตสงบใจ…  ให้ความสว่าง  ส่องนำทางความคิดของฉันให้เดินไปตามทางที่มีทางออก  ให้ความสะอาด  ปัดกวาดอวิชชาและโทสะต่าง ๆ ของฉัน  ให้ความสงบ  ปูลาดกาลเวลาและจิตใจจนหยุดนิ่ง

เมื่อเราสามารถพังทลายฉากอันพร่ามัว    ฉันหวังว่าคำตอบที่ค้นพบจะชัดเจน…

.

.

ขอบคุณกิ่งและเพื่อน ๆ ในความรู้สึกทุกอย่างของพวกเธอ  ที่ทำให้ฉันรู้ว่า…เพื่อนคือความรักและห่วงใยหนึ่งซึ่งงดงามเสมอ…  

.

.

.

.

แด่…กิ่ง + กลุ่มเพื่อนรัก  และมนุษย์ผู้ถูกฉากอันพร่ามัวขวางกั้นความคิด

.

Read the rest of this entry »





วัฏจักรแห่งการสร้างสรรค์

15 10 2009

วัฏจักรแห่งการสร้างสรรค์

โดย : ซู กราฟตัน
แปลจาก : The Creative Cycle
จาก : คำให้การของนักเขียนเบสต์เซลเลอร์
เจน สงสมพันธุ์ / นิศรัย หนูหล่อ : แปลและเรียบเรียง
ธุลีดิน : ขออนุญาตถ่ายทอด

.

.

๘. ทำตัวให้สบาย (Elation)

ขั้นตอนมิได้จบลงเมื่อต้นฉบับถูกส่งออกไป ในขั้นนี้จะมีอาการเร่าร้อนอย่างประหลาด เป็นความรู้สึกพอใจที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมี  ฉันทำด้วยความตั้งใจ มันเสร็จสิ้นลงแล้ว ฉันเคี่ยว กระตุ้นและกรองความคิดตั้งแต่เริ่มจนจบเรื่อง  ฉันเป็นภูต เป็นผู้บงการ ฉันโล่งอกประหลาดใจและหมดไส้หมดพุง

๙. ไตร่ตรองครั้งที่ 2 (Second Thoughts)

บ่อยครั้งหลังจากความเร่าร้อนครั้งแรกค่อย ๆ จาง  ฉันเริ่มจิตตก  ในความเป็นจริงเมื่อมองย้อนจะเห็นได้ว่า ฉันไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรอย่างที่ตั้งใจจริง ๆ เรื่องไม่ได้ใกล้เคียงความสมบูรณ์ นุ่มนวลหรือลุ่มลึก หรือมีเสน่ห์อย่างที่ฉันเคยคิดตอนแรก  ตัวละครดูจะแบน ๆ และน่าเบื่อ บทสนทนาที่ฉันคิดว่าจะเล่นสำนวนหลักแหลมกลับดูเหมือนเป็นคำดาษ ๆ ฉากที่ฉันคิดว่าสุดซึ้งกลับกลายเหมือนคำพูดสะเปะสะปะ ความฝันของฉันทั้งหมดเกี่ยวกับชื่อเสียงในขณะนั้นช่างเลือนราง  ฉันรู้สึกขวยเขินที่ตัวเองประสาทจนใส่ต้นฉบับลงถุงไปรษณีย์ซึ่งเดี๋ยวนี้มันกำลังเดินทางไม่ก็วางแหมะอยู่บนโต๊ะบรรณาธิการ  ฉันรู้สึกกระวนกระวายและมองโลกในแง่ร้าย  ฉันได้ใช้ทรัพยากรในร่างกายไปทั้งหมดแล้ว  รู้สึกถึงความว่างเปล่า  ฉันมั่นใจว่าบางทีฉันจะไม่เขียนหนังสืออีก

หลังจากเวลานั้น อารมณ์ของฉันก็กลับดีขึ้น จินตภาพที่ออกมานั้นแย่มากทีเดียว  ฉันเกิดจินตภาพว่าตัวเองช่างวิเศษ  ฉันจำได้ว่าฉันผ่านสิ่งนี้มาก่อน และฉันรู้ว่าวิญญาณฝ่ายต่ำจะไม่คงทน  แต่ในหนทางที่เหลืออยู่ มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันที่จะทำอย่างนั้น การรู้จักประมาณตนจะช่วยให้ฉันเดินทางไปตรงเส้นทาง  ใครมายกย่องงานเขียนฉันต้องตอบโต้ในทางลบด้วยซ้ำ  ช่วยให้ฉันรู้จักสภาพความเป็นจริงว่าฉันทำอะไร มันทำให้ฉันเห็นภาพชัดเจนว่าฉันอยู่ที่ไหนและต้องการจะไปไหน อารมณ์ของฉันเบาขึ้นและรั้งสติตัวเองได้  ฉันจบเรื่องลงแล้ว  สำหรับฉากความดีหรือความชั่ว ไม่ว่าจะอย่างไร มันเสร็จสิ้นไปแล้ว ฉันยังยืนอยู่ในฐานะนักเขียน ฉันเติบโตขึ้น ฉันพยายามทำสิ่งใหม่  ประสบการณ์นั้นคุ้มค่านัก

๑๐. ซ่อนเอาไว้ภายใน

เดี๋ยวนี้ฉันอยู่ในระยะซ่อนตัวเงียบ ๆ  ตลอดเวลาฉันเปลี่ยนความตั้งใจเป็นอย่างอื่น ฉันรู้สึกว่าเพียงพอแล้ว พลังสร้างสรรค์ของฉันมอดลง ฉันกลับไปทำงานน่าเบื่อหน่ายทั้งหมดที่ฉันทอดทิ้ง ฉันทำความสะอาดโต๊ะ ทำแผงเก็บหนังสือแถวเรียงหนึ่ง ใส่ทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งต้นฉบับลงไป ทำตารางกิจวัตรประจำวัน เก็บร่างแรกของเรื่อง เก็บฉบับที่พิมพ์เรียบร้อยแล้ว ติดป้ายชื่อแล้วก็ปิดลิ้นชักโต๊ะ โทรฯ หาคนที่ฉันไม่ค่อยจะพูดกับเขาเมื่อตอนที่ฉันยังอยู่ในระยะต้น ๆ  ฉันอ่าน..ฉันเตือนความทรงจำ ฉันคิด ปรับตัวเองให้กลับไปสู่ภาวะของความนิ่มนวล

แล้ววันหนึ่งเรื่องราวก็เกิดขึ้น ฉันรู้สึกเร่าร้อน หงุดหงิด ฉันรู้ตัวเองว่าต้องการจะเขียนบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร มีความผันผวนที่ยากจะกล่าวของแต่ละช่วงเวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับงานและความคิด  บางครั้งร่างแรกของเรื่องผ่านเข้ามาอย่างง่ายดาย และผ่านการขัดเกลาเพียงเล็กน้อย บางครั้งเรื่องก็ไม่ต้องการการค้นคว้า  และบางครั้งการค้นคว้าก็ใช้เวลานานถึงห้าเท่าของเวลาในการเขียน  บางครั้งเมื่อเขียนเรื่องเสร็จฉันรู้สึกว่ามันดีมากไม่ขึ้นไม่ลง เขียนออกมาดีเหมือนอย่างนักเขียนมือโปร  จุดที่หลีกเลี่ยงได้ยากก็คือฉันต้องผ่านการทำงานในแต่ละช่วง เป็นวัฏจักรของมัน  ฉันมักจะคิดว่าฉันถูกบังคับให้ฝืนความตั้งใจของตัวเองออกนอกวัฏจักรของการเขียน  เหมือนที่ฉันเคยผ่านมาแล้วในช่วงชีวิต  ขี้เถ้าต่อขี้เถ้า ฝุ่นต่อฝุ่น  การตาย การเกิดใหม่อีกครั้งมีมูลที่ลึกลับอย่างแน่นอน สำหรับฉัน เดี๋ยวนี้ใกล้จะจบฉากของเรื่องนี้แล้ว ฉันรู้ว่า ‘งาน’ ของฉันใกล้ถึงเวลาแล้ว ฉันใกล้จะ ‘จบ’ แล้ว เสนอต้นฉบับและดำเนินต่อไป.. ปีติยินดีหรือไม่พอใจ ฉันจะเติมพลังหัวใจให้เต็มอิ่มแล้วเริ่มต้นใหม่ กลับมาทำงานที่พอใจ วิ่งเข้าสู่วัฏจักรเดิมอีกครั้ง ในความเป็นจริง ฉันไม่เคยจากไปไหน

จงกล้าหาญ ฉันบอกตัวเอง ทำใจให้ดีเข้าไว้ ความเลวร้ายยังไม่หมดไป และสิ่งดีที่สุดคงกลับมาเยี่ยมเยือน

๐   ๐   ๐

“การเขียนหนังสือเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ไม่ควรรีบร้อน อายุสี่สิบมาเริ่มเขียนก็ไม่ช้า อ่านหนังสือสักหมื่นสองหมื่นเล่มก่อนค่อยเขียนก็ไม่สาย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็เริ่มเขียนช้า แต่เขียนแล้วโดนเลย เพราะสะสมประสบการณ์ความรู้มามหาศาล”

วินทร์ เลียววาริณ

 

content